โดย นายแสวง กล่าวว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงสมาชิกเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้ง 2 รูปแบบนี้ เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง การเลือกตั้งครั้งนี้กำหนดให้เกิดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน และเป็นกลไกการบริหารราชการท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ผู้ที่ถูกเลือกสามารถตอบสนองคนในท้องถิ่นนั้นได้
นายแสวง กล่าวต่อว่า ไม่ว่าการเลือกตั้งใด ประชาชน กกต. และพรรคการเมือง ต่างอยากได้ผลการเลือกตั้งที่ดีและเป็นที่ยอมรับ มีความสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม ซึ่งการเลือกตั้งที่ดีมีองค์ประกอบ 2 ส่วน คือ
นอกหน่วยเลือกตั้ง: คือผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะดูแลให้ถี่ถ้วนได้ยาก ในการที่จะให้ประชาชนมีข้อมูลและไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างอิสระ ไม่อยู่ภายใต้อำนาจหรืออามิสสินจ้างใดๆ ถ้าอยากได้การเลือกตั้งที่สุจริตก็ต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แม้ กกต. จะพยายามตรวจสอบอยู่ทุกครั้ง แต่ก็ยังมีการกระทำผิดกฎหมาย หาก กกต. ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้สมัครเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็ยากที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ความดูแลของ กกต. (ในหน่วยเลือกตั้ง): คือความสุจริตเที่ยงธรรมในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต. โดยจะแบ่งเป็นระบบและคน ตัวระบบของประเทศไทยนั้นดีที่สุด มีความโปร่งใส ออกแบบให้ประชาชนรู้ เห็น และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน แต่สิ่งเหล่านี้จะสำเร็จไม่ได้หากขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะเราออกแบบการเลือกตั้งให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งในวันเลือกตั้ง ภายในหน่วยจะมีเจ้าหน้าที่ 9 คน เป็นคนที่อาสามาทำงาน เรามีหน้าที่อบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ขั้นต่ำเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ และหวังว่าในวันเลือกตั้ง กปน. จะทำหน้าที่ได้อย่างเรียบร้อย
แต่ที่ผ่านมาปรากฏเป็นข่าวว่า กปน. ทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งเกิดความโปร่งใสและสุจริตคือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ใช่ กปน. เรื่องแบบนี้จะหายไปได้โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่สามารถสังเกตการณ์การเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดการทักท้วงหากมีข้อผิดพลาดขึ้นมาได้ทันที นี่คือการออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
ดังนั้น ไม่ว่าในหน่วยหรือนอกหน่วย การเลือกตั้งเป็นของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัคร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือ กปน. โดย กกต. มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้มีการซื้อสิทธิขายเสียง และตรวจสอบการทำงานของแต่ละฝ่ายว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ แต่ทั้งหมดนี้ประชาชนต้องช่วยกันสอดส่องดูแลกระบวนการเลือกตั้ง ผลออกมาอย่างไร กกต. ก็ประกาศออกมาอย่างนั้น ฉะนั้น การเลือกตั้งไม่มีหลักประกันที่จะทำให้โปร่งใสได้ หากขาดความร่วมมือ เพราะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องดูแลการเลือกตั้งร่วมกัน
