เนชั่นทีวี

ข่าว

ไม่ใหญ่ทำไม่ได้! มท.หนู แถลงผลสอบ โกงสอบท้องถิ่น ฟันวินัยร้ายแรง 5 ขรก.

02 ก.ค. 2569 | prisana_tha

ไม่ใหญ่ทำไม่ได้! มท.หนู แถลงผลสอบ โกงสอบท้องถิ่น ฟันวินัยร้ายแรง 5 ขรก.

ไม่ใหญ่ทำไม่ได้! มท.หนู แถลงผลสอบ โกงสอบท้องถิ่น ฟันวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ ชี้ผู้รับจ้าง – เอกชน เอี่ยวทั้งหมด

ไม่ใหญ่ทำไม่ได้! มท.หนู แถลงผลสอบ โกงสอบท้องถิ่น ฟันวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ ชี้ผู้รับจ้าง – เอกชน เอี่ยวทั้งหมด

KEY

POINTS

  • ผลสอบโกงสอบท้องถิ่น ครบ 7 วัน พบมีการแก้ไขคะแนนกระดาษคำตอบภาค ก.-ภาค ข. ถึง 90% และพบผู้รับจ้างกับเอกชนมีส่วนเกี่ยวข้อง
  • ข้าราชการ สถ. 5 ราย ถูกพบว่ามีความเกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งตั้งสอบวินัยร้ายแรงทันที
  • อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุคดีนี้เป็นการทุจริตที่ทำไม่ได้หากไม่มีผู้มีตำแหน่งระดับสูงเกี่ยวข้อง พร้อมส่งข้อมูลให้ 7 หน่วยงานปราบโกง ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา

2 กรกฎาคม 2569 “โกงสอบท้องถิ่น” เดือด! อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เผยผลสอบของมหาดไทย พบแก้คะแนนข้อสอบ ภาค ก. - ภาค ข. ถึง 90% ผู้รับจ้าง – เอกชนเอี่ยวทั้งขบวนการ สั่งลุยเอาผิดวินัย แพ่ง และอาญา ชี้คดีนี้ “ถ้าตำแหน่งไม่ใหญ่ทำไม่ได้” พร้อมส่งข้อมูลให้ 7 หน่วยงานปราบโกงดำเนินคดี

 

จากกรณี มหาดไทยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ครบ 7 วัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงผลสอบว่า โดยระบุว่า มีการแก้คะแนนกระดาษคำตอบ ภาค ก. - ภาค ข. ร้อยละ 90  พบ ผู้รับจ้าง และ เอกชน เอี่ยวทั้งหมดหมด

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย แถลงผลสอบ โกงสอบท้องถิ่น พบข้าราชการ สถ. เอี่ยว 5 ราย สั่งฟันวินัยร้ายแรง

 

ขณะเดียวกันมีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) จำนวน 5 ราย เกี่ยวข้อง ได้สั่งสอบวินัยร้ายแรงแล้ว

 

โดยนายอนุทิน ยังระบุด้วยว่า กรณีโกงสอบท้องถิ่น ถ้าตำแหน่งไม่ใหญ่ทำไม่ได้ พร้อมทั้งส่งข้อมูลให้กับ 7 หน่วยงานปราบโกง เอาผิดทางแพ่งและอาญา

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย แถลงผลสอบ โกงสอบท้องถิ่น พบข้าราชการ สถ. เอี่ยว 5 ราย สั่งฟันวินัยร้ายแรง

 

ทั้งนี้นายอนุทิน ได้กล่าวชม คณะกรรมการชุดนี้ที่ได้เร่งสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น เพื่อหาข้อเท็จจริงภายในระยะเวลาที่ตนได้ขอให้ทำภายในเรียบร้อยภายใน 7 วัน และมีรายงานสรุปเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 มีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการ ในการสืบสวนสอบสวน พบความไม่โปร่งใสไม่สุจริตและมีความพยายามที่จะทำให้เกิดการโกง เพื่อให้บุคคลที่มีความความเชื่อมโยงกันได้ผลประโยชน์ และได้รับการคัดเลือกบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น เป็นการสอบสวนในเบื้องต้น

