ทุจริตสอบท้องถิ่น นิรัตน์รายงานอนุทิน จ่อเพิกถอน-บรรจุใหม่
23 ก.ค. 2569 | titayu_pur

นิรัตน์ พบ อนุทิน รายงานคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่น เล็งเพิกถอนและบรรจุใหม่ใน 1-2 วัน ลั่น กสถ. ต้องรับผิดชอบ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีคนให้ข้อมูลเท็จ
ข่าว
23 ก.ค. 2569 | titayu_pur

นิรัตน์ พบ อนุทิน รายงานคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่น เล็งเพิกถอนและบรรจุใหม่ใน 1-2 วัน ลั่น กสถ. ต้องรับผิดชอบ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีคนให้ข้อมูลเท็จ
KEY
POINTS
23 กรกฎาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร หรือ รองปลัดเซมเบ้ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ณ ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหา ทุจริตสอบท้องถิ่น โดยเตรียมออกประกาศ กสถ. เพื่อเพิกถอนบัญชีรายชื่อเดิมที่พบการทุจริต และเร่งรับรองผลคะแนนที่ถูกต้อง เพื่อบรรจุแต่งตั้งใหม่ให้เสร็จสิ้นภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อรักษาสิทธิ์ผู้เข้าสอบ ก่อนเตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุม ก.กลาง ในสัปดาห์หน้า พร้อมเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีทางอาญา กับบุคคลหรือหน่วยงานที่นำเข้าข้อมูลเท็จ สู่ที่ประชุมจนสร้างความเสียหายร้ายแรง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยภายหลังเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้าว่า เป็นการสั่งงานตามปกติ รวมถึงเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งเป็นความคืบหน้าการออกประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ประธาน กสถ.จะเป็นผู้ลงนามในการประชุมเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา
-ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อ กสถ.มีมติไปแล้ว เหตุใดจึงต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง)
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ตามขั้นตอน กสถ.เป็นผู้ประกาศรับรองผลคะแนนตั้งแต่ครั้งแรก ๆ เมื่อพบว่า ผิด กสถ.มีหน้าที่ต้องลงมติที่จะยกเลิกมติเดิมที่ตัวเองเป็นผู้ทำ และเมื่อยกเลิกแล้วเพื่อไม่ให้เคว้ง กสถ.ก็ต้องมีมติรับรองผลคะแนนที่ถูกต้อง ซึ่งตรวจเสร็จตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.แล้ว แต่ไม่ได้ถูกนำเข้าที่ประชุม นี่คือการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และเคารพสิทธิของผู้เข้าสอบให้มากที่สุด
ทั้งนี้ หลังจากประชุมเสร็จก็ต้องมาออกประกาศ กสถ.ที่ประธาน กสถ.จะต้องลงนามหลังจากวันที่ 17 ก.ค. ซึ่งจะต้องมีบัญชีรายชื่อแนบท้าย ตรงนี้เราตรวจสอบ ตำรวจก็ตรวจสอบ และมีตราประทับว่าเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้น ณ วันที่สอบและตรวจในขณะนั้น ซึ่งไม่ได้มีการแก้ไขทีหลัง
-เมื่อถามว่า การดำเนินการที่ล่าช้าไม่ได้ติดขัดข้อกฎหมายใช่หรือไม่
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ไม่ได้ติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย เรามั่นใจในความถูกต้องในสิ่งที่เราต้องทำ แต่เนื่องจากจำนวนผู้เข้าสอบที่มีมากถึง 270,000 คน ถ้าทำงานลวก ๆ หรือไม่ละเอียด เกรงว่าจะเกิดความผิดพลาด เมื่อถามว่า ยังยืนยันในอำนาจของ กสถ.อยู่ใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำไป
-เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่า การลงนามในประกาศใหม่จะแล้วเสร็จเมื่อใด
นายนิรัตน์ กล่าวว่า จะเร่งให้เสร็จภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่เนื่องจากมีจำนวนมากจริง ๆ ถ้าไม่เกิน 10 คน แล้วจะบอกว่าในทันที แบบนี้พูดได้ แต่เนื่องจากมีผู้เข้าสอบถึง 270,000 คน เราต้องตรวจทานเพื่อลดความผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุดจนถึงขั้นไม่ผิดเลย เราตั้งใจจะทำให้เป็นแบบนั้น
-เมื่อถามว่า ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันผู้เสียหายไปร้องต่อศาลปกครองใช่หรือไม่
นายนิรัตน์ กล่าวว่า เราเคารพสิทธิ รักษาสิทธิ และไม่ต้องการให้เกิดการฟ้องร้อง ถ้าเราประกาศตรงไปตรงมา มั่นใจว่า จะไม่มีใครฟ้อง เมื่อถามย้ำว่า มีความมั่นใจว่าได้ตรวจสอบว่า ผิดจริงใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า มีหลายหน่วยงานช่วยกันตรวจสอบ ทั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงอย่าง สถ. บริษัทที่เป็นคู่สัญญากับ มศว ซึ่งเป็นผู้รับงานจัดสอบไปจาก สถ. และ มศว ไปจ้างอีกบริษัทหนึ่งซึ่งมีอาชีพตรงนี้อยู่แล้วไปตรวจ ตำรวจที่ชำนาญเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ก็ไปตรวจ รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเห็นว่า มีหลายหน่วยงานที่ช่วยกันตรวจสอบ เพื่อลดความผิดพลาด และจริง ๆ เราไม่ต้องการให้ผิดพลาดเลย
-ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังประธาน กสถ.ลงนามแล้ว จะต้องมีการนำเข้าที่ประชุม ก.กลาง อีกหรือไม่
นายนิรัตน์ กล่าวว่า มติ กสถ.เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ตกลงกันว่า เมื่อยกเลิกมติเดิม และประกาศรับรองผลใหม่เสร็จ ออกประกาศ กสถ.เรียบร้อยพร้อมบัญชีที่ถูกต้อง จะมีการนำเข้าที่ประชุม ก.กลาง เพื่อรายงานให้รับทราบ
-เมื่อถามว่า กสถ.มีอำนาจที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่ทุจริตหรือไม่
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ถือว่าเป็นหน้าที่เลย เรารู้ว่า ต้องทำสิ่งที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายคือ การแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จมาเข้าสู่ที่ประชุม ตรงนี้เป็นหน้าที่ของ กสถ. เมื่อถามย้ำว่า ตัวผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุ กสถ.จะไปแจ้งความดำเนินคดีเองหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ที่เราจะแจ้งความดำเนินคดีคือ ผู้ที่มีหน้าที่ในที่ประชุม กสถ. แต่ใครคนใดคนหนึ่งนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าที่ประชุมและทำให้ที่ประชุมหลงเชื่อ กสถ.ที่มี สถ.เป็นเลขานุการ จะต้องแจ้งความดำเนินคดี
-เมื่อถามว่า ระบุให้ชัดเจนได้หรือไม่ว่า บุคคลที่ กสถ.จะไปฟ้องในฐานะที่ให้ข้อมูลผิดพลาดเป็นใคร หรือหน่วยงานใด
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ให้รอดู ต้องมีผู้รับผิดชอบแน่นอน เกิดความเสียหายมากขนาดนี้ไม่มีการประนีประนอม นายกรัฐมนตรีกล่าวชัดเจนว่าถึงใครก็คนนั้น ตรงไปตรงมา เราไม่ดูหน้าใคร ไม่ดูชื่อใคร ถ้ามันถึงตรงไหนที่จะทำให้เกิดความขัดข้อง เกิดความเสียหายใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องดำเนินคดี
-เมื่อถามย้ำว่า จะมีถึงขั้นรัฐมนตรีหรือนักการเมืองชื่อดังบ้างหรือไม่
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ตนมิบังอาจพูดถึงอย่างนั้น แต่ถ้าถึงใครก็คนนั้น คนที่จะดำเนินการตามกฎหมายไม่ได้มีแค่ สถ. หรืออธิบดี สถ. ตอนนี้เป็นคดีอาญา ตำรวจเข้ามาแล้ว ป.ป.ช.เข้ามาแล้ว เพราะทุจริตต่อราชการ เป็นการประพฤติมิชอบก็จะมีหลายหน่วยช่วยกันทำหน้าที่ในการดำเนินคดีอาญาหาผู้รับผิดชอบ
-ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานข่าวจากบางสำนักว่า มีข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยระดับ 10 ถึง 3 คน ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ได้รับรายงานเรื่องนี้บ้างหรือไม่
นายนิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการตรวจสอบของตำรวจและ ป.ป.ช. ตนก็ติดตามข่าวอยู่ แต่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่แน่ชัด จึงยังตอบไม่ได้
-เมื่อถามว่า ได้มีการกำหนดการประชุม ก.กลาง ใหม่แล้วหรือยัง
นายนิรัตน์ กล่าวว่า คงไม่นาน เราประชุม ก.กลาง เพื่อรอที่จะรับทราบมติ กสถ.ในเรื่องของบัญชีเก่าเพื่อพิจารณายกเลิกรับรองบัญชีใหม่ เมื่องานตรงนี้ยังไม่เสร็จ จึงมีการเสนอว่า เลื่อนดีกว่า เมื่อถามย้ำว่า การประชุม ก.กลาง จะสามารถประชุมได้ในสัปดาห์หน้าเลยหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า จะพยายามให้เกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า และจะพยายามให้เร็วที่สุด
-ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีได้สอบถามเรื่องข้อกฎหมายหรือไม่
นายนิรัตน์ กล่าวว่า มีการหารือกัน ซึ่งเรายึดอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วย ในหลักกฎหมายเมื่อมีอำนาจและมีหน้าที่ก็จะต้องมีความรับผิดชอบ จึงมาหารือกันว่า หน่วยไหน องค์กรใดบ้าง มีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไร เราจะไม่เอาเร็ว ความถูกใจ และแรงกดดันมาใช้ เพราะไม่ว่าจะในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างต้องมีความรับผิดชอบควบคู่กันไป
-เมื่อถามว่า หากเกิดความผิดพลาดจริง ๆ ก.กลาง จะต้องมีส่วนรับผิดชอบทางกฎหมายด้วยหรือไม่
นายนิรัตน์ กล่าวว่า กสถ.เป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเป็นหน้าที่ของเขา เมื่อถามอีกว่า การที่ กสถ.บรรจุและเพิกถอนเองจะไม่สามารถดำเนินคดีกับ กสถ.ได้แล้วใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ถ้า กสถ.ทำโดยไม่รับผิดชอบ กสถ.ก็ต้องรับผิดชอบ ตนก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ใน กสถ. ตนก็ไม่อยากให้เกิดภาวะตรงนั้น ต้องทำให้รอบคอบ จะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบในภายหลัง