"กมธ.ปปง." แฉช่องโหว่โบรกเกอร์ ทำแก๊งสแกมเมอร์ฟอกเงินเฉียด 60 ล.
11 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

กมธ.ปปง. แฉช่องโหว่โบรกเกอร์ ทำแก๊งสแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านบัญชีหลักทรัพย์ เสียหายเฉียด 60 ล้าน ก.ล.ต. ถูกจี้เร่งจัดการก่อนเกิดความเสียหายซ้ำ
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

กมธ.ปปง. แฉช่องโหว่โบรกเกอร์ ทำแก๊งสแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านบัญชีหลักทรัพย์ เสียหายเฉียด 60 ล้าน ก.ล.ต. ถูกจี้เร่งจัดการก่อนเกิดความเสียหายซ้ำ
KEY
POINTS
11 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการ ปปง. เดินหน้าตรวจสอบช่องโหว่แพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์ หลังพบแก๊งสแกมเมอร์ใช้เป็นช่องทางฟอกเงินผ่านบัญชีม้า สร้างความเสียหายมูลค่าหลายสิบล้านบาท กระทบนักลงทุนและตลาดหลักทรัพย์ไทย
ที่อาคารรัฐสภา นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานกรรมาธิการ ปปง. กล่าวถึงการพิจารณาเรื่อง "การตรวจสอบมาตรการป้องกันการใช้แพลตฟอร์ม การซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ เป็นช่องทางในการเปิดบัญชีม้าและการฟอกเงิน" โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง ประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ว่า จากการชี้แจงของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ พบข้อมูลจากการดำเนินคดีของสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานีเกี่ยวกับเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) ที่มีการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในการทำธุรกรรมทางการเงิน พบความเสียหายจำนวน 715 ธุรกรรม เกี่ยวข้องกับ 393 คดี มีผู้เสียหาย 393 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 58.63 ล้านบาท
ซึ่งผู้แทนจาก ก.ล.ต. ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า การดำเนินการบางส่วนของบริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับคดี อาจยังไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายและหลักเกณฑ์กำหนด รวมทั้งพบกรณีการปลอมแปลงเอกสาร และข้อมูลของผู้เปิดบัญชีหรือทำธุรกรรม ที่ทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้
โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ได้ชี้แจงกับทางกรรมาธิการว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความบกพร่องของบุคลากร ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นเกือบ 59 ล้านบาทนั้น แต่เมื่อทางกรรมาธิการได้สอบถามว่า จะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไรต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ทางบริษัทดังกล่าวขอไม่ตอบ กรรมาธิการจึงได้สอบถามไปยัง ก.ล.ต. ว่า มีมาตรการในการดำเนินการกับบริษัทนี้อย่างไร ซึ่งทางกรรมาธิการได้รับคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม จึงได้ให้ ก.ล.ต. รายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการบริษัทดังกล่าวมายังคณะกรรมาธิการอีกครั้ง
ซึ่งส่วนตัวมองว่า ในที่ประชุม ก.ล.ต. สามารถตอบคำถามได้เลย แต่ ก.ล.ต. ต้องการให้กรรมาธิการทำเป็นหนังสือ ซึ่งมองว่า ก.ล.ต. ควรมีมาตรการเร่งรัดควบคุมและฉับไว แต่ ก.ล.ต. กลับเชื่องช้า จึงได้ตำหนิในที่ประชุมไปว่า
“วันนี้ต้องให้เกิดความเสียหายหรือให้เกิดความตายเกิดขึ้นก่อน ก.ล.ต. ถึงจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดได้” นายพิทักษ์เดช กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อสอบถามไปยัง ปปง. ซึ่งทาง ปปง. ก็ตอบกลับว่า จะมีรายงานผลต่อกรณีนี้ภายใน 1 เดือน ส่วนหลังจากนี้ตนก็จะทำหนังสือไปยังตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การกำกับดูแลของตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนว่า วันนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบ หรือร้องทุกข์ไปยังบัญชีแถวหนึ่ง แถวสอง แถวสาม หรือโครงข่ายทั้งหมดกับกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วหรือยัง โดยจะให้ สภ.เมืองปทุมธานี ตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร และเชิญบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวมาชี้แจงปัญหาอีกครั้ง
“ต้องเข้าใจว่าวันนี้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมาย เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ เป็นช่องทางการทำมาหากินของเครือข่ายสแกมเมอร์” นายพิทักษ์เดช กล่าว
ส่วนในการประชุมกรรมาธิการครั้งต่อไปนั้น ยังคงต้องรอเอกสารการรายงานผลของ สภ.เมืองปทุมธานี ที่ทำเรื่องขอไป
นอกจากนี้ นายพิทักษ์เดชยังตั้งคำถามถึงศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ว่า ทำไมถึงไม่ส่งเรื่องนี้ให้ตำรวจกองปราบ หรือสอบสวนกลางทำสำนวนเรื่องนี้เอง เพราะเรื่องนี้เป็นความเสียหายในระดับชาติ แต่กลับโยนให้ สภ.เมืองปทุมธานี เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน หลังจากนี้ตนจะทำหนังสือไปยัง ก.ล.ต. ด้วย และใช้บังคับข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ส่วนเรื่องนี้จะกระทับต่อนักลงทุนรายอื่นหรือไม่นั้น นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า ไม่กระทบเพราะการลงทุนต้องลงทุนกับบริษัท ที่มีความน่าเชื่อถือ และบริษัทนั้นต้องไม่ร่วมกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์
“เพราะแก๊งสแกมเมอร์ทำนาบนหลังคน ทำร้ายคนจนทั้งหมด ไม่ใช่ทำร้ายคนรวย ทำร้ายคนจน คนกลุ่มนี้หากินกับชีวิตมนุษย์ เขาเสียหายไม่กี่ราย เขาเสียชีวิตมาแล้วกี่รายด้วยความเจ็บช้ำ และเรื่องเหล่านี้ตนคิดว่า ควรจะต้องบูรณาการร่วมกันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ ปปง. สอบสวนกลาง ต้องบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังเสียที เพราะพอถามตรงโน้น ตรงโน้นมีอำนาจแค่นี้ พอถามตรงนี้ ตรงนี้มีอำนาจแค่นั้น มันเป็นเรื่องน่าเบื่อมากกว่า” นายพิทักษ์เดชกล่าว
ส่วนตอนนี้ที่มีการเชิญชวนให้ลงทุนในแอปพลิเคชันต่างๆ ทางกรรมาธิการจะมีมาตรการอย่างไร เพื่อป้องกันหรือไม่ นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า เราจะทำในลักษณะเดียวกันกับกรณีปั่นหุ้น และตนจะทำหนังสือไปยัง ปปง. ทั้งหมด และรายงานการดำเนินงานเกี่ยวกับกรณีเช่นนี้ทั้งหมด เพื่อดูว่าดำเนินการไปถึงขั้นไหน และมีมาตรการเชิงรุกเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้หรือไม่
ข่าวล่าสุด