สุชาติลุยทับลาน 28 มิ.ย. ยันคืนสิทธิ์ชาวบ้าน ไล่บี้นายทุน
24 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"สุชาติ ชมกลิ่น" รมว.ทรัพยากรฯ เตรียมลงพื้นที่ทับลาน 28 มิ.ย. นี้ แก้ข้อพิพาทที่ดินทำกิน ยันให้ความเป็นธรรมชาวบ้านอยู่มาก่อน รื้อถอนนายทุนรุกป่า
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"สุชาติ ชมกลิ่น" รมว.ทรัพยากรฯ เตรียมลงพื้นที่ทับลาน 28 มิ.ย. นี้ แก้ข้อพิพาทที่ดินทำกิน ยันให้ความเป็นธรรมชาวบ้านอยู่มาก่อน รื้อถอนนายทุนรุกป่า
KEY
POINTS
24 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมนำคณะทำงานลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อรับหนังสือและรับฟังปัญหาข้อพิพาทที่ดินทำกินโดยตรง จากกลุ่มเซฟทับลานและประชาชนในพื้นที่ โดยเร่งพิสูจน์สิทธิ์ตามหลักความเป็นธรรม เพื่อคืนที่ดินและสิทธิ์ทำกินให้แก่ชาวบ้านดั้งเดิม ที่อยู่อาศัยมาก่อนการประกาศเขตป่าอุทยานฯ พร้อมเดินหน้าตรวจสอบและรื้อถอนรีสอร์ท หรือนอมินีนายทุนที่ทำผิดวัตถุประสงค์อย่างเด็ดขาด
ที่อาคารรัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับหนังสือจากชาวบ้านทับลาน เรื่องอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยชาวบ้านยืนยันสิทธิ์ว่า พื้นที่ที่มีการเปิดเผยในโซเชียลมีเดีย เป็นพื้นที่หมู่บ้านที่มีอยู่เดิม ก่อนที่อุทยานจะประกาศเป็นเขตอุทยาน จึงขอมายืนยันสิทธิ์ แต่เมื่อปี 2524 ที่มีการประกาศให้เป็นพื้นที่อุทยาน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
นายสุชาติ กล่าวว่า เราต้องพิสูจน์ให้ได้เพื่อขจัดความเคลือบแคลงสงสัย หากเป็นของชาวบ้านก็จะให้เป็นพื้นที่ทำกินต่อ แต่หากเป็นโรงแรมหรือรีสอร์ท ก็จะให้รื้อถอน ซึ่งจะมีการตั้งวอร์รูมในพื้นที่ ตนไม่ได้ต้องการให้ที่ดินหรือผลประโยชน์กับนายทุนรายใด เพราะเราสนใจว่าชาวบ้านจะอยู่อย่างไร ซึ่งในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ จะลงพื้นที่รับฟังปัญหาของชาวบ้านทั้งหมด โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักอนุรักษ์ และนักสิทธิมนุษยชน รวมถึงมูลนิธิต่างๆ ที่มีข้อสงสัยไปร่วมด้วย พร้อมอยากให้ชาวบ้านเข้าใจว่าสิ่งที่รัฐบาลทำคือ การแก้ปัญหาที่หมักหมมมาอย่างยาวนาน หากไม่ทำวันนี้อีกกี่สิบปีก็คงไม่ได้ทำ เมื่อจะทำก็โดนต้าน แต่ชาวบ้านจริงๆ ไม่มีพลังโซเชียลมาต้าน จึงไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรถึงความเดือดร้อนของตนเอง
“เมื่อเช้านายกฯ โทรมาคุย ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน กลุ่มทุนไม่ให้ ต้องจับให้หมด นี่คือสองขา ขาหนึ่งช่วยชาวบ้านที่เป็นชาวบ้านจริง อีกขาหนึ่งคือจับนายทุนรื้อให้หมด มีแค่สองอย่าง ต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มที่อนุรักษ์ด้วย” นายสุชาติ กล่าว
ด้านตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า อยากให้แก้ปัญหาเรื่องนี้ เพื่อให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ไม่ต้องกังวลว่า ตัดไม้ต้นหนึ่งหรือเก็บผักเก็บหญ้าจะต้องถูกจับหรือไม่ ส่วนคนที่บอกว่าเซฟทับลานโดยที่ไม่ได้เห็นความจริงว่า ชาวบ้านอยู่อย่างไร อยากเชิญคนที่เซฟทับลานไปดูในหมู่บ้าน
ภายหลังรับหนังสือเสร็จสิ้น นายสุชาติ กล่าวว่า กลุ่มชาวบ้านทับลานเห็นมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้ยึดถือแนวเขตขยับตามสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต อย่าไปบอกว่าเฉือนป่า เพราะนั่นไม่ใช่ป่าเนื่องจากเป็นคอนกรีตหมดแล้ว ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ในอดีตมีการพูดว่าป่าเกิดก่อนคน แต่เมื่อคนมาอยู่ก่อนกฎหมายประกาศ ก็ต้องให้เขาอยู่หรือไม่ เหรียญมีสองด้าน ด้านหนึ่งถูกด้านหนึ่งก็ต้องผิด ไม่มีถูกทั้ง 2 ด้าน บางคนบอกว่าป่าอยู่ก่อนมนุษย์ ถูกต้องตามหลักธรรมชาติ แต่เมื่อมนุษย์เข้าไปอยู่ก่อนประกาศของอุทยาน ก็ต้องเป็นพื้นที่ของมนุษย์หรือไม่ อุทยานไปประกาศทับหลังเขา ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา
เรื่องนี้ไม่ได้มีประเด็นอะไร ถ้าทุกคนยืนตามหลักกฎหมายและหลักมนุษยชน การที่เราจะอนุรักษ์ป่าเป็นเรื่องของพวกตนอยู่แล้ว กรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ต้องอนุรักษ์ แต่เมื่อไปทำลายวิถีชีวิตของเขาที่สะสมมา 50-60 ปี ถ้าเราไม่แก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อีกกี่สิบปีใครจะหยิบมาทำ พอหยิบมาทำก็มีคนต่อต้าน คนต่อต้านก็เข้าใจ แต่ก็ต้องมาลงพื้นที่จริงว่าคืออะไร ว่าตามกฎหมายอะไรที่ถูกต้องก็ต้องให้เขา แต่ชาวบ้านไม่สบายใจว่าสิ่งที่เรียกร้องมา 50 ปี เสียชีวิตไปแล้วไม่รู้กี่รุ่น ทำไมวันนี้รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่คนที่ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านทำไมถึงไม่เข้าใจเขาเลย
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า วันที่ 28 มิ.ย. นี้ จะนำทุกคนไปดูพื้นที่จริง ย้ำว่า นักอนุรักษ์ต่างๆ รวมถึงคนที่ต่อต้าน ให้ไปดูพื้นที่แต่ละจุดจริงๆ ตกลงแล้วโขลงช้างที่ถ่ายออกมาไม่ใช่พื้นที่ทับลาน เพราะพื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่เป็นคอนกรีตหมดแล้ว ส่วนกรณีที่ผลสำรวจความเห็นของคนไม่เห็นด้วยมีมากกว่าเห็นด้วยนั้น เรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเป็นผู้ชัดเจน เพราะเป็นผู้ที่ลงไปสำรวจ ตนไม่แน่ใจว่าคำถามไปในทิศทางใด แต่เป็นแนวทางชี้นำว่าจะเอาพื้นที่อุทยานให้ชาวบ้านเห็นด้วยหรือไม่ เป็นคำถามที่ไม่ใช่เรื่องจริง และเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า คนมาแสดงความเห็นมี IP ที่ซ้ำกัน สิ่งที่เราทำคือเราแค่มอบพื้นที่จากอุทยานที่เป็นพื้นที่หลวงไปอยู่พื้นที่ ส.ป.ก. ก็เป็นหลวงเหมือนกัน เพื่อให้ผู้ยากไร้ทำกินเกษตรอยู่อาศัย ไม่ได้มีนโยบายให้ไปทำรีสอร์ตหรือโรงแรมอยู่แล้ว
