ในการปราศรัยช่วงหนึ่ง นายราเชนได้กล่าวปลุกใจสมาชิกพรรคและชาวอุตรดิตถ์ โดยระบุอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายทางการเมืองสูงสุดของตนเอง หากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศ
"ผมขอเพียง 1 เสียงชาวบ้าน ครอบครัวละ 1 เสียง ขอแค่นั้นพอ อย่าให้ผมเยอะกว่านี้ ถ้าเอา 22 ล้านครัวเรือน คูณ 1 เสียง มันก็ 22 ล้านเสียง ผมต้องเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน... ผมถือสัจจะวาจาว่า ฉันทามติของพี่น้องอุตรดิตถ์อนุญาตให้ผมได้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนขั้นแรกขอแค่เป็นรัฐมนตรีก่อน เก็บเกี่ยวประสบการณ์สัก 2 สมัย สมัยต่อไปค่อยเป็นนายกรัฐมนตรี"
นอกจากนี้ นายราเชนยังได้หยิบยกประวัติศาสตร์การกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใน "ยุทธการทุบหม้อข้าวหม้อแกง" เพื่อเข้าตีเมืองจันทบุรี มาเล่าเป็นเกร็ดความรู้และใช้เป็นอุปมาอุปไมยถึงภาวะผู้นำที่แท้จริง โดยชี้ให้เห็นว่าผู้นำที่ดีต้องกล้าเสียสละและเอาชีวิตเข้าแลกเป็นคนแรก ซึ่งสะท้อนถึงอุดมการณ์การทำงานการเมืองของตนในฐานะผู้นำพรรคทางเลือกใหม่ ที่พร้อมต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่แม้จะมีทีมงานหรือจำนวน สส. ในสภาอย่างจำกัดก็ตาม