นายวรพงศ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเผชิญอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้มีเพียงภาระจากคดีความหรือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ยังรวมถึงการสูญเสียเวลาและโอกาสหลายอย่าง ระหว่างรอให้ได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมา พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้คดีนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้กับสื่อมวลชนในจังหวัดภูเก็ต
“การฟ้องร้องลักษณะนี้เหมือนเป็นการใช้กระบวนการศาลเพื่อให้เราหยุดทำหน้าที่ หยุดการนำเสนอข่าว แต่พวกเราจะไม่ยอม และจะต่อสู้เพื่อให้ความจริงปรากฏ” นายวรพงศ์ กล่าว
นายวรพงศ์ ยืนยันว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นเพียงการตั้งคำถามต่อกรณีการสั่งย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ตไปช่วยราชการเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ แต่กลับถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายสูงถึง 5 ล้านบาท ซึ่งตนมองว่าเป็นจำนวนที่เกินสมควร และอาจเข้าข่ายการฟ้องเพื่อปิดกั้นการนำเสนอข้อเท็จจริงของสื่อมวลชน
“เรื่องนี้เกิดที่จังหวัดภูเก็ต คู่กรณีก็อยู่ภูเก็ต แต่กลับไปฟ้องที่กรุงเทพฯ ผมมองว่าเป็นสิทธิ์ที่ทุกคนสามารถใช้ได้ แต่ก็อยากให้สังคมตั้งคำถามว่า การฟ้องร้องลักษณะนี้เป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่” นายวรพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายวรพงศ์ ระบุว่า เตรียมทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกา เพื่อขอให้พิจารณาแนวทางเกี่ยวกับคดีลักษณะดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สังคมและสื่อมวลชนร่วมกันติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด
ด้าน นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน รับหนังสือร้องเรียนจาก นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งเพจ “โหดจัง จังหวัดภูเก็ต” หลังถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาทจากการนำเสนอข้อมูลและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นการบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณหาดบางเทา พร้อมระบุว่า เข้าข่ายเป็นการฟ้องปิดปากสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบปัญหาสังคม
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ตนได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายวรพงศ์ ซึ่งเป็นสื่อมวลชนในจังหวัดภูเก็ต ที่นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มมาเฟียในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะกรณี "หาดฟรีดอม" ที่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า ขณะเดียวกัน ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกพื้นที่ ถางป่า หรือยึดครองพื้นที่บริเวณหาดบางเทา กลับใช้การฟ้องร้องดำเนินคดีกับสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารให้ประชาชนรับทราบ
“กรณีนี้ถือเป็นการกลั่นแกล้งสื่อมวลชนโดยตรง เพราะมีการไปฟ้องร้องถึงศาลอาญารัชดา กรุงเทพมหานคร ทั้งที่เหตุเกิดในจังหวัดภูเก็ต” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว
พร้อมระบุว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่มี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ เป็นประธานกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้อง
นายเฉลิมพงศ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านการตรวจสอบ และสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อติดตามปัญหาหาดฟรีดอม รวมถึงปัญหาผู้มีอิทธิพล โรงแรมขนาดเล็ก และกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต
นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงแนวทางการปราบปรามผู้มีอิทธิพล หลังรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีมีการพูดถึงการจัดการปัญหาดังกล่าว ว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรมจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงคำพูดเพื่อสร้างความหวังให้กับประชาชน
“วันนี้จังหวัดภูเก็ตมีปัญหาสะสมจำนวนมาก ทั้งเรื่องสาธารณูปโภค การจัดการขยะ ปัญหานอมินี และผู้มีอิทธิพล หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้จริง ก็จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบริหารประเทศ” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว