เนชั่นทีวี

ข่าว

‘สุชาติ-รสรินทร์’ ปลดล็อกที่ดินอุตรดิตถ์ จี้แก้ปม 50 ปี

10 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

‘สุชาติ-รสรินทร์’ ปลดล็อกที่ดินอุตรดิตถ์ จี้แก้ปม 50 ปี

‘สุชาติ’ จับมือ ‘รสรินทร์’ สส.อุตรดิตถ์ ปลดล็อกที่ดินทำกินให้ชาวบ้านสำเร็จ 2 พื้นที่ พร้อมเร่งรัฐสางปมทับซ้อนนิคมฯ เขื่อนสิริกิติ์ ยืดเยื้อ 50 ปี

‘สุชาติ’ จับมือ ‘รสรินทร์’ สส.อุตรดิตถ์ ปลดล็อกที่ดินทำกินให้ชาวบ้านสำเร็จ 2 พื้นที่ พร้อมเร่งรัฐสางปมทับซ้อนนิคมฯ เขื่อนสิริกิติ์ ยืดเยื้อ 50 ปี

KEY

POINTS

  • ปลดล็อกสำเร็จ: กรมป่าไม้อนุมัติเพิกถอนพื้นที่ป่าชุมชนบ้านนากล่ำ 124 ไร่ เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยพายุ และเดินหน้าออกเอกสารสิทธิ์โครงการ คทช. ให้ชาวบ้านกว่า 1,800 ครัวเรือน

     
  • มหากาพย์ 50 ปี: ชาวนิคมสร้างตนเองอำเภอท่าปลา (ผู้เสียสละจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์) กว่า 1,013 ราย ยังไร้เอกสารสิทธิ์เนื่องจากปัญหาที่ดินทับซ้อนกับเขตป่าไม้และ ส.ป.ก.

     
  • ความหวังใหม่: นายสุชาติ ชมกลิ่น (รมว.ทส.) และ น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ (สส.) เร่งผลักดันผ่านกระบวนการ One Map และกลไกรัฐสภา เพื่อเร่งออกโฉนดให้ผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

10 มิถุนายน 2569 ปัญหา ที่ดินทำกิน ในจังหวัดอุตรดิตถ์ กลายเป็นมหากาพย์กว่าครึ่งศตวรรษ ล่าสุด สุชาติ ชมกลิ่น และ รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ เดินหน้าทวงคืนสิทธิให้ประชาชนจากปัญหา ที่ดินทับซ้อน ในพื้นที่ นิคมสร้างตนเอง หวังคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียสละ


ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ถือเป็นบาดแผลเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชนจำนวนมาก ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อุตรดิตถ์ เขต 2 พรรคโอกาสใหม่ ได้ลงพื้นที่ผลักดันการแก้ไขปัญหาข้อจำกัดทางราชการ จนสามารถปลดล็อกพื้นที่สำคัญได้สำเร็จ 2 แห่ง พร้อมเตรียมเดินหน้าทวงคืนสิทธิที่ดินทำกินให้ชาวบ้านที่ ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นมหากาพย์ปัญหาที่ยืดเยื้อมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

ความสำเร็จเบื้องต้นในการแก้ไขปัญหาที่ดินในจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งนายสุชาติ และ น.ส.รสรินทร์ ได้ลงพื้นที่มอบเอกสารสิทธิ์ด้วยตนเอง ประกอบด้วย 2 กรณีหลัก ได้แก่


การเยียวยาผู้ประสบภัยพายุบัวลอย (บ้านนากล่ำ) ได้รับการช่วยเหลือจำนวน 65 ครัวเรือน หลังจากต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยจากพายุที่พัดถล่มจนพื้นที่เดิมกลายเป็นแอ่งกระทะ ล่าสุด กรมป่าไม้ได้มีประกาศสั่งเพิกถอนพื้นที่ป่าชุมชนบ้านนากล่ำ (บางส่วน) เนื้อที่ 124 ไร่ 37 ตารางวา เพื่อจัดสรรให้ชาวบ้านเป็นที่เรียบร้อย


การสานต่อนโยบายจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) เป็นการสานต่องานจากอดีต สส.ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ล่าสุดมีรายชื่อชาวบ้านที่ได้รับการคัดเลือกให้ออกหนังสืออนุญาตทำกินแล้วจำนวน 1,800 ครัวเรือน (จากเป้าหมายรวม 13,000 ราย) ครอบคลุมพื้นที่ 4 ลุ่มน้ำ โดยเตรียมทยอยลงพื้นที่มอบเอกสารสิทธิ์ให้ประชาชนในระยะต่อไป  



อดีต สส.ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ


แม้จะมีความคืบหน้าใน 2 พื้นที่ข้างต้น แต่ประเด็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดและถือเป็นความเดือดร้อนหลักของประชาชนในพื้นที่ คือ ปัญหาที่ดินนิคมสร้างตนเอง อำเภอท่าปลา ซึ่งชาวบ้านกลุ่มนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ผู้เสียสละ" เนื่องจากยอมอพยพออกจากพื้นที่ราบลุ่มอันอุดมสมบูรณ์ เพื่อหลีกทางให้กับการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐอย่าง "เขื่อนสิริกิติ์" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 แม้รัฐบาลในอดีตจะมีมติรับปากว่าจะจัดสรรที่ดินชดเชยให้ครอบครัวละ 15 ไร่ แต่เวลาล่วงเลยมากว่า 50 ปี ประชาชนจำนวนมากกลับยังคงไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สาเหตุหลักของปัญหา เกิดจากแนวเขตพื้นที่ที่รัฐจัดสรรให้นั้น ไปทับซ้อนกับเขตแนวป่าไม้ พื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จนกลายเป็นปัญหาหมักหมม ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) ซึ่งกำลังจ่อคิวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)


ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ความเดือดร้อนของชาวบ้านอำเภอท่าปลาได้รับการสะท้อนผ่านตัวแทนชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยต่างฝากความหวังให้หน่วยงานรัฐและ สส. ในพื้นที่ เร่งปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายนี้ให้สำเร็จ 


‘สุชาติ-รสรินทร์’ ปลดล็อกที่ดินอุตรดิตถ์ จี้แก้ปม 50 ปี

       

นายสมพร นะถา (นายก อบต.ท่าปลา) "ขอฝากท่าน สส. ติดตามเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ให้พี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน จำนวน 1,013 ราย พื้นที่ 7,200 ไร่ เร่งรัดให้ได้เอกสารโดยเร็ววัน เพราะผ่านมานานมาก ขอความเห็นใจให้พี่น้องประชาชนด้วย"


นายห่วง เตชะ "ผมมาอยู่ตั้งแต่ปี 2518 ถนนหนทางยังไม่เกิด ร้องขอหน่วยงานไหนก็หาว่าติดป่าไม้ ถ้าสิ้นรุ่นเราไป ลูกหลานก็ไม่รู้เรื่องแล้ว เอกสารสิทธิ์อะไรก็ไม่มีให้ลูกเต้าสืบทอด ขอฝาก สส. คนใหม่ให้แก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ไหมครับ ถ้าทำได้ ผมถือว่าเป็นม้าขาวของชาวบ้านเลย"


นายราม รินสาร "เราไม่ได้มาบุกรุกเอง แต่นิคมฯ กรมประชาสงเคราะห์จัดสรรให้มาอยู่ อพยพมาด้วยกันแท้ๆ คนหนึ่งได้ น.ส.3 คนหนึ่งได้โฉนด อีกฝั่งได้ ส.ป.ก. แต่ของผมบอกติดเขตป่าสงวน ทั้งที่รัฐจัดสรรให้ ทำไมถึงออกให้เราไม่ได้"


นายทองสุข คำบุญเรือง "อพยพมาสละที่ทำกินให้นิคมฯ กลายเป็นคนเสียโอกาส ไม่มีที่ดินทำมาหากินเลย ต้องอาศัยรับจ้างกินจนแก่เฒ่าป่านนี้ ขอวิงวอนคุณรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จด้วย เรื่องค่าเสียโอกาสและค่าชดเชยที่ดิน ถ้ารสรินทร์ทำได้ กี่สมัยลงไปเถอะ ไม่ต้องกลัวใครมาแซง คนท่าปลาพร้อมที่จะช่วยอยู่แล้ว"


นายไพรัช มหาวัน "รุ่นพ่อตายกันหมดแล้ว ตอนนี้รุ่นลูก อยากฝาก สส. ติดตามให้สำเร็จ อยากให้ได้โฉนดกันทุกคน ถึงจะเป็นที่ดอยก็ช่าง เพราะนิคมฯ จัดสรรให้ตรงนั้น"


นายสนิท ตะนา (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6) "เอกสารสิทธิ์ทำกินไม่มี จะขายไม้ที่ปลูกมาเองกับมือก็ขายไม่ได้ อยากฝากทีมงานไปช่วยติดตาม ให้พี่น้องชาวบ้านที่อยู่มา 50 กว่าปี ได้พบกับความสำเร็จสักที"


นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนชาวบ้านอีกหลายราย อาทิ นางแข อินแสน, นางสง่า แก้วทา, นางประภาพร ตันดี และ นายมี อินสอน ที่ร่วมเป็นกระบอกเสียงวิงวอนขอให้รัฐเร่งผลักดันการออกโฉนดที่ดิน เพื่อให้ตกทอดเป็นมรดกสู่รุ่นลูกหลาน


น.ส.รสรินทร์ เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จในครั้งนี้ เนื่องจากภาคประชาชนและผู้นำในพื้นที่ได้ร่วมกันต่อสู้และเรียกร้องสิทธิที่ดินทำกินมาเป็นระยะเวลาประมาณ 8 ปี นับตั้งแต่สมัยที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เป็นผู้ผลักดัน

 

"จังหวัดอุตรดิตถ์นี่โชคดีมาก ที่ว่าเป็นจังหวัดที่ 3 ของประเทศ ที่ได้อนุมัติ คทช. 11 ป่า ทั้งจังหวัด ซึ่งไม่ใช่แค่เฉพาะว่าเขต 2 นะคะที่ได้รับอานิสงส์ตรงนี้ แต่จะมีเขต 1 และเขต 3 ด้วย ที่เขาได้รับประโยชน์ตรงนี้ด้วย" น.ส.รสรินทร์ กล่าว

 

น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อุตรดิตถ์ เขต 2 พรรคโอกาสใหม่  


ส่วนกระบวนการผลักดันเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร น.ส.รสรินทร์ ระบุว่า ได้มีการนำเสนอและติดตามเรื่องนี้ผ่านกลไกของสภาฯ มาโดยตลอด โดยครอบคลุมทั้งประเด็นที่ดิน คทช. และปัญหาที่ดินนิคม


ในช่วงท้าย น.ส.รสรินทร์ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณไปยังแกนนำรัฐบาลที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันนโยบายนี้จนประสบความสำเร็จ โดยกล่าวเจาะจงไปที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น และ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล

 

"ต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น และท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล เพราะสิ่งที่เราต่อสู้กันมาเนิ่นนานได้มาสำเร็จในยุคของทั้งสองท่าน ต้องขอกราบขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ ที่ทำให้ประชาชนคนจังหวัดอุตรดิตถ์มีที่ดินทำกินถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถนำความเจริญ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น" น.ส.รสรินทร์ ระบุทิ้งท้าย