"พิพัฒน์" พูดเอง สยบข่าว ภูมิใจไทยร้าว ปม "อนุทิน" ดึง EEC คุมเอง
18 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"พิพัฒน์" พูดเอง สยบข่าวลือภูมิใจไทยร้าวฉาน หลัง "อนุทิน" ดึง EEC กลับไปคุมเอง บอกคุยกันแล้ว ขอโฟกัสงานคมนาคม เชื่อมือช่วยดึงนักลงทุนต่างชาติ
ข่าว
18 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"พิพัฒน์" พูดเอง สยบข่าวลือภูมิใจไทยร้าวฉาน หลัง "อนุทิน" ดึง EEC กลับไปคุมเอง บอกคุยกันแล้ว ขอโฟกัสงานคมนาคม เชื่อมือช่วยดึงนักลงทุนต่างชาติ
KEY
POINTS
18 มิถุนายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ออกโรงสยบกระแสข่าวลือเรื่องความร้าวฉานภายใน พรรคภูมิใจไทย หลังมีราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ดึงอำนาจการกำกับดูแลสำนักงาน EEC กลับไปบริหารจัดการด้วยตนเอง โดยนายพิพัฒน์ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการหารือร่วมกันก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อเปิดทางให้นายกฯ ใช้ความเป็นมืออาชีพ โรดโชว์ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในเวทีโลกได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ตนเองจะขอกลับมาโฟกัสโครงการใหญ่ของกระทรวงคมนาคม เพื่อป้องกันการทำงานซ้ำซ้อนสองทาง ยืนยันยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลักและไร้รอยร้าวแน่นอน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามดึงอำนาจกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี จากตนกลับมาบริหารจัดการด้วยตนเองว่า ช่วงที่ผ่านมาตนกำกับดูแลอีอีซีมาได้ระยะหนึ่ง ตั้งแต่ที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และหลังจากที่เลือกตั้งเรียบร้อย เมื่อนายอนุทินได้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ตนก็ได้อาสาเข้ามาดูแลเรื่องอีอีซี ตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1 จนถึงรัฐบาลอนุทิน 2
แต่จากการประชุมไปแล้ว 3-4 ครั้ง เชื่อว่าเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน หรือกฎหมายที่คั่งค้างมาจากในอดีตหลายรัฐบาล ก็ได้รับการอนุมัติจากบอร์ดเป็นที่เรียบร้อย ตนจึงได้กลับไปหารือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วยว่า หลังจากนี้ควรเป็นเรื่องที่จะไปดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในอีอีซี จึงตกลงกันว่า นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้รับเรื่องนี้กลับไป อีกทั้งกระทรวงคมนาคมก็มีโครงการใหญ่ๆ ซึ่งจะต้องให้การสนับสนุนในอีอีซีอีกหลายเรื่อง ตนจึงคิดว่าการกลับมาโฟกัสในส่วนของกระทรวงคมนาคมน่าจะเหมาะสมกว่า
ไม่เช่นนั้นหากทำงานสองทาง สุดท้ายจะไม่สำเร็จเลยสักทางหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือความเป็นมืออาชีพของนายกรัฐมนตรี ที่ช่วงนี้เดินทางไปประชุมต่างประเทศ ก็คิดว่าจะได้ไปเจรจากับผู้ประกอบการในต่างประเทศ และเชิญชวนให้มาลงทุนในอีอีซี ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี และตนอยู่กับพรรคภูมิใจไทยมาตลอด อะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติเราต้องน้อมรับ
ส่วนที่มีการเสี้ยมว่า ตนสบายใจหรือไม่หลังจากยึดอีอีซีคืน ก็ขอชี้แจงว่า ก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น ตนและนายกรัฐมนตรีได้หารือไปก่อนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ตนอยากจะมาชี้แจงให้ทราบ สิ่งที่มีการพูดไปตั้งแต่เมื่อวานจนกระทั่งวันนี้ ยืนยันว่าในพรรคภูมิใจไทยไม่มีอะไรที่เราไม่คุยกัน เราคุยกันในทุกมิติ โดยเฉพาะตนกับนายกรัฐมนตรีคุยกันอยู่แล้วในทุกมิติ