เนชั่นทีวี

ข่าว

โรม บี้ อนุทิน ปัดความรับผิดชอบ มหากาพย์ทุจริตสอบท้องถิ่น

22 ก.ค. 2569 | titayu_pur

โรม บี้ อนุทิน ปัดความรับผิดชอบ มหากาพย์ทุจริตสอบท้องถิ่น

รังสิมันต์ โรม ซัด อนุทิน ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ปมทุจริตสอบท้องถิ่น เชื่อระดับบิ๊กไฟเขียว จี้ ปปง.-ป.ป.ช. ลั่นเข้าข่ายอั้งยี่ อาชญากรรมร้ายแรง

รังสิมันต์ โรม ซัด อนุทิน ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ปมทุจริตสอบท้องถิ่น เชื่อระดับบิ๊กไฟเขียว จี้ ปปง.-ป.ป.ช. ลั่นเข้าข่ายอั้งยี่ อาชญากรรมร้ายแรง

KEY

POINTS

  • บี้อนุทินรับผิดชอบ: นายรังสิมันต์ โรม ชี้การทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ รมว.มหาดไทย ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ และเชื่อว่าขบวนการนี้เกิดจาก "ระดับบิ๊กไฟเขียว"
     
  • พบพิรุธ TOR และข้อมูล: แฟลชไดร์ฟฐานข้อมูลไม่มีการเข้ารหัส เสี่ยงต่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ย้ำมีการเปลี่ยนคู่สัญญาจาก ม.บูรพา มาเป็น มศว แบบไม่ชอบมาพากล ส่อเอื้อทุจริตบรรจุคนนับหมื่น
     
  • ยกระดับคดีอั้งยี่-ยึดทรัพย์: กมธ.กฎหมายฯ เตรียมประสาน ปปง. อายัดทรัพย์สินและตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมหารือ ปปช. ชี้พฤติการณ์ส่อเข้าข่ายข้อหา "อั้งยี่" หรืออาชญากรรมร้ายแรง ไม่ใช่แค่ทุจริตทั่วไป

22 กรกฎาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมายฯ จี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ต้องรับผิดชอบปม ทุจริตสอบท้องถิ่น หลังพบพิรุธเปลี่ยนตัวมหาวิทยาลัยคู่สัญญา และข้อมูลไม่เข้ารหัส เชื่อมีขบวนการระดับบิ๊กไฟเขียว จนกลายเป็นมหากาพย์โกงมูลค่าหลายพันล้านบาท นำไปสู่การบรรจุคนนับหมื่นอย่างไม่โปร่งใส พร้อมส่งเรื่องให้ ปปง. และ ป.ป.ช. เร่งอายัดทรัพย์สินตรวจเส้นทางการเงิน ลั่นเคส สอบท้องถิ่น ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทุจริตธรรมดา แต่อาจเข้าข่ายอาชญากรรมร้ายแรงและข้อหาอั้งยี่ โดย กมธ. จะเดินหน้าคุ้ยกระดาษคำตอบจริง เพื่อลากตัวผู้บงการมาลงโทษโดยไม่ยอมให้มีการตัดตอน


ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.กฎหมายฯ กล่าวถึงการพิจารณาการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นว่า สัปดาห์ที่แล้วให้น้ำหนักไปในเรื่อง TOR ที่บอกว่ารัดกุมแต่ไม่ได้รัดกุมเลย ในแง่ของการปกป้องข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆ เพราะข้อมูลที่มีการอ้างถึงในแฟลชไดรฟ์ ไม่ได้มีการเข้ารหัส  ฉะนั้นการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูล จึงสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งในวันนี้ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้เดินทางมาให้ข้อมูลเนื่องจาก มศว ตกเป็นเป้าสำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น วันนี้ทาง มศว จะได้มาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.กฎหมายฯ

 

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบว่า ก่อนที่ มศว จะเข้ามาเป็นผู้รับจ้างจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มหาวิทยาลัยบูรพาน่าจะได้รับเป็นคู่สัญญา แต่ต่อมาอาศัยอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และมีการอ้างถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้มีการทำหนังสือไปที่กรมบัญชีกลาง เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงคู่สัญญา จากเดิมเป็น ม.บูรพา กลายเป็น มศว ซึ่งในวันนั้นมีการอ้างว่า ม.บูรพา มีการทุจริตคอร์รัปชัน ปรากฏว่าเมื่อเอา ม.บูรพา ออก จนถึงวันนี้เป็น มศว ก็ไม่รู้ว่าทุจริตหนักกว่าเดิมหรือไม่ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าความไม่ชอบมาพากลของการจัดสอบเป็นเวลานาน และดูเหมือนภาครัฐก็ไม่ได้มีมาตรการอะไรที่จะนำไปสู่การป้องกันการทุจริตการสอบได้จริง

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การประชุมของ กสถ. ที่มีหน้าที่ประกาศรายชื่อ แต่การประกาศรายชื่อของ กสถ. ที่จะต้องมีรายนามของผู้ที่สอบได้ กลับไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้นจริงๆ ทั้งที่จำเป็นต้องตรวจสอบรายชื่อก่อน และการตรวจสอบรายชื่อคงไม่ใช่แค่ดูว่า มศว รายงานมาอย่างไร แต่ต้องเอาข้อมูลมาตรวจสอบ ทั้งแฟลชไดรฟ์ แม้กระทั่งกระดาษคำตอบ เพราะการประกาศรายชื่อเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด จนนำไปสู่การบรรจุคนนับหมื่น สิ่งเหล่านี้ยอมรับไม่ได้ จะมาบอกว่าเป็นความสะเพร่าหรือบกพร่องโดยสุจริตไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และสอดคล้องกับการทุจริตการสอบที่เชื่อได้ว่ามีการว่าจ้างด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล และอาจจะมีเม็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายพันล้าน