นายแสวง ยังกล่าวด้วยว่า ในการเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภทที่มีขึ้นนี้ เราได้เตรียมการและเตรียมพร้อมเกี่ยวกับ กปน. มาพอสมควร เมื่อเป็นพื้นที่พิเศษก็ทำได้ง่ายขึ้น โดยได้จัดอบรม กปน. หน่วยละ 5 คน ซึ่งโอกาสที่จะผิดพลาดแทบไม่มี และหากได้ผลดีก็จะนำไปใช้กับทั่วประเทศ แต่ทั้งนี้ศักยภาพของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน การเลือกตั้งจะสุจริตได้จึงต้องขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ด้วย
"กกต." ถอดบทเรียนเลือกตั้ง กทม.-นายกพัทยา พบข้อร้องเรียน กทม. 40 เรื่อง พัทยา 6 เรื่อง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องปรามซื้อสิทธิขายเสียง
ด้าน นายวีระ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการใช้สิทธิเลือกตั้ง กทม. มีผู้มาใช้สิทธิค่อนข้างน้อย ดังนั้นจึงต้องปรับการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้ได้มากที่สุด ส่วนปัญหาการทำหน้าที่ของ กปน. นั้น เนื่องจากการเลือกตั้ง กทม. มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 6,628 หน่วย จึงได้มีการจัดโครงการแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ขึ้นในเขตหลักสี่และเมืองพัทยา โดยคัดเลือกคนมาเป็น กปน. หน่วยละ 5 คน และจัดอบรมอย่างเข้มข้น จากนั้นจึงทยอยจัดอบรมในเขตอื่นๆ ซึ่งรวมแล้วมีผู้เข้าอบรมกว่า 6,000 คน
ด้าน ว่าที่ ร.ต. ภาสกร กล่าวว่า กทม. มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จำนวน 4.4 ล้านคน แต่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จำนวน 4.3 ล้านคน เนื่องจากผลทางกฎหมายของคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คือ บุคคลที่ย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ถึง 1 ปี จะไม่สามารถเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ได้ ส่วนการเลือกตั้ง สก. ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านมากกว่า 1 ปี ในกรณีย้ายเขตที่อยู่ยังไม่ถึง 1 ปี จะไม่สามารถใช้สิทธิเลือก สก. ในเขตที่อยู่ปัจจุบันได้ แต่สามารถแจ้งขอใช้สิทธิเลือก สก. ตามเขตเดิมได้จนถึงวันที่ 17 มิถุนายนนี้
สำหรับบัตรเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและผู้ว่าฯ กทม. จะพิมพ์เท่ากับจำนวนหมายเลขผู้สมัคร แต่บัตรเลือกตั้ง สก. จะพิมพ์เท่ากับจำนวนผู้สมัครในเขตที่มีผู้สมัครสูงที่สุด
ส่วนในกรณีของเมืองพัทยา การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา บัตร 1 ใบ สามารถเลือกได้ 6 หมายเลข ซึ่งจะมีการขานคะแนนบัตรดี บัตรเสีย และมีบัตรดีบางส่วนด้วย หากมีการนับคะแนนแล้วคะแนนไม่ตรงกับจำนวนบัตรที่ใช้ไป จะไม่สามารถนับคะแนนใหม่ในทันทีได้ เนื่องจากการสั่งนับคะแนนใหม่เป็นหน้าที่ของ กกต. ชุดใหญ่ ดังนั้น กปน. จึงทำได้เพียงการตรวจสอบตะกร้าที่นับคะแนนไปแล้วเท่านั้น
ขณะที่ ร.ต.อ. ชนินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนในส่วนของ กทม. แล้ว 40 เรื่อง และเมืองพัทยา 6 เรื่อง ซึ่ง กกต. ได้ดำเนินการป้องปรามเชิงรุก โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อร่วมป้องปราม รวมถึงประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) และธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ในการเฝ้าระวังเรื่องการเบิกถอนเงินสดในจำนวนที่มากผิดปกติ ควบคู่ไปกับผู้ตรวจการเลือกตั้งที่มีการซักซ้อมและปฏิบัติหน้าที่ในการป้องปรามอย่างเข้มงวด
ด้าน นายแสวง กล่าวเสริมในตอนท้ายว่า ในทางปฏิบัติวันเลือกตั้งมักมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของ กปน. อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการนับคะแนน
#เลือกตั้งผู้ว่ากทม #เลือกตั้งพัทยา69 #กกต #หยุดซื้อสิทธิขายเสียง #กทม #เมืองพัทยา #การเมืองไทย #ส่องกลโกงเลือกตั้ง #พลังประชาชน