 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยไม่ได้สอบสวนอยู่ฝ่ายเดียว เพราะจากการลงนาม MOU 7 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ แต่ละหน่วยงานก็มีหลักฐาน และมีการดำเนินการสืบสวนสอบสวน และบางหน่วยงานได้ตรวจสอบลงลึกไปในรายละเอียดมากแล้ว และจะนำข้อมูลต่างๆมารวมกัน โดย MOU ลงนามไว้ โดยมีกระแสข่าวเช่นนี้มาตั้งแต่เดือน พ.ย.68 จึงสั่งการให้มีการชะลอการสอบ และดำเนินการสอบโดยมีมาตรฐานใหม่ กลไกใหม่ เปลี่ยนจากอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งเป็นอีกมหาวิทยาลัย โดยมีการตั้ง TOR ขึ้นมาเพื่อให้มีการคัดเลือก ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้คัดเลือก ระยะเวลา 2 ปี กว่าถึงจะมีการสอบรอบที่ 2 ตนได้สอบถามไปแล้ว ทำไมจึงต้องมาเร่งสอบตอนนี้ เพราะจากการยกเลิกการสอบครั้งที่ผ่านมา ทำให้ไม่มีการสอบมาแล้ว 3 ปี ในช่วงปลายปี 2568

 

รวมทั้ง กลุ่มที่มีการทุจริตการสอบคิดว่ารัฐบาลนี้จะอยู่เพียงแค่ 4 เดือน และไม่ได้รับการเลือกตั้ง จนสามารถกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จึงไม่ได้เกรงกลัวอะไร รวมถึงไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในกระทรวงมหาดไทย จึงไม่มีใครมารายงานเรื่องดังกล่าวกับตนสักคนเดียว

 

และเมื่อตนเข้ามาดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 2 ก็คงผิดความคาดหมาย จึงต้องมีกระบวนการแก้กระดาษคำตอบ และไฟล์ข้อมูล เห็นได้จากกระดาษคำตอบว่า ในกระดาษคำตอบได้ 45 คะแนน แต่ที่ประกาศผลโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายหรือนางสาวคนนี้ได้ถึง 77 คะแนน ส่วนอีกคนในกระดาษคำตอบได้ 33 คะแนน แต่ในการประกาศเป็น 70 คะแนน ดังนั้นการสุ่มตรวจจำนวน 80 คน อยู่ในลักษณะเช่นนี้ทั้งหมด

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังชี้ให้เห็นว่า กระบวนการทุจริตครั้งนี้ได้เตรียมการมาอย่างดีเนื่องจากกระดาษคำตอบมีรอยดินสอที่ใช้ฝนเพื่อตอบในกระดาษคำตอบล้นออกมา นอกจากนี้มีการกล่าวอ้างว่าเอกสารมีจำนวนมากอาจตรวจสอบไม่ทัน ทำให้มีการสร้างกระดาษคำตอบโดยเทคโนโลยีเอไอขึ้นมา ดังนั้น เมื่อเห็นเช่นนี้ ไม่ต้องถามกันอีกแล้ว เพราะหากเป็นเช่นนี้ มีการทุจริตแน่นอน โดยในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพราะถือเป็นการสอบทุจริต ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการ

 

โดยให้ทั้ง 7 หน่วยงานที่เซ็น MOU ไว้ เป็นผู้ตรวจสอบและมาปราบโกง และกระบวนการได้เริ่มแล้ว หากพลาดไปโดนใครก็ถือว่าเป็นคนนั้น ซึ่งเท่าที่ทราบมีเยอะแล้ว ทั้งเส้นเงิน กระบวนการ โดยถือหลักการ “ปิดชื่อถือพฤติกรรม”

 

เมื่อถามว่า ใน 5 คนที่เป็นข้าราชการของกรม สถ. เป็นข้าราชการระดับใด นายอนุทิน กล่าวว่า เราปิดชื่อถือพฤติกรรม

 

