แฉเล่ห์จ้างสอบแทน ปภ. อธิบดีสั่งล้อมคอกกฎเหล็กคุมเข้ม
29 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

แฉเล่ห์จ้างสอบแทนสนาม ปภ. หลังจับโป๊ะชายวัย 57 อ้างทำคีโมหน้าเปลี่ยน สอบแทนหนุ่มวัย 28 อธิบดี ปภ.สั่งยกระดับกฎเหล็กเครื่องแต่งกายสกัดทุจริตเข้มข้น
ข่าว
29 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

แฉเล่ห์จ้างสอบแทนสนาม ปภ. หลังจับโป๊ะชายวัย 57 อ้างทำคีโมหน้าเปลี่ยน สอบแทนหนุ่มวัย 28 อธิบดี ปภ.สั่งยกระดับกฎเหล็กเครื่องแต่งกายสกัดทุจริตเข้มข้น
KEY
POINTS
29 มิถุนายน 2569 จากเหตุระทึกกลางสนาม โกงสอบ ปภ. การสอบข้าราชการ ปภ. เมื่อกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซ้อนแผนรวบตัว "มือปืน" วัย 57 ปี ที่ใช้ เล่ห์จ้างสอบแทน ปลอมตัวเข้าห้องสอบแทนผู้สมัครจริงอายุ 28 ปี โดยอ้างเหตุผลร่างกายเปลี่ยนเพราะทำคีโมรักษาโรคมะเร็ง หวังตบตาเจ้าหน้าที่ ก่อนผลพิสูจน์ลายนิ้วมือจะมัดตัวแน่นจนมุม นำไปสู่การสั่ง ล้อมคอกทุจริตสอบ วางกฎเหล็กเครื่องแต่งกาย และระบบคะแนนโปร่งใส เพื่อป้องกันขบวนการมิจฉาชีพอย่างเด็ดขาดทั่วประเทศ
สืบเนื่องจากการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปิดรับสมัครใน 10 ตำแหน่ง แบ่งเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ (ป.ตรี) 6 ตำแหน่ง และประเภททั่วไป (ปวช. ขึ้นไป) 4 ตำแหน่ง รวม 217 อัตรา โดยมีผู้สมัครสูงถึง 16,000 คน แต่มีผู้เข้าสอบจริงประมาณ 8,000 คน ภายใต้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งแบ่งกระจาย 4 ศูนย์สอบทั่วประเทศนั้น
"ล่าสุด แหล่งข่าวระดับสูงจาก ปภ.เปิดเผยถึงเบื้องหลังการตรวจพบการทุจริตครั้งใหญ่ในห้องสอบ ซึ่งมีพฤติการณ์แยบยลและส่อแววทำกันเป็นขบวนการ"
โดยขณะที่ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เดินตรวจเยี่ยมสนามสอบ คณะกรรมการคุมสอบได้สังเกตเห็นความผิดปกติของผู้เข้าสอบรายหนึ่ง จึงนำภาพถ่ายในบัตรประจำตัวมาเปรียบเทียบดูพบว่า ใบหน้ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำอยู่ ณ สนามสอบ ตรึงกำลังและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวไว้ในห้องสอบ โดยห้ามออกจากห้องจนกว่าจะหมดเวลาสอบ ร่วมกับผู้เข้าสอบรายอื่นเพื่อป้องกันความวุ่นวาย
"เมื่อเข้าไปสอบถามในเบื้องต้น ชายรายดังกล่าวพยายามบ่ายเบี่ยงและแสดงท่าทีมีพิรุธ โดยอ้างว่าที่ใบหน้าไม่เหมือนในบัตร เนื่องจากตนเองป่วยเป็นมะเร็งและเพิ่งไปทำคีโม (เคมีบำบัด) มา ทำให้สภาพร่างกายและใบหน้าเปลี่ยนไป" แหล่งข่าวระบุ
อย่างไรก็ดี เมื่อหมดเวลาสอบ เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงได้ควบคุมตัวไปตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่สำนักงานเขต เพื่อ "พิสูจน์ลายนิ้วมือ" ผลปรากฏว่าลายนิ้วมือไม่ตรงกับฐานข้อมูลผู้สมัครจริง และเมื่อจำนนด้วยหลักฐาน ชายรายนี้จึงยอมรับสารภาพว่า ตนมีอายุถึง 57 ปี แต่ได้รับการว่าจ้างให้มาเข้าห้องสอบแทนผู้สมัครตัวจริง ซึ่งเป็นชายอายุเพียง 28 ปีเท่านั้น
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังจากผู้ต้องหารับสารภาพ ได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.) ในพื้นที่ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งขยายผลคดีนี้เป็นพิเศษ
เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ต้องหาขณะถูกจับกุมมีลักษณะนิ่งเฉย ไม่สะทกสะท้าน ยืนยันคำโกหกเรื่องทำคีโมได้อย่างแนบเนียน จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า อาจจะไม่ใช่การทำครั้งแรก และอาจเคยรับจ้างในลักษณะนี้มาแล้วในขอบข่ายสนามสอบอื่น ๆ หรือทำกันเป็นขบวนการมิจฉาชีพจัดหา "มือปืน" รับจ้างสอบราชการ
ทั้งนี้ สถิติการสอบของ ปภ. ในอดีตค่อนข้างมีความเข้มข้นสูง ในบางตำแหน่งเคยมีประวัติว่า "ผู้เข้าสอบสอบตกยกชั้น" ไม่มีใครผ่านเกณฑ์เลยก็มี จึงอาจเป็นแรงจูงใจให้ผู้สมัครบางรายเลือกใช้ทางลัดทุจริต
อธิบดี ปภ. ยืนยันว่า มาตรการสกัดกั้นการทุจริตของ ปภ. ถูกวางไว้เข้มงวดตั้งแต่ต้น โดยมีมาตรการสำคัญ ดังนี้
1. ควบคุมเครื่องแต่งกายอย่างเคร่งครัด กำหนดให้ผู้เข้าสอบสวมใส่เสื้อยืดคอกลม กางเกงวอร์ม และรองเท้าแตะเท่านั้น
2. ห้ามนำวัตถุแปลกปลอมเข้าห้องสอบ: ห้ามนำโลหะ เครื่องมือสื่อสาร หรือแม้แต่ "กบเหลาดินสอ" เข้าห้องสอบอย่างเด็ดขาด
3. มาตรการความปลอดภัยขั้นสูง กำชับมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบติดตั้งกล้องวงจรปิด จัดเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงในจุดเก็บข้อสอบ
4. ระบบคะแนนโปร่งใส ระบบของ ปภ. จะมีกระดาษคำตอบเพียงแผ่นเดียว และเก็บรักษาไว้ที่เดียวตามขั้นตอนมาตรฐาน ไม่มีรูปแบบการบันทึกคะแนน ที่เปิดช่องให้เข้าไปแก้ไขผ่านแฟลชไดรฟ์ได้ง่าย และผู้เข้าสอบสามารถร้องขอตรวจคะแนนได้หลังจากประกาศผลสอบเพื่อความโปร่งใส