เนชั่นทีวี

ข่าว

"สีหศักดิ์" ไม่ยอม! เขมรขอ UNCLOS เจรจาทรัพยากรแม้เขตแดนไม่คืบ

05 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

"สีหศักดิ์" ไม่ยอม! เขมรขอ UNCLOS เจรจาทรัพยากรแม้เขตแดนไม่คืบ

"สีหศักดิ์" ไม่ยอม! กัมพูชายื่นเงื่อนไขถึง UNCLOS ขอเจรจาทรัพยากรแม้เขตแดนไม่คืบ - เผยไทยได้ 2 ผู้เจรจาแล้ว รอ ครม.เคาะ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการบรรยายสรุปแก่คณะทูตานุทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย กรณีกัมพูชาแจ้งการใช้การประนีประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS โดยมีเอกอัครราชทูต อุปทูต ผู้แทนสถานทูตและกงสุล จำนวน 67 คนและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ 4 คน 

"สีหศักดิ์" ไม่ยอม! เขมรขอ UNCLOS เจรจาทรัพยากรแม้เขตแดนไม่คืบ "สีหศักดิ์" ไม่ยอม! เขมรขอ UNCLOS เจรจาทรัพยากรแม้เขตแดนไม่คืบ "สีหศักดิ์" ไม่ยอม! เขมรขอ UNCLOS เจรจาทรัพยากรแม้เขตแดนไม่คืบ

นายสีหศักดิ์ ได้เปิดเผยว่า ตนเองมีความแปลกใจ ที่มีการแถลงข่าวของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก่อนที่จะแจ้งฝ่ายไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมยังโต้แย้งเหตุผล ที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างในการเข้าสู๋กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ ที่ระบุประเทศไทยได้ยกเลิก MOU44 ทำให้ไม่มีช่องทางการเจรจาทวิภาคี 2 ฝ่าย จึงต้องเข้าสู่กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับว่า ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ นายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้หารือทวิภาคีร่วมกัน และฝ่ายไทยได้ชี้แจงชัดเจนว่า ฝ่ายไทยยกเลิก MOU44 เพราะไม่มีความคืบหน้า และด้วยเหตุผลหลายประการ รวมถึงฝ่ายกัมพูชา ได้เป็นภาคี UNCLOS ด้วย ไทย-กัมพูชาจึงน่าจะพูดคุยกัน โดยใช้การเจรจาภายใต้กลไกนี้แบบทวิภาคีได้ก่อน หรือ เป็นการพูดคุยประนีประนอมภาคสมัครใจ หรือหากพูดคุยภาคสมัครใจกันแล้ว ไม่มีความคืบหน้า ค่อยพิจารณาขั้นตอน UNCLOS ต่อไป ซึ่งฝ่ายไทยไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับทันทีของฝ่ายกัมพูชา 

"สีหศักดิ์" ไม่ยอม! เขมรขอ UNCLOS เจรจาทรัพยากรแม้เขตแดนไม่คืบ

นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ฝ่ายกัมพูชา เสนอขอบเขตการเจรจาประนีประนอมภาคบังคับได้ครอบคลุมถึงการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันด้วย แม้หากการเจรจาประนีประนอมภาคบังคับเรื่องเขตแดนไม่ลุล่วง แต่ฝ่ายไทยไม่เห็นด้วย และฝ่ายไทยมองว่า การประนีประนอมภาคบังคับ มีความเฉพาะด้านเขตแดนทางทะเล แต่การพูดคุยเรื่องการพัฒนาทรัพยากรร่วม ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของกระบวนการ ดังนั้น จึงต้องพูดคุยกันก่อนระหว่างไทย-กัมพูชาว่า จะยินยอมหรือไม่ 

 

