จากการตรวจสอบกลไกทางกฎหมาย พ.ต.อ.ทวี ชี้ให้เห็นว่า ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้เป็นเพียงแผนงานแนะนำทั่วไป แต่มีสถานะเป็น "กฎหมายบังคับ" ที่ถูกฝังไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เพื่อควบคุมอำนาจฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติผ่าน 2 มาตราสำคัญ
มาตรา 142 (ควบคุมเงินแผ่นดิน) บัญญัติว่า การจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
มาตรา 162 (ควบคุมการบริหาร) บัญญัติว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแถลงนโยบายและบริหารราชการแผ่นดินให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
พ.ต.อ.ทวี อภิปรายเปรียบเทียบว่า กลไกนี้ทำให้ข้าราชการระดับสูง เช่น เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ ต่อให้มีความสามารถแค่ไหน ก็ไม่สามารถบริหารนอกกรอบได้ เพราะหากขยับออกนอกยุทธศาสตร์ชาติก็จะมีความผิดทางกฎหมายทันที ซึ่งนี่คือลักษณะของการเอาโครงสร้างสถาบันและกฎหมายมา "กดทับ" และยึดอำนาจในอนาคตแทนการใช้กำลังทหารเหมือนในปี 2557
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือ ผลกระทบของการ "ล็อกสเปกงบประมาณ" เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ จนนำไปสู่สภาวะเสี่ยงทางการคลัง โดย พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยตัวเลขรายงานของกระทรวงการคลังในปี 2568 พบความผิดปกติอย่างรุนแรง รายรับสุทธิประเมินไว้ที่ประมาณ 2.78 ล้านล้านบาท รายจ่ายประจำปีตั้งไว้สูงถึง 4 ล้านล้านบาท
สูตรคำนวณเปรียบเทียบเชิงประชดประชัน หากเปรียบเป็นครัวเรือนหนึ่งที่มีรายได้เดือนละ 28,000 บาท แต่กลับถูกบังคับให้ต้องใช้จ่ายถึงเดือนละ 40,000 บาท ส่วนต่างที่เหลืออีก 12,000 บาท ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก "ต้องไปกู้มา"
"นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่า ยุทธศาสตร์ชาติ คือทรราชกับอนาคต เพราะมันบีบให้ประเทศต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาทำโครงการที่ไม่ได้ตอบโจทย์ปัจจุบัน เพียงเพื่อให้มันสอดคล้องกับแผนที่คนกลุ่มหนึ่งคิดไว้เมื่อหลายปีก่อน"
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้ตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผล ของการลากเส้นแผนงานยาวนานถึง 20 ปี (เริ่มปี 2561) โดยชี้ให้เห็นว่า คณะผู้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติในอดีต ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่นิยมระบอบอำนาจนิยมและมองข้ามคุณค่าของประชาธิปไตย ไม่มีความรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลกตอนคิดแผนปี 2561 รู้ไหมว่าจะเกิดวิกฤตโควิด-19 คาดการณ์หรือไม่ว่าจะเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก ประเมินความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ณ วันนี้ได้หรือไม่ เคยคิดไหมว่าจะมีเทคโนโลยี AI เข้ามาดิสรัปชันโลกขนาดนี้
เมื่อโลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่กฎหมายยังบังคับให้รัฐบาลต้องเดินตามพิมพ์เขียวเก่า ยุทธศาสตร์ชาติจึงกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตในการพัฒนาประเทศ
ในช่วงท้าย พ.ต.อ.ทวี ได้ส่งสัญญาณไปถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสังคมว่า ในเมื่อประชาชนได้ลงประชามติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว สิ่งสำคัญคือการทบทวนมาตราที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ควรปล่อยให้ยุทธศาสตร์ชาติทำหน้าที่เป็นเครื่องมือ "ยึดอำนาจแทนบุคคลตลอดไป" หากจะมี ควรกำหนดไว้กว้างๆ ในรัฐธรรมนูญแล้วปล่อยให้แปรสภาพไปอยู่ในแผนระดับปฏิบัติการที่ยืดหยุ่นได้ เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนรัก หวงแหน และสามารถปกป้องคุ้มครองสิทธิ ศักดิ์ศรี และสติปัญญาของมนุษย์ทุกคนได้อย่างแท้จริง