อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่า แฟลชไดรฟ์ที่ถูกเก็บไว้ภายในห้องทำงานของอธิบดี สถ. ใครทำอะไรกับแฟลชไดรฟ์บ้าง เพราะตู้เซฟต้องมีรหัส เนื่องจากอยู่ภายในห้องอธิบดี แต่ผู้ชี้แจง ระบุว่า ไม่ต้องมีรหัสก็สามารถเสียบแฟลชไดรฟ์ เข้าสู่คอมพิวเตอร์ได้ สามารถดูข้อมูลได้ทันที ทำให้คณะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่สามารถเข้าถึงตู้เซฟภายในห้องอธิบดีได้คือ อธิบดี, รองอธิบดี และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องอีก 4 คน ประกอบไปด้วย นางสาว บ., นาย พ., นาย ป. และนาย ธ.
เมื่อถามย้ำว่า คนจะรู้ดีที่สุดว่า แฟลชไดรฟ์ ที่อยู่ในตู้เซฟของอธิบดี ถูกนำไปแก้ไขตอนไหน คือ อธิบดี, รองอธิบดี และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องอีก 4 คนใช่หรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ใช่ แต่ทาง สถ. ได้ส่งข้อมูลหลักฐาน ทั้งแฟลชไดรฟ์ และคอมพิวเตอร์ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
นายอาสพลธ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการฯ สัปดาห์หน้า จะมีการเชิญ ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปง.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) และเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาชี้แจงคณะกรรมาธิการฯ และหากมีความจำเป็นก็จะเชิญเจ้าหน้าที่ สถ.ที่เกี่ยวข้อง 4 คน เข้ามาชี้แจงด้วย
พร้อมกันนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ทำเรื่องขอรายชื่อจำนวน 5,814 รายชื่อ ที่ถูกคณะกรรมการ สถ. มีมติเพิกถอนออกจากการเป็นข้าราชการท้องถิ่น เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า บุคคลที่มีรายชื่อใน 5,000 กว่ารายชื่อนี้ มีการวิ่งเต้น ขอจ่ายเงินจำนวน 300,000 - 500,000 บาท เพื่อขอให้นำรายชื่อออกจาก 5,000 กว่ารายดังกล่าว ซึ่งตนอยากบอกว่า "อย่าทำ ไม่มีประโยชน์ เพราะกรรมาธิการฯ มีรายชื่อทั้งหมดแล้ว เมื่อท่านมาไม่ถูกต้อง ก็ต้องไป อย่าไปเสียเงินเพิ่ม"