ถ้า ส.ป.ก. ทำแบบนั้นก็แจ้งความจับ ส.ป.ก. ตนก็จับได้ถ้าทำในสิ่งที่ผิดวัตถุประสงค์ ถ้าไม่เชื่อถือหน่วยงานก็ส่งเรื่องเข้าสภาฯ ยุบหน่วยงานทิ้ง ซึ่งคนที่ได้ที่ดินจากการอนุญาตในครั้งนี้ จะต้องเอาเลข 13 หลักมาเข้าระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อใดที่เลข 13 หลักของครอบครัวนี้เปลี่ยนไปไม่ใช่บุตรหลานหรือคนในครอบครัวนี้ ต้องยึดคืน เพราะถือว่าผิดวัตถุประสงค์
“ด้วยความเคารพ ผมเป็นรัฐมนตรีเอาชีวิตและศักดิ์ศรีตำแหน่งเป็นเดิมพัน ถ้าผมไปทำอะไรที่เอื้อประโยชน์กับนายทุน ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ผมคงอยู่ไม่ได้เหมือนกัน ในสิ่งที่ผมยืนหยัดอยู่ในวันนี้ อธิบดีจะเกษียณอีก 4-5 เดือน ท่านกับผมจะทำให้จบ สุดท้ายท่านเกษียณก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับที่ดินตรงนั้น ผมก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับที่ดินตรงนั้น ผมต้องการให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมและถูกต้องให้รักประเทศไทย ไม่ใช่มองว่ากฎหมายประเทศไทยไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา อย่างนี้จะอยู่กันอย่างไร” นายสุชาติ กล่าว
นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนนายทุนไม่มีรอดในสายตาแน่นอน ไม่เอาไว้แน่นอน คุณรวยอยู่แล้วไปลงทุนในที่ดินที่มีโฉนด อย่ามาลงทุนในที่ดินของหลวง ไม่ถูกต้องเอาเปรียบสังคม ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องจบในช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีอยู่ เราไม่สนใจกลุ่มทุนใครหน้าไหนทั้งนั้นทุกอย่างต้องจบ ถ้าไม่จบตนก็ต้องจบ แลกกัน เรื่องนี้ไม่จบชีวิตตนก็จบ แลกกัน ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน เราอยู่บนพื้นฐานศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราลูกผู้ชายถ้าพูดขนาดนี้แล้ว สัจจะตนเองจะอยู่ได้อย่างไรในสังคม ใครจะคบกับเรา วันนี้กลุ่มทุนทุกอย่างไม่ต้องมาหาตน ตนไม่เอาไว้แน่นอน ตนบอกกับข้าราชการทุกคนถ้าใครกลัวย้ายไปอยู่ที่อื่น ถ้าวันนี้ไม่ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองจะทำวันไหน ในเมื่อนายกฯ กับตนทำเต็มที่ แล้วพวกท่านกลัวอะไรกัน ในเมื่อเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ท่านต้องกลัวอะไร ตนยังไม่กลัวเลย แต่ต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มที่เห็นต่าง แต่อย่าปลุกระดม
ภายหลังที่นายสุชาติให้สัมภาษณ์เสร็จ ได้มีกลุ่มที่คัดค้านการแบ่งพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน หรือกลุ่ม SAVE ทับลาน สวมเสื้อยืดสีขาวมาสภาฯ เพื่อมายื่นหนังสือกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ซึ่งได้บังเอิญเจอกับนายสุชาติที่มารับหนังสือจากกลุ่มสนับสนุนพอดี ทำให้กลุ่มคัดค้านได้เผชิญหน้ากับนายสุชาติ พร้อมตะโกนลั่นว่า “เซฟทับลาน ๆ ๆ” ดังลั่นสภาฯ ซึ่งนายสุชาติก็ไม่ได้หยุดพูดคุยกับกลุ่มดังกล่าว โดยได้พยายามเดินฝ่าวงกลับเข้าไปภายในสภา โดยไม่ได้ชี้แจงหรือพูดอะไร
เนื่องจากกลุ่มคัดค้านมองว่า ป่าอยู่มาก่อนคน และการออกเอกสารสิทธิ์มาเป็น ส.ป.ก. เพื่อรอวันเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินเอื้อให้กับนายทุน