เนชั่นทีวี

ข่าว

แอดมินเพจดังภูเก็ต ร้อง สส. - ศูนย์ดำรงธรรม หลังเจอฟ้องหมิ่นฯ เรียก 5 ล้าน ปมแฉบุกรุกหาดบางเทา

15 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

แอดมินเพจดังภูเก็ต ร้อง สส. - ศูนย์ดำรงธรรม หลังเจอฟ้องหมิ่นฯ เรียก 5 ล้าน ปมแฉบุกรุกหาดบางเทา

แอดมินเพจโหดจัง จังหวัดภูเก็ต ร้องขอความเป็นธรรม ถูกญาติบิ๊กข้าราชการภูเก็ต "ฟ้องหมิ่นฯ" เรียก 5 ล้าน ปมแฉบุกรุกหาดบางเทา เข้าข่าย “ฟ้องปิดปาก” หรือไม่? ชี้ฟ้องไกลถึงกรุงเทพฯ ทั้งที่อยู่ภูเก็ต

แอดมินเพจโหดจัง จังหวัดภูเก็ต ร้องขอความเป็นธรรม ถูกญาติบิ๊กข้าราชการภูเก็ต "ฟ้องหมิ่นฯ" เรียก 5 ล้าน ปมแฉบุกรุกหาดบางเทา เข้าข่าย “ฟ้องปิดปาก” หรือไม่? ชี้ฟ้องไกลถึงกรุงเทพฯ ทั้งที่อยู่ภูเก็ต

KEY

POINTS

  • เพจดังภูเก็ตร้องถูกฟ้อง 5 ล้าน: แอดมินเพจ “โหดจัง จังหวัดภูเก็ต” ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมและ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน หลังถูกญาติข้าราชการระดับสูงฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท จากการโพสต์ตั้งคำถามกรณีโยกย้ายข้าราชการ ปมล้างบางอิทธิพลบุกรุกหาดบางเทา
  • ฟ้องข้ามจังหวัด: ผู้ถูกฟ้องตั้งคำถามว่าเข้าข่าย "ฟ้องปิดปาก" เพื่อคุกคามเสรีภาพสื่อท้องถิ่นหรือไม่ เนื่องจากคู่กรณีและสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดอยู่ในภูเก็ต แต่กลับจงใจไปยื่นฟ้องที่ศาลอาญารัชดา กรุงเทพฯ 
  • สส. รับลูก: นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน เตรียมส่งเรื่องให้ กมธ.การสื่อสารมวลชนฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมนัดวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ดึงฝ่ายปกครองและสำนักงาน ป.ป.ช. ลงพื้นที่เช็กบิลปัญหาที่ดินหาดฟรีดอม ทุนนอมินี และกลุ่มผู้มีอิทธิพลในภูเก็ตทั้งระบบ

15 มิถุนายน 2569 จากกรณีที่มีการออกหมายศาลในคดีอาญาข้อหา "หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา" ซึ่งเกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์

โดยภายหลังที่ นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งและแอดมินเพจ “โหดจัง จังหวัดภูเก็ต” ผู้ถูกกล่าวหาในคดีได้รับหมายศาลอย่างเป็นทางการ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

โดยทางจำเลยได้ยื่นหนังสือต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้ตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมในประเด็นดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังได้เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมี นายเอกภพ บัวทวน นิติกรชำนาญการพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง

ทั้งนี้ การยื่นหนังสือดังกล่าว เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาในกระบวนการที่เกิดขึ้น โดยทางจำเลยยืนยันว่า ต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายในการชี้แจงข้อเท็จจริงและต่อสู้คดีตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

แอดมินเพจดังภูเก็ต ร้อง สส. - ศูนย์ดำรงธรรม หลังเจอฟ้องหมิ่นฯ เรียก 5 ล้าน ปมแฉบุกรุกหาดบางเทา

โดยนายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งและแอดมินเพจ “โหดจัง จังหวัดภูเก็ต” กล่าวว่า บ้านของผู้ฟ้องและสถานที่เกิดเหตุอยู่ในจังหวัดภูเก็ต แต่กลับมีการไปยื่นฟ้องที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่สร้างภาระให้กับผู้ถูกฟ้องอย่างมาก

วันนี้ (15 มิ.ย.2569) ตนได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อหลายหน่วยงาน ทั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงยื่นเรื่องผ่านทางสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.เขต 2 จังหวัดภูเก็ต ลงมารับเรื่องด้วยตนเอง พร้อมให้ความเมตตาและเห็นใจสื่อท้องถิ่นขนาดเล็กที่ทำหน้าที่เป็น “หมาเฝ้าบ้าน” ให้กับประชาชนชาวภูเก็ตมาโดยตลอด

