ป.ป.ส.ทลายเครือข่ายเฮโรอีน ล่าหัวโจกราวเชื่อมคดีแอร์มินา
02 ก.ค. 2569 | titayu_pur

เลขาฯ ป.ป.ส. เผยผลทลายเครือข่ายเฮโรอีน 3 จุด ซุกเสื้อผ้า-กาแฟ เชื่อขบวนการเดียวกับคดีแอร์มินา ชี้หัวหน้าเป็นคนลาวมีหมายจับ จ่อชง DSI เป็นคดีพิเศษ
ข่าว
02 ก.ค. 2569 | titayu_pur

เลขาฯ ป.ป.ส. เผยผลทลายเครือข่ายเฮโรอีน 3 จุด ซุกเสื้อผ้า-กาแฟ เชื่อขบวนการเดียวกับคดีแอร์มินา ชี้หัวหน้าเป็นคนลาวมีหมายจับ จ่อชง DSI เป็นคดีพิเศษ
KEY
POINTS
2 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงความคืบหน้าการขยายผลทลายเครือข่ายยาเสพติด "เฮโรอีน" 3 จุดใหญ่ในกรุงเทพฯ หลังแกะรอยเส้นทางขนส่งพัสดุ จากชายแดนเชียงคาน พบแผนประทุษกรรมซุกซ่อนยาเสพติดในเสื้อผ้าและกาแฟ ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับกรณี "แอร์มินา" ที่ถูกจับกุมในออสเตรเลีย โดยล่าสุดเตรียมประสาน ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อเร่งล่าตัวหัวขบวนการชาวลาว ที่มีหมายจับติดตัวและกลุ่มคนไทยปลายทางอย่างเร่งด่วน
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) แถลงความคืบหน้าการขยายผลคดี “มินา” แอร์โฮสเตสสาวชาวไทย ที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลีย หลังรับหิ้วถุงผ้าลายช้างซุกซ่อนยาเสพติด โดยระบุว่า ป.ป.ส. ได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบความเชื่อมโยงมาตั้งแต่ปี 2566
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบเบาะแสการส่งพัสดุเข้ามาในพื้นที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร จึงเข้าตรวจสอบและตรวจยึดเฮโรอีนน้ำหนัก 8 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าผ้าแขวนผนัง จากนั้นในวันที่ 1 กรกฎาคม ได้ขยายผลตรวจค้นอีก 2 จุด คือ ย่านซอยรางน้ำ ตรวจยึดเฮโรอีนกว่า 9 กิโลกรัม ซุกซ่อนในเสื้อกันหนาวและซองกาแฟ เตรียมส่งไปออสเตรเลีย และย่านรามคำแหง ตรวจยึดเฮโรอีน 6.23 กิโลกรัม ซุกซ่อนในชุดไทยสีชมพู เตรียมส่งไปยังไต้หวัน
พ.ต.ต.สุริยา ชี้ว่า แผนประทุษกรรมของเครือข่ายนี้ จะลำเลียงยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมาบรรจุหีบห่อ (Packaging) ในไทย โดยแบ่งหน้าที่กันทำเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มต้นทางในประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มกลางทางที่เป็นคนไทยรับหิ้ว และกลุ่มปลายทางที่รอรับยาเสพติดในต่างประเทศ ซึ่งมักจะชักชวนกลุ่มแอร์โฮสเตส นักท่องเที่ยว หรือนักศึกษา ผ่านการซื้อขายน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง
จากการประสานข้อมูลกับทางการออสเตรเลีย พบว่ากลุ่มผู้รับพัสดุปลายทางเป็นคนไทย 2-3 คน ซึ่งเป็นบุคคลเฝ้าระวังของทางการออสเตรเลียอยู่แล้ว ส่วนกรณีไรเดอร์ที่ส่งพัสดุเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัว โดยพบเบาะแสเป็นชายสวมเสื้อฮู้ดสีเข้ม ขับรถยนต์เก๋งสีดำ ขณะที่ตัวการใหญ่ผู้สั่งการได้รับการยืนยันว่าเป็นชายชาวลาวที่มีหมายจับติดตัวอยู่แล้ว
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้ประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ พร้อมฝากเตือนประชาชน ห้ามรับหิ้วของไปต่างประเทศโดยเด็ดขาด หากพบสิ่งผิดปกติควรแจ้งตำรวจทันที เพราะหากถูกจับกุมจะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบทางกฎหมายได้