เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดกลไก “การประนอม” ไม่มีผลผูกพัน กม.แต่มีน้ำหนักทางการเมือง

08 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

เปิดกลไก “การประนอม” ไม่มีผลผูกพัน กม.แต่มีน้ำหนักทางการเมือง

เปิดกลไก “การประนอม” ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่มีน้ำหนักทางการเมือง-ภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ

อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล: United Nations Convention on the Law of the Sea หรือ UNCLOS เปรียบเสมือนเป็น “ธรรมนูญทะเลโลก” กำหนดสิทธิและหน้าที่ของประเทศต่าง ๆ ในการใช้ทะเล น่านน้ำภายในทะเลอาณาเขต เขตต่อเรื่อง เขตเศรษฐกิจจำเพาะ ไหล่ทวีป ทะเลหลวง และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นธรรม การคุ้มครองรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล การวิจัยทางทะเล และมีกลไกระงับข้อพิพาท เป็นต้น มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 16 พฤศจิกายน 2537 และมีผลบังคับใช้กับประเทศไทย เมื่อ 14 มิถุนายน 2554 ปัจจุบันมีรัฐภาคี 172 รัฐ ซึ่งประเทศอาเซียน เป็นรัฐภาคีด้วยทั้งหมด

 

ตามกลไก UNCLOS มีการกำหนดกลไกการประนอม Conciliation หรือ การเจรจาที่มีบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นที่ยอมรับของทั้ง 2 ฝ่าย มาช่วยเหลือให้คำแนะนำ ซึ่งผลลัพธ์ของการประนอม ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายต่อคู่กรณี

การประนอมภายใต้ UNCLOS มี 2 แบบ คือ การประนอมโดยสมัครใจ หรือ Voluntary Conciliation ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเชิญอีกฝ่ายเข้าร่วมกระบวนการประนอม ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายสามารถร่วมกันกำหนดประเด็นได้ หรืออีกฝ่ายสามารถปฏิเสธไม่เข้าร่วมก็ได้ และการประนอมภาคบังคับ Compulsory Conciliation ในกรณีที่คู่พิพาท ประกาศไม่ยอมรับอำนาจการระงับข้อพิพาท ที่มีผลผูกพันทางกฎหมายในเรื่องการแบ่งเขตทางทะเล โดยศาลและอนุญาโตตุลาการ จะต้อยอมรับการประนอมภาคบังคับ ซึ่งฝ่ายที่เริ่มกระบวนการจะเป็นผู้กำหนดประเด็น และอีกฝ่ายไม่สามารถปฏิเสธการเข้าร่วมได้

 

ทั้งนี้ การประนอมไม่ใช่ศาล และไม่ใช่อนุญาโตตุลาการ แต่เป็นเวทีอธิบายจุดยืน และหาข้อยุติร่วมกัน

กระบวนการประนอมภาคบังคับ จะมีการตั้งองค์คณะกรรมาธิการประนอม หรือ Conciliation Commission จำนวน 5 คน แต่ละฝ่ายจะแต่งตั้งฝ่ายละ 2 คน จากนั้น คณะกรรมาธิการ 4 คน จะร่วมกันคัดเลือกบุคคลที่ 5 เพื่อเป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม โดยคณะกรรมาธิการประนอม จะต้องพยายามช่วยเหลือคู่พิพาท ให้สามารถตกลงหาทางออกอย่างฉันมิตร โดยการรับฟังคู่พิพาท และมีข้อเสนอแนะสำหรับทางออกของปัญหา เพื่อให้สามารถเป็นข้อยุติร่วมกันได้ ซึ่งในภาพรวมจะใช้ระยะเวลาพิจารณาประมาณ 1 ปี นับจากตั้งคณะกรรมาธิการฯ

 

ผลจากการประนอมภาคบังคับนั้น คณะกรรมาธิการประนอม จะมีรายงาน ซึ่งถือเป็นข้อเสนอแนะ ที่ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่มีน้ำหนักทางการเมืองและภาพลักษณ์ระหว่างประเทศที่สูง โดยคู่พิพาท จะต้องเจรจาบนพื้นฐานของรายงานนั้นต่อไป ซึ่งแม้รายงาน จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่หากเป็นการประนอมภาคบังคับ คู่พิพาทมีพันธกรณีที่จะต้องเจรจากันต่อไป บนพื้นฐานของรายงาน