นายสีหศักดิ์ ยังระบุว่า ในการหารือทวิภาคีระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย และกัมพูชา ที่ได้มีการหารือถึงการพัฒนาฟื้นความสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป และเน้นกระบวนการพูดคุยทุกเรื่อง ทื่เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ ทั้งบริเวณชายแดน, เขตแดนทางทะเล และทางบก ดังนั้น การเสนอเรื่องไปสู่การประนีประนอมภาคบังคับของฝ่ายกัมพูชา ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ที่ได้หารือกันที่ประเทศฟิลิปปินส์ ดังนั้น ก็ถือเป็นอุปสรรคต่อความคืบหน้าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้ง 2 ทั้งประเด็นชายแดนทางทะเล และชายแดนทางบก และเรื่อต่าง ๆ ที่ฝ่ายไทย หวังเจรจาการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ การแก้ปัญชายแดน ก็จะต้องทบทวนการพัฒนาความสัมพันธ์กันใหม่อีกครั้ง 

ส่วนขั้นตอนภายหลังเรื่องเข้าสู่กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับแล้วนั้น นายสีศักดิ์ เปิดเผยว่า จะมีการเสนอคู่ประนีประนอมฝ่ายละ 2 คน ภายใน 21 วัน ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้รายชื่อแล้ว และฝ่ายไทย ก็ได้รายชื่อแล้วเช่นเดียวกัน เป็นนักกฎหมายระหว่างประเทศ และเคยว่าความมาก่อน แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบก่อน จากนั้น คณะคู่ประนีประนอมทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องมาพูดคุยกัน เพื่อหาบุคคลที่ 5 เพื่อเป็นประธาน ที่มีความเป็นกลาง และอาจใช้เวลา 1 เดือน หรือเดือนกว่า ในการพูดคุยกันในคณะ และพูดคุยกับทั้งฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา

 

ส่วนจะใช้เวลาเท่าไรจึงจะได้ข้อสรุปนั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาอย่างกรณีติมอร์เลสเต-ออสเตรเลีย ใช้เวลาประมาณ 2 ปีกว่า แต่กรณีของไทย-กัมพูชานั้น ตนยังไม่ทราบ แต่ฝ่ายไทย ไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายกัมพูชา ที่เลือกขั้นตอนประนีประนอมภาคบังคับทันที และไม่เห็นด้วยกับการขยายขอบเขตการประนีประนอมภาคบังคับของฝ่ายกัมพูชา ที่หากการประนีประนอมภาคบังคับเรื่องเขตแดนไม่คืบหน้า ก็จะขอเจรจาประนีประนอมให้และมีมาตรการชั่วคราวต่อการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันด้วย ซึ่งฝ่ายไทยขอคัดค้าน เพราะควรจำกัดเพียงแค่เขตแดน

 

นายสีหศักดิ์ ยังยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ได้ถูกฝ่ายกัมพูชาลากเข้ากลไก แต่เป็นไปตามเหตุผลที่ฝ่ายกัมพูชาเลือกใช้ขั้นตอนนี้ทันที ซึ่งฝ่ายไทยก็ไม่เห็นด้วย และสาเหตุที่ยกเลิก MOU44 นั้น ก็เพื่อให้มีการเจรจาพูดคุยภายใต้บริบทใหม่ และที่ฝ่ายกัมพูชาเลือกทางนี้ ก็ถือเป็นการปิดประตูสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจสร้างความสัมพันธ์ รวมทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา ก็ยังคงใช้เวทีระหว่างประเทศ พูดถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ ดังนั้น เรื่องความสัมพันธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศไทย แต่ขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชาด้วย 

ส่วนที่ฝ่ายกัมพูชาใช้การเจรจาประนีประนอมภาคบังคับแล้ว ฝ่ายไทยไม่ยอมรับหรือไม่เข้ากระบวนการได้หรือไม่นั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า สามารถทำได้ แต่กระบวนการก็จะเดินหน้า และจะมีการแต่งตั้งผู้ประนอมให้ฝ่ายไทยแทน และฝ่ายไทยเป็นภาคีของ UNCLOS และมีพันธกรณีด้วย แต่ผลที่ออกมา ไม่ได้มีผลบังคับทางกฎหมาย ซึ่งดีไม่ดี ก็อาจจะต้องกลับมาเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย แต่ท่าทีของฝ่ายกัมพูชา อาจเพียงเพื่อสร้างภาพการรุกประเทศไทย ซึ่งตามกระบวนการเจรจาใช้เวลาถึง 2 ปี แต่ถ้ามีการเจรจา ก็อาจจะได้ข้อสรุปเร็วกว่านี้