เนชั่นทีวี

ข่าว

ฝรั่งเศสร้อนทุบสถิติประวัติศาสตร์สลดสังเวย 40 ศพเซ่นจมน้ำคลายร้อน-ลูฟร์-ไอเฟลปิดหนีแดด

24 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

ฝรั่งเศสร้อนทุบสถิติประวัติศาสตร์สลดสังเวย 40 ศพเซ่นจมน้ำคลายร้อน-ลูฟร์-ไอเฟลปิดหนีแดด

ฝรั่งเศสจารึกสถิติ "วันร้อนที่สุด" นับตั้งแต่ปี 2490 อุณหภูมิพุ่งทะลุ 43 องศาเซลเซียส สลดพลเรือนจมน้ำดับอย่างน้อย 40 ราย หลังแห่ลงเล่นน้ำในจุดไม่ได้รับอนุญาตเพื่อหนีแดด ขณะที่แลนด์มาร์กโลกอย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟร์และหอไอเฟลทนไม่ไหว ประกาศปิดไวขึ้นเพื่อความปลอดภัย

ฝรั่งเศสจารึกสถิติ "วันร้อนที่สุด" นับตั้งแต่ปี 2490 อุณหภูมิพุ่งทะลุ 43 องศาเซลเซียส สลดพลเรือนจมน้ำดับอย่างน้อย 40 ราย หลังแห่ลงเล่นน้ำในจุดไม่ได้รับอนุญาตเพื่อหนีแดด ขณะที่แลนด์มาร์กโลกอย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟร์และหอไอเฟลทนไม่ไหว ประกาศปิดไวขึ้นเพื่อความปลอดภัย

KEY

POINTS

  • ฝรั่งเศสเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำลายสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศที่เคยบันทึกไว้เมื่อปี พ.ศ. 2490
  • มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 40 ราย ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการจมน้ำขณะพยายามลงเล่นน้ำในแหล่งที่ไม่ได้รับอนุญาตเพื่อคลายร้อน
  • สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟร์และหอไอเฟลประกาศปรับเวลาปิดทำการให้เร็วขึ้น 2 ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวิกฤตการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในทวีปยุโรป หลังเผชิญหน้ากับคลื่นความร้อน (Heatwave) ระลอกรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยประเทศฝรั่งเศสได้บันทึกสถิติวันที่มีสภาพอากาศร้อนจัดที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายไฟฟ้าทั่วประเทศตกอยู่ภายใต้ภาวะวิกฤต ซ้ำร้ายยังนำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เมื่อมีรายงานพลเรือนเสียชีวิตจากการจมน้ำและการเผชิญความร้อนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

1. ร้อนทุบสถิติปี 2490 ดับแล้ว 40 ศพสังเวยการแอบลงเล่นน้ำคลายร้อน

นายเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ได้ออกแถลงการณ์ด่วนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการวิกฤตระบุว่า มีพลเรือนจมน้ำเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 40 ราย นับตั้งแต่ช่วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยกลุ่มเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่พยายามลงเล่นน้ำตามแม่น้ำหรือในจุดที่ไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดดูแลเพื่อหวังคลายความร้อน นอกจากนี้ ยังพบรายงานสลดเมื่อเด็กเล็กอายุ 2 ขวบ และ 4 ขวบ เสียชีวิตในสภาพหมดสติภายในรถยนต์ส่วนบุคคลที่จอดอยู่กลางแดดในเมืองคาร์เพนทราส รวมถึงผู้สูงอายุอีก 3 รายในบอร์โดซ์ที่เสียชีวิตจากระบบร่างกายล้มเหลวเนื่องจากความร้อน

ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติฝรั่งเศส (Meteo France) ยืนยันว่า ดัชนีอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศ (National Temperature Indicator) พุ่งทะยานแตะ 29.8 องศาเซลเซียส ทุบสถิติวันที่มีสภาพอากาศร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกระบบข้อมูลในปี 2490 (ค.ศ. 1947) โดยเฉพาะที่เมืองเลส์ แอร์บิเยร์ (Les Herbiers) ทางตะวันตกเฉียงใต้ อุณหภูมิภาคพื้นดินพุ่งสูงทลายกรอบ 43 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ทางการต้องประกาศระบบเตือนภัยระดับสีแดงขั้นสูงสุด (Red Alert) ครอบคลุมพื้นที่ 54 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่ระบบที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ไม่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ

 

2. พิพิธภัณฑ์ลูฟร์-หอไอเฟลสั่งปิดไวขึ้น 2 ชั่วโมง

พิษจากคลื่นความร้อนสุดขั้วในครั้งนี้ขยายวงกว้างจนส่งผลกระทบต่อระบบการท่องเที่ยวและระบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ในเมืองหลวง โดยผู้บริหารพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (The Louvre) สถาบันพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก ประกาศปรับเปลี่ยนระบบเวลาเปิด-ปิด โดยจะสั่งปิดระบบและเคลียร์นักท่องเที่ยวออกจากอาคารเร็วกว่ากำหนด 2 ชั่วโมง ในเวลา 16.00 น. ตั้งแต่วันพุธไปจนถึงวันเสาร์ เนื่องจากสภาพความร้อนสะสมภายในตัวอาคารบวกกับปริมาณความหนาแน่นของผู้เข้าชมทำให้เงื่อนไขการทำงานและการเข้าชมยากลำบากขั้นสูงสุด เช่นเดียวกับฝ่ายบริหารหอไอเฟล (Eiffel Tower) ที่ประกาศปิดพื้นที่ในเวลา 16.00 น. เช่นเดียวกัน ขณะที่โรงเรียนหลายสิบแห่งทั่วประเทศสั่งปรับระบบตารางเรียนหรือปล่อยตัวนักเรียนกลับบ้านก่อนกำหนดเพื่อความปลอดภัย

3. เปิดสาเหตุ "Omega Block" ล็อกลมหิ้วความร้อนซาฮารากระหน่ำยุโรป

ทีมนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน เผยระบบข้อมูลเชิงวิชาการว่า คลื่นความร้อนสุดขั้วในรอบนี้ถูกขับเคลื่อนโดยระบบความกดอากาศสูงที่เรียกว่า "โอเมก้า บล็อก" (Omega Block) ซึ่งเป็นโครงสร้างสภาพอากาศที่มีลักษณะคล้ายตัวอักษรกรีก Ω ระบบนี้ทำหน้าที่เหมือนกำแพงยักษ์ดักล็อกและกักเก็บมวลอากาศร้อนจัดเอาไว้ตรงกลางทวีปยุโรป พร้อมทั้งดูดซับลมหอบเอาความร้อนระอุจากทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกาเหนือขึ้นมาสะสม โดยโครงสร้างอากาศแบบนี้จะเคลื่อนตัวช้ามาก ส่งผลให้สภาพน่านฟ้าเหนือยุโรปไม่มีลมพัดผ่านเพื่อช่วยระบายความร้อนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นผลกระทบหลักที่ถูกกระตุ้นให้รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

 

4. ผวาทั้งทวีป! อังกฤษ-สเปน-อิตาลี ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด

ไม่เพียงแต่ฝรั่งเศสเท่านั้น แต่โครงข่ายความร้อนนี้ได้แผ่กระจายไปทั่วระบบนิเวศยุโรป โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งราชอาณาจักร (UK Met Office) ออกประกาศเตือนว่าพายุความร้อน 4 วันนี้อาจดันให้อุณหภูมิในอังกฤษพุ่งสูงทะลุ 39 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติ June Record ที่เคยบันทึกไว้เมื่อปี 1957 และ 1976 ลงอย่างราบคาบ ส่งผลให้โรงเรียนในอังกฤษหลายแห่งสั่งปิดเรียนล่วงหน้า 3 วัน ขณะที่ทางตอนเหนือของประเทศสเปน เช่น เมืองซานเซบาสเตียน อุณหภูมิพุ่งแตะ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามประวัติศาสตร์ถึงสองเท่า ด้านกระทรวงสาธารณสุขประเทศอิตาลี ได้ประกาศยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุดใน 15 เมืองใหญ่ พร้อมสั่งระงับการทำงานกลางแจ้งในระบบอุตสาหกรรมและก่อสร้างชั่วคราวเพื่อป้องกันระบบร่างกายผู้ใช้แรงงานช็อกแดด

ข่าวล่าสุด