เปิดมติเอกฉันท์ กกต.ผู้สมัคร สว.เดินสายขอคะแนนไม่พบสิ่งผิดปกติ
18 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

เปิดมติเอกฉันท์ กกต. โต้ "พริษฐ์" ยกคำร้อง "นันทนา" ผู้สมัคร สว.เดินสายแนะนำตัวขอคะแนนไม่พบสิ่งผิดปกติ แม้เคยรับสภาพ-จดเลขไม่ผิดเพราะแนะนำตัวในเวลาจำกัด
ข่าว
18 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

เปิดมติเอกฉันท์ กกต. โต้ "พริษฐ์" ยกคำร้อง "นันทนา" ผู้สมัคร สว.เดินสายแนะนำตัวขอคะแนนไม่พบสิ่งผิดปกติ แม้เคยรับสภาพ-จดเลขไม่ผิดเพราะแนะนำตัวในเวลาจำกัด
จากกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความและวิดีโอผ่านเฟซบุ๊ก ถึงคดีฮั้ว สว. และปรากฏภาพของ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินเก็บโพย และตักเตือนผู้สมัครเกี่ยวกับการดำเนินการที่ไม่สุจริตในวันเลือก สว.ระดับประเทศ พร้อมกับเรียกร้องขอให้กรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ กกต.รายดังกล่าว ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า โพยกระดาษที่เห็นนั้นมีลักษณะเกี่ยวกับตัวเลขอย่างไรบ้าง และได้มีการนำไปใช้ขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เชื่อมโยงกับขบวนการฮั้ว สว.หรือไม่นั้น
รายงานข่าวจาก กกต. แจ้งว่า กรณีดังกล่าวนั้นหากพิจารณาจากมติการประชุมคณะกรรมการ กกต. ครั้งที่ 25/2568 วันที่ 17 มีนาคม 2568 ที่ได้พิจารณาคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 113/2568 เรื่อง การเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดกรุงเทพมหานครที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา กำหนดวันเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศในช่วงเดือนมิถุนายน 2567
โดยคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ 113/2568 คล้ายเหตุการณ์ในคลิปที่นายพริษฐ์ นำมาเผยเเพร่ในช่วงนี้และคล้ายกับการที่ สว.สำรอง, นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว., พรรคประชาชน และภาคสังคมเคลื่อนไหวให้ตรวจสอบการฮั้ว สว.
คำวินิจฉัยและมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการ กกต.ที่ลงมติข้างต้นในวันที่ 17 มีนาคม 2568 คือ คำร้องของผู้ร้องเกี่ยวกับผลคะเเนนระดับจังหวัด กทม. ระหว่างนางสาวนันทนา และนางสาว อ.(อักษรย่อ) ผู้สมัคร สว.ในกลุ่ม 18 มีคะเเนนใกล้เคียงกัน และคล้ายกับสิ่งที่นางสาวนันทนา เคยระบุว่า การลงคะแนนให้คล้าย หรือเหมือนกันของผู้สมัคร สว.ที่ตอนนี้เป็น 138 สว.นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากไม่มีการฮั้ว หรือทำโพยกันล่วงหน้า
หากพิจารณามติการประชุมคณะกรรมการ กกต.ครั้งที่ 25/2568 วันที่ 17 มีนาคม 2568 ที่ได้พิจารณาคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 113/2568 เรื่อง การเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดกรุงเทพมหานครที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา กำหนดวันเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 นั้น จะพบว่า คำร้องเรียนของผู้ร้องดังกล่าว ระบุว่า โอกาสที่นางสาวนันทนา เเละนางสาว อ. อาจจะกระทำการล็อบบี้คะเเนนล่วงหน้าตามเเนวคิดที่นายธนพร ระบุนั้นมีความเป็นไปได้ เเต่คณะกรรมการ กกต.ไม่เห็นด้วยกับคำร้อง เพราะได้ไต่สวนฝ่ายที่เกี่ยวข้องเเล้วเห็นว่า ไม่มีมูล จึงมีมติยกคำร้องนี้
รายละเอียดของมติดังกล่าว ยังระบุว่า ก่อนประกาศผลการเลือก คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับคำร้องจากผู้ร้องว่า นางสาวนันทนา ผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด (กรุงเทพมทานคร) กลุ่มที่ 18 หมายเลข 23 (ผู้ถูกร้องที่ 1) และ “นางสาว อ.” ผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด (กรุงเทพมหานคร) กลุ่มที่ 18 (ผู้ถูกร้องที่ 2) ได้มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (1)
กล่าวคือผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 2 จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้พิจารณารายงานการไต่สวน ตลอดจนพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว ได้ความว่า ผู้ร้องยื่นคำร้อง และให้ถ้อยคำว่า ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจับ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2567 ผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร ได้คะแนนมีจำนวนใกล้เคียงกัน และมีผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด ที่ไม่ลงคะแนนให้แก่ตนเอง แต่ลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2 นอกจากนี้ ผู้ร้องยังเห็นผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 จำนวนหลายคน แสดงความเคารพ และทักทายผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 2 ตนจึงสงสัยว่า ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 มีการตกลงหรือสมยอมกัน ให้มีผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 2 อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561มาตรา 77(1)
มติดังกล่าวระบุว่า จากการไต่สวนผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 2 ให้ถ้อยคำทำนองเดียวกันว่า มิได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2567 การดำเนินการเลือกเป็นไปโดยปกติ ไม่มีผู้ใดทักท้วง เกี่ยวกับการลงคะแนน และตนมิได้จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ตนเอง รวมทั้งไม่มีการตกลงกันเพื่อแลกเปลี่ยนคะแนนหรือลงคะแมนให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกคนใด
มติดังกล่าว ระบุอีกว่า จากการไต่สวนพยานที่ไต่สวนประกอบ และเป็นกรรมการประจำสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 ให้ถ้อยคำว่า ในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กทม.การดำเนินการเลือกเป็นไปโดยปกติ ไม่มีผู้ใดทักท้วงการลงคะแนน และตนไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนหรือได้รับรายงานว่ามีผู้มีสิทธิ์เลือกระดับจับจังหวัดคนโดกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งจากการตรวจสอบรายงานเหตุการณ์ประจำสถานที่เลือก การลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 18 (สว.จ. 18) กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2567 ไม่มีกรณีทักท้วง และจากการตรวจสอบกล้องบันทึกภาพ และเสียงที่ใช้บันทึกเหตุการณ์ในสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2567 ไม่ปรากฎพฤติการณ์ของบุคคลใดที่อาจเข้าข่ายหรือมีลักษณะเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวน รับฟังได้ว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องและให้ถ้อยคำว่า ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2567 ผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร ได้คะแนนมีจำนวนใกล้เคียงกัน และมีผู้มีมีสิทธิเลือกระดับจังหวัดที่ไม่ลงคะแนนให้แก่ตนเองแต่ลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2
ทั้งนี้ คณะกรรมการกกต.ในครั้งน้้น ลงมติว่า เมื่อพิจารณาคำร้องและถ้อยคำของผู้ร้องแล้ว เป็นเพียงข้อสงสัยของผู้ร้องโดยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน ไม่มีกรณีทักท้วง และจากการตรวจสอบกล้องบันทึกภาพและเสียงที่ใช้บันทึกเหตุการณ์ ในสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2567 ไม่ปรากฎพฤติการณ์ของบุคคลใดที่อาจเข้าข่ายหรือมีลักษณะเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มา
ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
รวมทั้งเมื่อได้พิจารณาข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 ซึ่งปรากฏประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครของผู้สมัครแต่ละคน ก็ไม่อาจนำมายืนยันได้ว่าจะมีการตกลงกันเพื่อลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 2 ดังที่ผู้ร้องได้กล่าวอ้าง และผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด ย่อมสามารถทำความรู้จัก สนทนากัน หรือแนะนำตัวกันได้เท่าที่ไม่เป็นการฝ้าฝืนต่อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งไม่ปรากฎพยานหลักฐานอื่น ที่ยืนยันยันได้ว่ามี การกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 2 กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561มาตรา 77(1) ตามคำร้อง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง (มติเอกฉันท์)
แหล่งข่าวจาก กกต. กล่าวว่า ทั้งนี้ข้อมูลของผู้ร้องคือ ตนเห็นผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 จำนวนหลายคน แสดงความเคารพและทักทายผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 2 ตนจึงสงสัยว่า ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 มีการตกลงหรือสมยอมกันให้มีผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 2 เเต่ กกต.ไต่สวนพยานหลักฐานเเล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติจึงยกคำร้องนี้ด้วยมติเอกฉันท์
โดยตามระเบียบ กกต. หากผู้สมัคร สว.พบการทุจริตในขณะนั้น ต้องเเจ้งเจ้าหน้าที่ กกต.ให้ทราบทันที กรณีนี้ผู้ร้องมาร้องเรียน กกต.ในภายหลัง เเละขาดพยานหลักฐาน กกต. จึงยกคำร้อง เเละหากพิจารณาการลงคะเเนน สว.ระดับประเทศวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ที่ต่อมาผู้สมัคร สว. ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกออกมาเเถลงข่าวในวันที่ 27 มิถุนายน 2567 เเต่ไม่พบว่าผู้สมัคร สว. ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกเเจ้งเจ้าหน้าที่ กกต. ว่าพบการทุจริตในวันดังกล่าว เเละโพยฮั้ว สว. 20 กลุ่ม หากปรากฏจริงโพยฮั้วมีขนาดใหญ่ เพราะมีถึง 20 กลุ่มที่ต้องลงคะเเนน กลุ่มละ 10 คน เเต่หลักฐานที่พบเป็นกระดาษขนาดเล็ก A4 ที่พบในถังขยะห้องน้ำ เเละไม่ทราบได้ว่าเป็นของใคร เเต่สันนิษฐานได้ว่า อาจเป็นของผู้สมัคร สว.จดไว้ เเละพกไปเหมือนการเขียน เพื่อป้องกันอาการหลงลืมในการลงคะเเนนบางกลุ่มเท่านั้น