เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีตรองผู้ว่าฯ แฉยับส่วยมหาดไทย จาก 'ติวเตอร์บังหน้า' ถึง 'ส่วยรักษาเก้าอี้'

02 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

อดีตรองผู้ว่าฯ แฉยับส่วยมหาดไทย จาก 'ติวเตอร์บังหน้า' ถึง 'ส่วยรักษาเก้าอี้'

อดีตรองผู้ว่าฯ กระบี่ แฉยับขบวนการส่วยมหาดไทย ตั้งแต่ "สถาบันติวเตอร์บังหน้า" ถึง "ส่วยรักษาเก้าอี้" ปีละ 3.6 ล้าน จี้สังคมจับตาจับแค่เบี้ย-อุ้มขุน ลอยนวลในระบบราชการไทย

อดีตรองผู้ว่าฯ กระบี่ แฉยับขบวนการส่วยมหาดไทย ตั้งแต่ "สถาบันติวเตอร์บังหน้า" ถึง "ส่วยรักษาเก้าอี้" ปีละ 3.6 ล้าน จี้สังคมจับตาจับแค่เบี้ย-อุ้มขุน ลอยนวลในระบบราชการไทย

KEY

POINTS

  • อดีตรองผู้ว่าฯ กระบี่ แฉยับวงจรส่วยมหาดไทย ใช้สถาบันติวเตอร์บังหน้า: เผยฉากหน้าเก็บเงินค่าติวหลักพัน ฉากหลังคัดคนพร้อมจ่าย 3-8 แสนซื้อเก้าอี้
  • กางเรตส่วยรักษาเก้าอี้ พุ่งสูงถึง 3.6 ล้านบาทต่อปี: เผยข้าราชการโกงต้องเข้ามาถอนทุนคืน รีดไถเปอร์เซ็นต์งบประมาณ ชี้เป้า "3 จังหวัดใต้" อู่ข้าวอู่น้ำทุจริตอาศัยงบวิธีพิเศษปั๊มเงินอัปซี
  • หวั่นผลสอบโกงสอบบางใหญ่ จบแบบหนังม้วนเดิม "ตัดตอนเบี้ย-ปล่อยขุนรอด": เปรียบเทียบอดีตคดียาเสพติด เชื่อผลสอบมหาดไทยจะลากตัวการใหญ่ระดับกระทรวงมาลงโทษไม่ได้ จับได้แค่เจ้าหน้าที่ระดับล่าง

2 กรกฎาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการสีกากี และระบบราชการไทยอีกครั้ง เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจาก นายสมโภช โชติชูช่วง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ที่ออกมาแฉพฤติการณ์ “เชื้อชั่วผสมพันธุ์” ระหว่างนักการเมืองและข้าราชการทุจริต ตั้งแต่ต้นทางอย่างการโกงสอบบรรจุ ไปจนถึงปลายทางในการส่งส่วยรายปีเพื่อรักษาเก้าอี้

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยในขณะนี้ อาจจบลงด้วยการ "ฆ่าตัดตอน" เพียงแค่เจ้าหน้าที่ระดับล่าง ไม่สามารถสาวถึง "ตัวการใหญ่" ได้

นายสมโภช เปิดเผยว่า ขบวนการนี้เริ่มต้นตั้งแต่วิธีการเข้าสู่ตำแหน่ง โดยมีกลุ่มข้าราชการที่สร้างโปรไฟล์อุปโลกน์ตัวเองว่าเป็นผู้รู้ สอบได้ที่หนึ่ง เพื่อเปิดสถาบันติวเตอร์บังหน้าสำหรับผู้ที่ต้องการสอบบรรจุเข้ารับราชการ

หน้าฉาก เก็บค่าติวหัวละ 3,000 – 5,000 บาท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หลังฉาก คัดเลือกเฉพาะเครือข่ายหรือบุคคลที่ "พร้อมจ่าย" ในราคา 300,000 ถึง 800,000 บาท เพื่อซื้อตำแหน่งและส่งส่วยต่อเป็นทอดๆ
     
"ข้าราชการระดับสูงในแต่ละกรม แต่ละกระทรวง อย่าออกมาปฏิเสธเลยครับว่าไม่รู้ไม่เห็น... เวลาลูกน้องไปเยี่ยมคารวะท่านเนี่ย มือไม่ว่างครับ ยกมือไหว้ท่านไม่ได้ บางคน เพราะมันหิ้วกระเป๋า ถือเงินเพื่อจิ้มก้องเพื่อส่งส่วยให้ท่าน" นายสมโภช กล่าว

เมื่อคนกลุ่มนี้สามารถใช้เงินซื้อทางเข้ามาในระบบราชการได้สำเร็จ ผลกระทบจึงตกอยู่กับประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เกิดเป็นวงจรทุจริตที่ต้องหาเงินมาถอนทุนคืน โดยมีข้อมูลระบุว่า ในบางกรมที่มีหน่วยงานย่อยกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 800 หน่วย ทุกหน่วยงานมี "ไฟต์บังคับ" ที่ต้องส่งเงินเพื่อรักษาเก้าอี้ ค่ารักษาเก้าอี้ ตั้งแต่ 800,000 ถึง 3,600,000 บาทต่อปี และเงินเปอร์เซ็นต์จากการอนุมัติโครงการและงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างต่างๆอีก

ข้อมูลที่น่ากังวลที่สุดคือการชี้เป้าไปที่ พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนายสมโภช ระบุว่า เป็นพื้นที่ที่สร้าง "เชื้อชั่ว" ในระบบมหาดไทยมากที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ความมั่นคงที่มีข้อยกเว้นทางกฎหมายและการคลังหลายประการ ระบบงบประมาณและพัสดุได้รับการยกเว้นในหลายกรณี นิยมใช้ "วิธีจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ" หรือ "วิธีเฉพาะเจาะจง เปิดโอกาสให้ข้าราชการที่ทุจริตใช้ช่องทางนี้สร้างผลงานและหาเงิน เพื่อซื้อตำแหน่งขยับระดับจาก 6 ไป 7 จาก 7 ไป 8 และไต่เต้าสู่นายอำเภอ ปลัดจังหวัด จนกระทั่งก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วนำพฤติกรรมทุจริตไปแพร่กระจายต่อในจังหวัดอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการรีดไถในระบบราชการไทยฝังรากลึกมานาน 

นายสมโภชได้ยกเรื่องเล่าในอดีตกรณี "กระเช้าลำไยจากภาคเหนือ" ที่ข้าราชการไปรีดไถมาเพื่อนำมามอบให้ผู้ใหญ่ แต่ปรากฏว่าผู้ถูกรีดไถแอบสอดจดหมายน้อยไว้ใต้กล่อง มีข้อความระบุว่า "หัดซื้อแดกเองเสียบ้างสิ อย่ารีดอย่าไถเขา"

ทว่า เวรกรรมมีจริง กระเช้าดังกล่าวถูกส่งต่อตามลำดับชั้นจนไปถึงบ้านของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ทำให้ความแตกและกลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ในยุคนั้น ว่าขนาดผลไม้อย่างลำไย ข้าราชการก็ยังไม่เว้นที่จะรีดไถชาวบ้าน

สำหรับกรณีที่กระทรวงมหาดไทยกำลังตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตแก้ไขคะแนนสอบที่บริษัทแห่งหนึ่งในอำเภอบางใหญ่ นำมาสู่คำถามสำคัญของสังคมว่า "การสอบสวนครั้งนี้จะสาวไปถึงผู้บงการระดับสูง หรือจะหยุดอยู่แค่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ?"
      
นายสมโภช แสดงทัศนะอย่างตรงไปตรงมาว่า สังคมกำลังตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นการ "ฆ่าตัดตอน" เหมือนในอดีต
      
"ปี 2545 - 2546 มีการฆ่าตัดตอนผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย แล้วรายใหญ่ที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการเมืองระดับสูง เคยโดนคดีบ้างไหม... ทุกคนในสังคมตั้งข้อสังเกตไว้แล้วว่า มันจะต้องมีการฆ่าตัดตอนกันแค่นี้"
 
ฉะนั้นจึงเชื่อว่าผลสอบของมหาดไทย ท้ายที่สุดแล้ว "ขบวนการซื้อขายตำแหน่ง" ที่ถูกเปิดโปงในครั้งนี้ จะไม่สามารถลากตัวการใหญ่ในระดับกระทรวงทบวงกรมมาลงโทษได้ เป็นเพียงหนังม้วนเดิมที่จับได้แค่ "เบี้ย" ตัวเล็กๆ แล้วปล่อยให้ "ขุน" ลอยนวลต่อไปในระบบราชการไทย

ข่าวล่าสุด