เนชั่นทีวี

ข่าว

ทวีชำแหละหนี้สาธารณะ คนไทยแบกดอกเบี้ยพุ่ง 708 ล้านต่อวัน

18 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ทวีชำแหละหนี้สาธารณะ คนไทยแบกดอกเบี้ยพุ่ง 708 ล้านต่อวัน

ทวี สอดส่อง อภิปรายชำแหละงบหนี้สาธารณะปี 2568 วิจารณ์ยับกู้เงิน 1.7 ล้านล้าน คนไทยแบกดอกเบี้ยพุ่ง 708 ล้านต่อวัน แต่ใช้พัฒนาเศรษฐกิจแค่ 2% หวั่นส่งต่อมรดกความจนให้คนรุ่นหลัง

ทวี สอดส่อง อภิปรายชำแหละงบหนี้สาธารณะปี 2568 วิจารณ์ยับกู้เงิน 1.7 ล้านล้าน คนไทยแบกดอกเบี้ยพุ่ง 708 ล้านต่อวัน แต่ใช้พัฒนาเศรษฐกิจแค่ 2% หวั่นส่งต่อมรดกความจนให้คนรุ่นหลัง

KEY

POINTS

  • ภาระดอกเบี้ยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์: คนไทยต้องแบกรับดอกเบี้ยหนี้สาธารณะสูงถึง 708 ล้านบาทต่อวัน โดยที่บางส่วนเป็นดอกเบี้ยของเงินกู้ ที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายมาใช้งานจริง
     
  • กู้เงินผิดวัตถุประสงค์: รัฐบาลกู้เงินสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท แต่กว่า 84% ใช้เพื่อชดเชยการขาดดุล ขณะที่มีงบพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างรายได้โดยตรงเพียง 1 หมื่นล้านบาท (2% ของยอดกู้)
     
  • แฉพฤติกรรมกู้มาขัง: มีการกู้เงินกว่า 3 แสนล้านบาทมาหยุดนิ่งไว้ในบัญชีเป็นเงินกันเหลื่อมปี ทำให้เสียดอกเบี้ยฟรีเฉลี่ย 2.78% เอื้อประโยชน์ให้สถาบันการเงินได้กำไรอย่างไร้ความเสี่ยง

18 มิถุนายน 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เปิดข้อมูลกลางประชุมรัฐสภาอภิปรายรายงานหนี้สาธารณะ ปีล่าสุด ชี้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยวิกฤต หลังคนไทยแบกดอกเบี้ยอ่วม 708 ล้านบาทต่อวัน จวกรัฐบาลกู้เงิน 1.7 ล้านล้านบาท แต่ใช้พัฒนาประเทศเพียง 2% จี้คลังปฏิรูปด่วนก่อนส่งต่อความจนให้คนรุ่นหลัง


ในการประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบรายงานผลการดำเนินงาน ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้อภิปรายถึงตัวเลขหนี้สาธารณะที่น่ากังวล โดยระบุว่า จากข้อมูลรายงานล่าสุด 

 

พบว่าคนไทยต้องแบกรับภาระจ่ายดอกเบี้ยหนี้สาธารณะสูงถึง 708 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งถือเป็นภาระงบประมาณที่วิ่งอยู่ตลอดเวลา แม้ในขณะที่หน่วยงานรัฐยังไม่ได้เบิกจ่ายเงินกู้มาใช้งานจริง กู้ 1.7 ล้านล้านบาท แต่พัฒนาเศรษฐกิจแค่ "หยิบมือ"

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ

 

พ.ต.อ.ทวี ได้ให้รายละเอียดถึงโครงสร้างการกู้เงินในปีนี้ว่า รัฐบาลมีการกู้เงินสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาในเชิงลึก กลับพบความย้อนแย้งอย่างรุนแรง เนื่องจากเงินกู้จำนวนกว่า 84% ถูกนำไปใช้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในขณะที่งบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจโดยตรง กลับมีเพียงแค่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 2% ของยอดกู้ทั้งหมดเท่านั้น

 

"เศรษฐกิจประเทศจะเติบโตได้อย่างไร ในเมื่อเรากู้เงินมหาศาลแต่เอามาพัฒนาเศรษฐกิจแค่ 2% ส่วนที่เหลือเป็นการกู้หนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า และกู้เพื่อชดเชยสิ่งที่บริหารจัดการผิดพลาด" พ.ต.อ.ทวี กล่าวอภิปราย

แฉพฤติกรรม "กู้มาขัง" ทำแบงก์รวยบนความทุกข์ประชาชน

 

หัวหน้าพรรคประชาชาติยังได้ตั้งข้อสังเกต ถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินกู้ โดยระบุว่ามีเงินกู้จำนวนกว่า 3 แสนล้านบาท ที่ถูกกู้มาแล้วถูก "ขัง" ไว้ในบัญชี เพื่อกันไว้ใช้ในปีงบประมาณถัดไป (เงินกันเหลื่อมปี) ซึ่งทำให้ประเทศต้องเสีย
ดอกเบี้ยไปโดยเปล่าประโยชน์ในระหว่างที่เงินหยุดนิ่ง โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.78%


ในประเด็นนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทของสถาบันการเงิน ที่ได้กำไรมหาศาลจากการปล่อยกู้ให้รัฐบาล  เนื่องจากมีความเสี่ยงเป็นศูนย์ ต่างจากการปล่อยกู้ให้ภาคประชาชนหรือเอสเอ็มอี ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก และต้องแบกดอกเบี้ยสูงถึง 4-5% หรือหากเป็นสินเชื่อบัตรเครดิตอาจสูงถึง 25% ซึ่งสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในเชิงนโยบายการเงินอย่างชัดเจน

 

จี้คลังปฏิรูปหน้าที่-หยุดส่งต่อมรดกความเหลื่อมล้ำ

 

พ.ต.อ.ทวี ยังได้เสนอแนะไปยังกระทรวงการคลัง ให้กลับมาโฟกัสที่หน้าที่หลัก คือการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพ และอุดรูรั่วของการหนีภาษี มากกว่าการไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อน อย่างการออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งควรเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนเป้าหมายการกู้เงิน จากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ไปสู่การ "สร้างคน" ผ่านการศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้และเพิ่ม GDP ของประเทศอย่างยั่งยืน
 

"ถ้าเรายังปล่อยให้การบริหารหนี้เป็นเช่นนี้ต่อไป เรากำลังส่งมอบมรดกของความเหลื่อมล้ำ และมรดกของความยากจนให้คนรุ่นหลังไม่สิ้นสุด หากเงินกู้ไม่สร้าง GDP มันจะกลายเป็นภาระหนักอึ้งของคนในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้" พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ข่าวล่าสุด