ขณะที่บริเวณจุดเกิดเหตุยังคงพบซากกันสาดบริเวณชั้นหนึ่งของอาคารบางส่วนหลงเหลืออยู่ โดยยังไม่มีการรื้อถอนเพิ่มเติม เนื่องจากต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์จำนวน 5 คูหา โดยกันสาดบริเวณชั้น 2 ของอาคารได้พังร่วงหล่นลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายประวิทย์ อายุ 67 ปี
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าดำเนินการเคลียร์พื้นที่ เนื่องจากมีเศษปูนและซากโครงสร้างตกกระจายเกลื่อนอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ รวมถึงทำการตัดเสาไฟฟ้าและตัดกระแสไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาปฏิบัติงานตลอดทั้งคืน ก่อนจะสามารถเคลียร์ซากวัสดุแล้วเสร็จได้เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันนี้
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่บริเวณอาคารที่ได้รับผลกระทบทั้ง 5 คูหา เพื่อรอการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอย่างละเอียดอีกครั้ง
ส่วนการจราจรบริเวณถนนพระราม 4 ขณะนี้ สามารถกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติแล้ว โดยมีการบีบช่องทางเหลือเพียง 2 ช่องทางบริเวณหน้าจุดเกิดเหตุเท่านั้น ส่วนช่องทางที่เหลือเปิดใช้งานได้ตามปกติหลังเจ้าหน้าที่ดำเนินการเคลียร์พื้นที่แล้วเสร็จ
พยานเล่านาทีระทึก ได้ยินเสียงตัวตึกลั่นก่อนถล่มพังครืน
ด้าน นายดุสิทธิ์ อายุ 57 ปี พยานผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังนั่งอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้า ทันใดนั้นได้ยินเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดลั่นมาจากตัวอาคาร จากนั้นกันสาดคอนกรีตได้พังถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของผู้คนในบริเวณดังกล่าว
"ผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลที่ตนรู้จักคุ้นเคยกันดี โดยเป็นลูกเขยของร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่ ซึ่งในช่วงเกิดเหตุกำลังจะเดินมารับพ่อตา โดยขณะนั้นภายในบริเวณดังกล่าวยังมีพนักงานทำงานอยู่ประมาณ 3 คน รวมถึงภรรยาและลูกของผู้เสียชีวิตที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันร้องไห้โฮด้วยความตกใจและขวัญเสีย" นายดุสิทธิ์ เล่าต่อว่า
หลังเกิดเหตุ พลเมืองดีและชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงพยายามรีบเข้าช่วยเหลือ โดยช่วยกันยกเศษปูนและซากอาคารที่ทับร่างผู้บาดเจ็บออก บางคนนำค้อนมาช่วยทุบเศษปูนเพื่อเปิดทางช่วยเหลือแต่ไม่สามารถนำตัวออกมาได้ เนื่องจากมีซากแผ่นปูนหนาและมีน้ำหนักมากทับอยู่ โดยในตอนแรกมองเห็นเพียงส่วนขาของผู้บาดเจ็บโผล่ออกมาจากกองซากปรักหักพังเท่านั้น
ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ด้วยการใช้เครื่องมือตัดเหล็กและเคลื่อนย้ายเศษซากอาคารออก ก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บออกมาปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งรีบ แต่สุดท้ายผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายดุสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปี 2554 แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าอาคารดังกล่าวถูกสร้างและใช้งานมานานเท่าใด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโครงสร้างอาคารมีอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 100 ปี และคาดว่าสาเหตุอาจมาจากวัสดุหรือโครงสร้างอาคารที่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา
ทั้งนี้ตนมองว่ายังโชคดีที่บริเวณด้านล่างยังมีคานรองรับบางส่วน เพราะหากไม่มีโครงสร้างดังกล่าวช่วยรับน้ำหนักไว้ อาจส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตมากกว่านี้อีก