สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังถูกเชื่อมโยงเข้ากับการเมืองภายในสหรัฐฯ อย่างแยกไม่ออก เมื่อสำนักข่าว Al-Jazeera รายงานอ้างอิงบทวิเคราะห์ของ ตริตา ปาร์ซี (Trita Parsi) รองประธานสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศ Quincy Institute for Responsible Statecraft ในสหรัฐฯ ที่ออกโรงเตือนว่า กลยุทธ์ที่อิหร่านกำลังใช้กดดันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม (วันอังคารแรกของเดือนพฤศจิกายน) อาจส่งผลลบแบบไม่คาดคิด และเปิดทางให้สหรัฐฯ ตอบโต้ทางทหารอย่างบ้าคลั่ง
🔵 [กลยุทธ์ "ปั่นให้คลั่ง" ทุบเรตติ้งที่ดิ่งอยู่แล้ว]
ปาร์ซี ระบุว่า ยุทธศาสตร์ของอิหร่านที่พยายามสร้างความขัดแย้งและเพิ่มแรงกดดันต่อทรัมป์ในช่วงนี้ อาจส่งผลย้อนกลับและเป็นอันตรายร้ายแรงต่ออิหร่านเอง
ในมุมมองของอิหร่าน พวกเขาประเมินว่าทรัมป์กำลังพยายาม "ยื้อเวลา" และควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามเป็นศึกเต็มรูปแบบก่อนการเลือกตั้ง เพื่อรักษาคะแนนเสียงให้พรรครีพับลิกัน ดังนั้น อิหร่านจึงอาจตัดสินใจเปิดฉากชิงโจมตีและยกระดับความขัดแย้งก่อน เพื่อกดดันทางการเมืองขั้นสุด และหวังทุบคะแนนนิยมของทรัมป์ที่ปัจจุบันดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ (ราว 32% - 33%) ให้จมมิด
🔵 [อันตรายจากผู้นำ "เป็ดง่อย"]
ทว่า ปาร์ซีมองอีกมุมหนึ่งว่า หากพรรครีพับลิกันเกิดพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งจนสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ทรัมป์จะกลายสภาพเป็นผู้นำรัฐบาล "เป็ดง่อย" ทันที