“แต่หากผู้กระทำความผิดไม่ใหญ่จริงคงทำไม่ได้ในการเข้าถึงเอกสาร และกระบวนการนี้ก็เร่งทำ เพราะหลายคนบรรจุแล้ว ขอแสดงความเสียใจด้วย หากมีการตรวจสอบออกมาว่าผิด ที่มาผิด ทุกอย่างต้องเป็นโมฆะ ใครที่ทำอะไรไว้รู้แก่ใจดี คิดว่าไม่น่าจะหนีพ้นได้”

 

หลังจากนี้จะมีการบูรณาการเพิ่ม น้ำหนักหลักฐาน และความเข้มข้นของทุกหน่วยงาน เพื่อเอาผิดกับขบวนการนี้ให้ได้ ตนในฐานะนายกรัฐมนตรี เมื่อทราบกระบวนการนี้ ว่ามีความผิดแน่นอนได้ ได้แจ้งต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ชะลอการบรรจุข้าราชการ ในวันที่ 1 ก.ค.69 ที่ผ่านมา พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการ ส่วนจะบรรจุหรือไม่ มีคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ต้องพิจารณา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีบุคคลภายนอกร่วมด้วย ซึ่งทางนายกฯ ได้เสนอให้มีการชะลอการบรรจุ แต่คณะกรรมการส่วนใหญ่ที่มาจากภายนอกไม่เห็นด้วย ได้ลงมติให้มีการบรรจุข้าราชการต่อไป

 

ส่วนในช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 ใครเป็นคนย่ามใจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ย่ามใจหมด เพราะเป็นสภาพของรัฐบาลรักษาการ เราเพิ่งทำงานได้อย่างเต็มที่ และได้รับความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพหลังช่วงการเลือกตั้ง

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เข้าข่าย ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะยังไม่ได้มีการกล่าวหาและดำเนินคดี ขณะที่หน่วยงานอื่นอีก 6 หน่วยงาน ภายใต้ MOU ก็ดำเนินการคู่ขนานกัน และจะมีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทุจริตมีการกล่าวหาบุคคล ซึ่งน่าจะมีบุคคลที่มีชื่อชั้น มีความสำคัญ และมีตำแหน่งสูง ดังนั้น จะไปกล่าวหาลอย ๆ ไม่ได้ แต่ต้องมีข้อมูล เพื่อที่ข้อมูลจะได้มีความกระชับแน่นหนามากขึ้น โอกาสที่จะดิ้นหลุดก็ไม่มี

 

“การกระทำผิดเพื่อการนี้ ต้องมาแก้ข้อสอบ แก้คะแนน ย้ายข้อสอบแก้ไฟล์ต้องมีการโอนเงินการบรรจุ แต่ละเรื่องเป็นอาญาแผ่นดินทั้งนั้น อย่างที่บอกว่าพวกชั่วขายชาติอะไรพวกนี้ เป็นความรู้สึกที่ทุกคนคงคิดแบบนี้เช่นกัน แต่เราจะบอกว่าคนนี้เป็นคนชั่วคนขายชาติคนขี้โกงเฉยๆ ไม่ได้ ต้องให้เขารับข้อกล่าวหานี้ด้วยหลักฐาน รัฐบาลของผมหลักฐานต้องเป็นที่ประจักษ์ มีหลักฐานแล้วต้องมัดตัวให้แน่นดิ้นไม่หลุด เราทำงานกันแบบนี้ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นว่ามีใครรอดสักราย” นายกฯ กล่าว

 

เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ตั้งเป้าสอบเรื่อง TOR กระทรวงมหาดไทย จะหยิบมาดูด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้า ป.ป.ช.สอบแล้ว เราก็สอบของเรา คนออกทีโออาร์ก็คนกระทรวงมหาดไทยทั้งนั้น ต้องไปดูถึงกระบวนการทั้งหมด อย่างเรื่องของ TOR ก็ต้องไปดูว่าทำไมถึงอนุญาตให้ทำเอไอในกระดาษคำตอบได้ ตนก็อยากจะรู้เหมือนกัน ตนจะกลับไปอ่านสัญญา ซึ่งเรื่อง TOR ตนก็พอเป็นอยู่ ทั้งชีวิตสมัยทำงานภาคเอกชนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของ TOR จะต้องตรวจให้ดี