 

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า วันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่เกี่ยวพันกับการยึดอายัดเส้นทางการเงิน เพราะการกระทำความผิดและทุจริตแบบนี้เป็นเรื่องเงิน ดังนั้นการยึดอายัดเงินเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำ ไม่จำเป็นต้องรอให้เขาโยกย้ายถ่ายโอนไปที่อื่นก่อน แล้วสุดท้ายความเสียหายเหล่านี้ก็ไม่สามารถยึดอายัดได้ จนกลายเป็นปัญหาต่อไป

 

ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำการทุจริต และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องทุจริตอย่างเดียว น่าจะมีข้อหาอั้งยี่ หรือเป็นอาชญากรรมในลักษณะอื่นๆ อีกหรือไม่ ซึ่งต้องไปหารือในที่ประชุม

 

ส่วนกรณีที่เชิญ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพราะได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับความร่วมมือมากแค่ไหน

 

ส่วนการเพิกถอนรายชื่อ 5,000 คนที่ยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ว่าเป็นอำนาจของใคร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นเพิกถอนเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ตอนนี้มี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่บรรจุเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรต่อ และอีกกลุ่มคือยังไม่ได้เข้าบรรจุ แต่เบื้องต้นขอดูในประเด็นที่ใครจะต้องรับผิดชอบกับกรณีนี้แล้วจะจบอย่างไร

 

ส่วนรายชื่อที่มีปัญหามีมากน้อยแค่ไหน จากการที่ใช้ฐานข้อมูลจากแฟลชไดรฟ์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแฟลชไดรฟ์ผ่านการแก้ไขมาแล้วหรือยัง อาจจะเป็นการแก้ไขยังไม่เสร็จ หรืออาจจะเป็นการแก้ไขเสร็จแล้วเพื่อจำกัดความเสียหายก็ได้

 

"วันนี้ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงเอกสารได้ คำตอบตรงๆ ผมไม่มั่นใจจริงๆ ว่าข้อมูลที่ออกมาเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นต้องกลับไปที่กระดาษคำตอบก่อนและตรวจสอบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรตั้งประเด็นเฉพาะคดีทุจริต อาจจะเป็นอั้งยี่หรือข้อหาอื่นๆ และรวมไปถึงการยึดอายัดทรัพย์เพื่อไล่ดูเส้นทางการเงินด้วย แต่แน่นอนข้อจำกัดของเรื่องนี้ การจ่ายเป็นเงินสดคงไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยๆ เส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึง ก็ควรจะมีมาตรการอะไรออกมา" นายรังสิมันต์กล่าว

 

-เมื่อถามว่า การพิจารณาเพิกถอนการบรรจุที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ถูกเลื่อนออกไป มีนัยอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีพยายามปัดเรื่องนี้ให้พ้นตัวหรือไม่

 

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีข่าวมาเยอะว่ามีความพยายามตัดตอนไม่ให้เชื่อมกับการเมือง ตนก็ไม่รู้ว่าเชื่อมถึงใครบ้าง แต่ขอให้ทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐานจริงๆ ไม่ใช่ใช้กระบวนการหรือดำเนินการแบบไม่รับผิดชอบ แล้วตัดตอนเพื่อช่วยเหลือใครบางคน อย่างก่อนหน้านี้ที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยออกมาโทษไปที่ฝ่ายเลขาฯ ในการเสนอชื่อเข้ามา ตนคิดว่าการพูดแบบนั้นไม่รับผิดชอบต่อข้อเท็จจริง

 

"ท่านทั้งหลายเป็นกรรมการมีเบี้ยเลี้ยงเบี้ยประชุม ท่านทั้งหลายมีหน้าที่ที่ต้องตรวจสอบเรื่องนี้โดยละเอียด ถ้าเกิดว่ามีการสั่งให้ดำเนินการแล้วในการตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ต้องมาดูว่าผิดพลาดที่ตรงไหน แต่อย่าเพิ่งไปโยนความรับผิดให้กับกลุ่มคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเอาทุกคนเข้ามาสู่ผังของผู้น่าสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแบบนี้ ถ้าระดับบิ๊กๆ ไม่ส่งสัญญาณไฟเขียว ผมคิดว่าเราคงไม่เห็นมหากาพย์การทุจริตที่ทำเป็นขบวนการขณะนี้แน่นอน" นายรังสิมันต์ กล่าว

 

-เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเดินทางไปพบ อปท. ที่สวนนงนุช มีนัยอะไรหรือไม่

 

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้เราสงสัยทุกคน แต่นายกรัฐมนตรีจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ส่วนนัยการไปพบผู้บริหารท้องถิ่น ต้องรอดูหลังจากเหตุการณ์ไปพบกันก่อน

 

"แต่ขอให้สังคมรู้ว่า วันนี้สังคมสงสัยในเรื่องการสอบท้องถิ่น และดูเหมือนนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมานาน ดังนั้นจะมาปัดความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด" นายรังสิมันต์ กล่าว

ข่าวล่าสุด