โรม แฉวางงานโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน จี้ อธิบดี-รมต.รับผิดชอบ
03 ก.ค. 2569 | titayu_pur

รังสิมันต์ โรม แฉขบวนการโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน ชี้วางงานเป็นระบบตั้งแต่ระดับนโยบาย จี้อธิบดีกรม สถ.และรัฐมนตรีมหาดไทย หนีความรับผิดชอบไม่ได้
ข่าว
03 ก.ค. 2569 | titayu_pur

รังสิมันต์ โรม แฉขบวนการโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน ชี้วางงานเป็นระบบตั้งแต่ระดับนโยบาย จี้อธิบดีกรม สถ.และรัฐมนตรีมหาดไทย หนีความรับผิดชอบไม่ได้
KEY
POINTS
3 กรกฎาคม 2569 รังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีการโกงสอบท้องถิ่น ที่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท ชี้ผลสอบมหาดไทยลงโทษแค่ข้าราชการ 5 คนไม่สมเหตุสมผล เพราะมีการวางงานโกงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนกำหนด TOR เอื้อประโยชน์ เร่งจี้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ รัฐมนตรีมหาดไทย ร่วมรับผิดชอบ ฐานปล่อยปละละเลยขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นระดับนโยบาย ไม่ใช่จับตัดตอนแค่ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยที่ปลายทาง
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ผลสอบของกระทรวงมหาดไทยที่สรุปว่า มีข้าราชการเข้าข่ายมีมูลความผิดวินัย 5 คน ที่เกี่ยวกับขบวนการโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้านนั้น ไม่สมเหตุสมผล เพราะรูปแบบการโกง มีลักษณะการวางงานอย่างเป็นระบบ มีการกำหนด TOR ที่เอื้อประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
บ่งชี้ว่า "รู้กันอยู่แล้วว่าต้องการให้เกิดอะไรขึ้น" มีการทำกันเป็นขบวนการตั้งแต่ระดับนโยบายที่ลงนามอนุมัติ และคณะกรรมการตรวจรับงานในแต่ละขั้นตอน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เพียงความผิดเฉพาะหน้า หรือเฉพาะตัวของคนที่ไปแอบแก้คะแนนที่ปลายทาง
นอกจากนี้ การจับกุมที่เกิดขึ้น เป็นการจับกุมแบบคาหนังคาเขา มีคลิปเสียงและพยานบุคคล ที่พาดพิงเชื่อมโยงไปถึงคนอีกหลายคน การขยายผลจึงต้องทำอย่างละเอียด ไม่ใช่จับกุมเพียงตัวเล็กตัวน้อย
เรื่องแบบนี้ "ถ้าหัวไม่ส่าย หางจะกระดิกได้อย่างไร" ดังนั้นความรับผิดชอบขั้นต่ำในแง่ของสปิริตและวินัย จะต้องไล่เรียงขึ้นไปตามสายบังคับบัญชา
อย่างน้อยที่สุด อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกรม ที่เป็นเจ้าภาพจัดสอบ และเป็นผู้อนุมัติหรือปล่อยให้ TOR และสัญญาที่มีช่องโหว่รุนแรงขนาดนี้ อธิบดีจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และต้องพิสูจน์ตัวเองว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ รัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น ต้องถูกตั้งคำถามเช่นกันว่า มีมาตรการกำกับดูแลและป้องปรามอย่างไร หรือมีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับขบวนการนี้หรือไม่