 

“มันไม่มีทางจัดสอบอย่างนี้ได้ ต่อให้ต้องใช้เวลาในการสอบสวนนานเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครกล้าสอบแล้วตอนนี้ ไปท้าให้เขาสอบอีก 2 เดือน ยังไม่มีใครจะมาเปิดสอบเลย ผมถือว่าเป็นการลดจำนวนข้าราชการที่ไม่ต้องเพิ่มขึ้น และต้องทำงานหนักขึ้น ผมไม่เชื่อว่าที่อ้างกันมา 3 ปีแล้วไม่ได้สอบเลยก็ไม่เห็นว่าการให้บริการประชาชน และประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างเป็นนัยสำคัญ

 

ตรงกันข้ามยิ่งคนน้อยลงประหยัดทั้งงบประมาณแผ่นดิน และสามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ผมทำงานกระทรวงมหาดไทยมา 3 ปี ไม่ได้รู้สึกเลย ที่มีอยู่ทุกวันนี้ยังรู้สึกว่าเยอะไปด้วยซ้ำ และยังคิดว่าถ้าเกษียณไม่ต้องเพิ่ม และมอบหมายงานให้เพิ่มมากขึ้น ทำงานมากด้วยความซื่อสัตย์สุจริตก็เป็นสิ่งที่สนุก จากนี้ไปข้อมูลต่าง ๆ จะหลั่งไหลเข้ามาให้ปลัดฯได้ดำเนินการอย่างเต็มที่” นายอนุทิน กล่าว

 

นายกฯ กล่าวแสดงความมั่นใจด้วยว่าทางตำรวจ และ ป.ป.ช. จะต้องมาขอข้อมูลกระทรวงมหาดไทยไปประกบกับข้อมูลที่เขามีอยู่ ต่างคนต่างทำหน้าที่ ยิ่งเขาได้ข้อมูลมากก็ยิ่งทำสำนวนได้ตรง เราก็มีหน้าที่ส่งข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะเราไม่ได้ดำเนินคดีเอง

 

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวพยายามที่จะสอบถามนายอนุทินต่อว่า การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการท้าทาย และไม่เกรงกลัวต่ออำนาจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่เกี่ยว เพราะไม่มีใครที่จะกระทำการทุจริตได้ ยกเว้นคนที่ตั้งใจ ไม่ได้ท้าทายอำนาจนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการท้าทายอำนาจประชาชน เพราะคนเหล่านี้ต้องไปเป็นข้าราชการรับใช้ประชาชน และต้องเป็นคนทำงานรับใช้ชาติ เข้ามาวันแรกก็โกงแล้ว อย่างนี้อนาคตประเทศจะมีปัญหา

 

เมื่อถามว่า จะมีบุคคลที่ใหญ่กว่าข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ และจะสาวถึงหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่ต้องห่วง ตอนนี้คนมารุมสืบสวนสอบสวนทุกหน่วยงาน ทั้ง ปปท. ปปง. และ ป.ป.ช. แค่ 3 หน่วยงานนี้ฟังก็เหนื่อยแล้ว และยังมีตำรวจอีก รวมถึงกระทรวงมหาดไทยที่ต้องไปสอบสวนหน่วยงานตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน คือ มีความพยายามที่จะแก้ไขข้อมูลคะแนน กระดาษคำตอบ ที่ในตัวกระดาษคะแนนหนึ่ง แต่ในคอมพิวเตอร์อีกคะแนนหนึ่ง แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว ทำได้ 37 คะแนน ตอนนี้ในคอมพิวเตอร์ 74 คะแนน อย่างนี้จะต้องไปตรวจสอบอะไรอีก

 

เมื่อถามว่า เป็นการประมาทหนู 1 เกินไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบทันที ว่า หากจะมองอย่างนั้นก็เป็นธรรมดา เมืองไทยก็อย่างนี้

ข่าวล่าสุด