ซึ่งนายทรงชัย เป็นอดีตรองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเคยติดตาม MOU43 และ 44 จึงน่าจะมีข้อมูลครบถ้วนที่สามารถสนับสนุนการทำหน้าที่ของนายสีหศักดิ์ได้ พร้อมเชื่อมั่นว่า 2 กรรมาธิการฯ ฝ่ายไทย ก็มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์กฎหมายทางทะเล ซึ่งนายปีเตอร์ ก็เคยเป็นอดีตประธานคณะกรรมาธิการการประนอมข้อพิพาททางทะเลระหว่างติมอร์-เลสเตกับออสเตรเลียมาแล้ว ซึ่งได้ช่วยได้ติมอร์ฯ ได้เปรียบในข้อพิพาทนั้น จึงน่าจะไม่มีความเสียเปรียบ และน่าจะมีความเหนือชั้นกว่า
นายนพดล ยังระบุด้วยว่า กรรมาธิการการประนอมภาคบังคับ ฝ่ายไทย 2 คน และฝ่ายกัมพูชา 2 คน จากนี้ 1 เดือนจะมีการประชุมร่วมกัน เพื่อหาอีก 1 บุคคลมาเป็นประธานกรรมาธิการ ซึ่งกรรมาธิการ จะมีหน้าที่รับฟังความเห็น เสนอแนะ และเสนอทางแนวทางแก้ปัญหา เพื่อให้ไทย-กัมพูชา ได้รับความเป็นธรรมในการแก้ปัญหาพื้นที่ทางทะเลร่วมกันอย่างไร ผ่านกระบวนการการประนอมภาคบังคับ พร้อมมั่นใจว่า กรรมาธิการทั้ง 5 คน เป็นบุคคลที่มีคุณวุฒิ มีต้นทุนทางสังคมระดับโลก จึงไม่น่าจะดำเนินการใดที่ฝืนกติกา UNCLOS ซึ่งมีการกำหนดกติกาชัดเจน และยังมีการกำหนดหลักการขีดเส้นตามหลักคณิตศาสตร์ชัดเจน
ส่วนที่แผนของกัมพูชาจะมีการเจรจาผลประโยชน์ทางทะเล ก่อนการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลจบลงนั้น
นายนพดล ยืนยันว่า กระทรวงการต่างประเทศฝ่ายไทย ได้รับทราบแนวทางดังกล่าว และได้แย้งแผนของกัมพูชาไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะจะต้องรอข้อเสนอของกรรมาธิการ ทั้ง 5 คนก่อน ซึ่งหากใช้วิธีการของกัมพูชาเสนอหากแบ่งเขตทางทะเลไม่สำเร็จ ให้ดำเนินการผลประโยชน์ไปพลางก่อน ซึ่งเป็นไปได้ยาก เพราะหากการลากเส้นไม่สำเร็จ ก็จะไม่ทราบเขตทับซ้อน
ส่วนที่อดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ในฐานะประธานวุฒิสภาของกัมพูชา มักออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้เรื่อยๆ วุฒิสภาไทยจะมีแนวทางการตอบโต้ใด ๆ หรือไม่นั้น
นายนพดล ยืนยันว่า วุฒิสภาไทย มีคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศของวุฒิสภา ซึ่งตนเป็นประธาน ซึ่งหากกัมพูชา หรือประเทศอื่นใด ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะวุฒิสภาไทยเสียหายจากข่าวปลอม วุฒิสภาไทย ก็ขอสงวนสิทธิ์ตอบโต้ทุกประเด็น เพื่อให้สังคมโลกเข้าอย่างถูกต้อง ซึ่งจะเป็นนโยบายหนึ่งของวุฒิสภาในการทำทูตเชิงรุก เหมือนกรณีที่ได้เชิญทูตอาเซียน มารับฟังชี้แจงสาเหตุที่วุฒิสภา เสนอให้ยกเลิก MOU43 และ 44
ส่วนประเมินการใช้กลไก UNCLOS ในการเจรจาหาข้อยุติพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลหรือไม่นั้น
นายนพดล เห็นว่า การเจรจาในอดีตตาม MOU44 ไม่มีความคืบหน้า แต่UNCLOS เป็นกติกาสากล และช่องทางหนึ่งที่จะทำให้สามารถหาข้อยุติโดยใช้กติกาสากล และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จได้ เพราะส่วนหนึ่งที่ MOU 44 ไม่ประสบความสำเร็จเพราะการลากเส้นพื้นที่ของกัมพูชา ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เมื่อเทียบกับการดำเนินการของประเทศไทย ดังนั้น เมื่อดึงปัญหาทุกอย่างเข้าสู่กติกาสากลแล้ว คิดว่า หลายเรื่องน่าจะสามารถหาข้อยุติได้