นายวรพงศ์ ระบุว่า ตนในฐานะตัวแทนแอดมินเพจต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต ต้องการตั้งคำถามว่า การตีความโพสต์ข่าวลักษณะนี้ รวมถึงการฟ้องร้องที่เกิดขึ้น เข้าข่ายเป็นการ “ฟ้องปิดปาก” หรือไม่ เพราะหากเกิดกรณีเช่นนี้ต่อไป การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนท้องถิ่นจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก

นอกจากนี้ ผู้ที่ยื่นฟ้องยังเป็นญาติของข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ต จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่า มีการใช้อำนาจหรืออิทธิพล เพื่อกดดันหรือปิดกั้นการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนหรือไม่

 

นายวรพงศ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเผชิญอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้มีเพียงภาระจากคดีความหรือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ยังรวมถึงการสูญเสียเวลาและโอกาสหลายอย่าง ระหว่างรอให้ได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมา พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้คดีนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้กับสื่อมวลชนในจังหวัดภูเก็ต

“การฟ้องร้องลักษณะนี้เหมือนเป็นการใช้กระบวนการศาลเพื่อให้เราหยุดทำหน้าที่ หยุดการนำเสนอข่าว แต่พวกเราจะไม่ยอม และจะต่อสู้เพื่อให้ความจริงปรากฏ” นายวรพงศ์ กล่าว

นายวรพงศ์ ยืนยันว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นเพียงการตั้งคำถามต่อกรณีการสั่งย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ตไปช่วยราชการเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ แต่กลับถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายสูงถึง 5 ล้านบาท ซึ่งตนมองว่าเป็นจำนวนที่เกินสมควร และอาจเข้าข่ายการฟ้องเพื่อปิดกั้นการนำเสนอข้อเท็จจริงของสื่อมวลชน

“เรื่องนี้เกิดที่จังหวัดภูเก็ต คู่กรณีก็อยู่ภูเก็ต แต่กลับไปฟ้องที่กรุงเทพฯ ผมมองว่าเป็นสิทธิ์ที่ทุกคนสามารถใช้ได้ แต่ก็อยากให้สังคมตั้งคำถามว่า การฟ้องร้องลักษณะนี้เป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่” นายวรพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายวรพงศ์ ระบุว่า เตรียมทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกา เพื่อขอให้พิจารณาแนวทางเกี่ยวกับคดีลักษณะดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สังคมและสื่อมวลชนร่วมกันติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด

ด้าน นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน รับหนังสือร้องเรียนจาก นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งเพจ “โหดจัง จังหวัดภูเก็ต” หลังถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาทจากการนำเสนอข้อมูลและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นการบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณหาดบางเทา พร้อมระบุว่า เข้าข่ายเป็นการฟ้องปิดปากสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบปัญหาสังคม

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ตนได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายวรพงศ์ ซึ่งเป็นสื่อมวลชนในจังหวัดภูเก็ต ที่นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มมาเฟียในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะกรณี "หาดฟรีดอม" ที่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า ขณะเดียวกัน ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกพื้นที่ ถางป่า หรือยึดครองพื้นที่บริเวณหาดบางเทา กลับใช้การฟ้องร้องดำเนินคดีกับสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารให้ประชาชนรับทราบ

“กรณีนี้ถือเป็นการกลั่นแกล้งสื่อมวลชนโดยตรง เพราะมีการไปฟ้องร้องถึงศาลอาญารัชดา กรุงเทพมหานคร ทั้งที่เหตุเกิดในจังหวัดภูเก็ต” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว

พร้อมระบุว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่มี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ เป็นประธานกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้อง

นายเฉลิมพงศ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านการตรวจสอบ และสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อติดตามปัญหาหาดฟรีดอม รวมถึงปัญหาผู้มีอิทธิพล โรงแรมขนาดเล็ก และกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงแนวทางการปราบปรามผู้มีอิทธิพล หลังรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีมีการพูดถึงการจัดการปัญหาดังกล่าว ว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรมจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงคำพูดเพื่อสร้างความหวังให้กับประชาชน

“วันนี้จังหวัดภูเก็ตมีปัญหาสะสมจำนวนมาก ทั้งเรื่องสาธารณูปโภค การจัดการขยะ ปัญหานอมินี และผู้มีอิทธิพล หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้จริง ก็จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบริหารประเทศ” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว