เนชั่นทีวี

ข่าว

คลอดแล้ว "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" ฉบับใหม่ บังคับราชการปรับตัว ให้บริการปชช.

09 ก.ค. 2569 | thamsathit_pol

คลอดแล้ว "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" ฉบับใหม่ บังคับราชการปรับตัว ให้บริการปชช.

หอมกลิ่นความเจริญ "รัฐบาลดิจิทัล" ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" ฉบับใหม่ ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล บังคับราชการปรับตัว ห้ามขอสำเนา-ห้ามดึงเช็ง คลิกอ่านฉบับเต็ม

9 กรกฎาคม 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา "ราชกิจจานุเบกษา"  เผยแพร่ ประกาศใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ยกเลิกฉบับปี 2558  

โดยมีวัตถุประสงค์ มุ่งปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและขับเคลื่อนสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ กฎหมายใหม่นี้บังคับให้ทุกหน่วยงานรัฐต้องปฏิรูปการทำงาน บูรณาการฐานข้อมูลร่วมกัน และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับสาระสำคัญ ของ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฯ ฉบับใหม่

•ห้ามเรียกสำเนาเอกสาร:หน่วยงานรัฐห้ามเรียกเอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่รัฐเป็นผู้ออกเอง

•ระบบอนุญาตโดยปริยาย: หากเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอไม่เสร็จตามเวลา ให้ถือว่าอนุญาตทันทีในกิจการที่ไม่มีความเสี่ยงสูง

•ต่ออายุแค่จ่ายเงิน:ประชาชนสามารถต่ออายุใบอนุญาตต่อเนื่องได้ด้วยการชำระค่าธรรมเนียม แทนการยื่นคำขอใหม่

•มีศูนย์รับคำขอกลาง:จัดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์กลางรองรับการยื่นคำขอและบริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ

•กำหนดเวลาชัดเจน: เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งผลภายใน 7 วันหลังพิจารณาเสร็จ หรือแจ้งเหตุล่าช้าทุก 15 วันหากยังไม่เสร็จ

•เปิดช่องทางด่วนพิเศษ: ประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถขอรับบริการพิเศษแบบเร่งด่วนได้โดยจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่ม

กฎหมายฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ประกาศ ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2569). เว้นแต่หมวด 1 บททั่วไป และมาตรา 38 วรรคสอง ที่มีผลบังคับใช้ทันที  เพื่อให้หน่วยงานรัฐเตรียมความพร้อมและจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนให้แล้ว เสร็จภายใน 180 วัน

วันเดียวกัน  นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2570 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐต้องเริ่มเตรียมการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายฉบับใหม่นี้แล้วตั้งแต่วันนี้ เช่น การปรับปรุงคู่มือประชาชน เป็นต้น นับเป็นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้ว่า จะปฏิรูประบบราชการให้เป็น “รัฐอำนวยความสะดวก” ลดภาระประชาชนและภาคธุรกิจ

รวมทั้งผลักดันร่างกฎหมายฯ ซึ่งเป็นระบบหลัก (Super license) ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน ซึ่งรัฐบาลสามารถดำเนินการได้ตามที่ให้คำมั่นไว้ สะท้อนแนวทางการทำงานแบบ “พูดแล้วทำ”

 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นางสาวรัชดา กล่าวว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับการให้บริการภาครัฐ โดยกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน ลดขั้นตอนและเอกสารที่ซ้ำซ้อน นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการอนุญาตและการให้บริการ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐ และกำหนดให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจเฉพาะเท่าที่จำเป็น

หัวใจสำคัญคือระบบ Super License หรือระบบใบอนุญาตหลัก ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอเพียงครั้งเดียว ระบบจะเชื่อมโยงการออกใบอนุญาตหลักและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ลดภาระด้านเอกสาร ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาในการติดต่อราชการ

นอกจากนั้นยังมีมาตรการสำคัญอีกได้แก่ ระบบการจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อต่ออายุใบอนุญาตอัตโนมัติแทนการยื่นขออนุญาตแบบเดิม และช่องทาง fast track สำหรับการติดต่อรับบริการจากรัฐในบางประเภท เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายกฯ สั่งเร่งปรับการทำงานรับกฎหมายใหม่

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานของรัฐเร่งประชาสัมพันธ์ พร้อมเร่งปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติฉบับใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการบริการภาครัฐที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเข้าใจว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านอาจยังมีบางหน่วยงานที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบและกระบวนการปฏิบัติงาน จึงได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งรัดการดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การปฏิรูประบบราชการเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และประชาชนได้รับบริการที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

เป้าหมายสำคัญในการปฏิรูปกฎหมายของไทย คือ การยกระดับระบบกฎหมายไทยไปสู่ระบบสากลมากขึ้น เพื่อเปลี่ยนจากระบบกฎหมายแบบเดิมที่ใช้การควบคุมผ่านการอนุมัติ อนุญาต (Pre-audit) ซึ่งเน้นการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และสร้างภาระให้ภาคเอกชน ไปสู่มาตรฐาน OECD ที่เน้นระบบการตรวจสอบภายหลัง (Post-audit) และการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Consultation)

“การมีผลใช้บังคับของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญในช่วง 90 วันแรกของรัฐบาล ที่สะท้อนการขับเคลื่อนนโยบายจากคำประกาศสู่การปฏิบัติจริง ตามแนวคิดพูดแล้วทำ และการปฏิรูประบบราชการให้เป็นรัฐอำนวยความสะดวกที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ลดภาระการติดต่อราชการ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของภาครัฐ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบอาชีพ การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว

 

 

คลอดแล้ว "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" ฉบับใหม่ บังคับราชการปรับตัว ให้บริการปชช.

คลอดแล้ว "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" ฉบับใหม่ บังคับราชการปรับตัว ให้บริการปชช. คลอดแล้ว "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" ฉบับใหม่ บังคับราชการปรับตัว ให้บริการปชช.

คลอดแล้ว "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" ฉบับใหม่ บังคับราชการปรับตัว ให้บริการปชช. คลอดแล้ว "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" ฉบับใหม่ บังคับราชการปรับตัว ให้บริการปชช.

คลอดแล้ว "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" ฉบับใหม่ บังคับราชการปรับตัว ให้บริการปชช.

คลิกอ่านฉบับเต็ม>>> พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกฯ  2569
 

ข่าวล่าสุด