เนชั่นทีวี

ข่าว

“ชัยวุฒิ” เตือน “ไชยชนก” ระวังงบ “TH-AI Passport” พันกว่าล้าน เสี่ยงล้มเหลว

06 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

“ชัยวุฒิ” เตือน “ไชยชนก” ระวังงบ “TH-AI Passport” พันกว่าล้าน เสี่ยงล้มเหลว

“ชัยวุฒิ” อดีต รมว.ดีอีเอส เตือน “ไชยชนก” รมว.ดีอีคนใหม่ ทบทวนงบ “TH-AI Passport” หวั่นใช้เงินพันล้านเกินจำเป็น แนะหั่นงบเหลือหลักร้อยล้าน เพื่อพิสูจน์ผลงานก่อนลุยต่อ

“ชัยวุฒิ” อดีต รมว.ดีอีเอส เตือน “ไชยชนก” รมว.ดีอีคนใหม่ ทบทวนงบ “TH-AI Passport” หวั่นใช้เงินพันล้านเกินจำเป็น แนะหั่นงบเหลือหลักร้อยล้าน เพื่อพิสูจน์ผลงานก่อนลุยต่อ

KEY

POINTS

  • เตือนใช้งบประมาณเกินตัว: ชัยวุฒิแนะ “ไชยชนก” ให้ลดงบ AI Passport จากหลักพันล้านเหลือเพียง 300-400 ล้านบาทเพื่อทดสอบประสิทธิภาพก่อนขยายผล ป้องกันความเสี่ยงจากการใช้งบมหาศาลแล้วล้มเหลว

     
  • เน้นความโปร่งใสและคุ้มค่า: เตือนว่าหากใช้งบสูงเกินไปจะถูกจับตามองเรื่องความโปร่งใส ควรแบ่งการดำเนินงานเป็นระยะ และไม่ควรฟังข้อมูลจากหน่วยงานเพียงด้านเดียว ต้องพิจารณาให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ

     
  • แนะกระจายงบแก้ปัญหาจริง: เสนอให้แบ่งเงินจากกองทุนดีอีไปเน้นปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สนับสนุนอุปกรณ์ให้หน่วยงานปฏิบัติการ และวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ประชาชนเข้าถึงได้จริงแทนการทุ่มให้เอไออย่างเดียว

6 มิถุนายน 2569 อดีตรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัล ฝากเตือนรัฐมนตรีคนใหม่ ให้รอบคอบในการอนุมัติงบประมาณโครงการ AI Passport ที่อาจถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส พร้อมเสนอทางออกผ่านการบริหารงบ กองทุนดีอี ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุดอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับ เศรษฐกิจดิจิทัล ไทยให้เข้มแข็ง


นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES)
เปิดเผยกับเนชั่นทีวีว่า กระทรวงดีอีมีหน้าที่ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ประโยชน์ ซึ่งมีภารกิจหลายด้านอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่หากจะให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการ AI Passport ที่กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ เห็นว่า การใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ควรเริ่มต้นใช้งบประมาณราว 300-400 ล้านบาทก่อน เพื่อทดสอบว่าโครงการจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แล้วจึงค่อยขยายผล


เนื่องจากปกติการใช้งบประมาณจากกองทุนดีอี จะอยู่ที่หลักร้อยล้านบาท แต่การใช้หลักพันล้านบาทถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งหากไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ จะสร้างความเสียหาย และอาจถูกเพ่งเล็งเรื่องความโปร่งใส หากเป็นไปได้จึงอยากให้ปรับลดงบประมาณลง

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES)

 

“โครงการของกระทรวงดีอีเอส มีทั้งส่วนที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน และเงินจากกองทุนดีอีเอส  ซึ่งกองทุนดีอีเอสมีงบประมาณไม่มากนัก ราวสองถึงสามพันล้านบาท จึงควรกระจายไปใช้ประโยชน์ในหลายด้าน เช่น การสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้เข้าถึงได้ง่าย ไม่ใช่เน้นเฉพาะเรื่องเอไอเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีแอปพลิเคชันอีกหลายอย่างที่เราต้องช่วยสนับสนุน จึงอยากให้พิจารณาอย่างครอบคลุมทุกมิติ”

อดีต รมว.ดีอีเอส กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และมิจฉาชีพออนไลน์ แม้กระทรวงดีอีเอสจะเป็นเจ้าภาพหลัก แต่ต้องประสานงานร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอ นอกจากการประสานงานที่ดีแล้ว ตนเห็นว่าควรนำเงินกองทุนดีอีไปจัดซื้อซอฟต์แวร์ ซื้อระบบ หรือสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่หน่วยงานปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามมิจฉาชีพเหล่านี้
 

“อันดับแรก ต้องสื่อสารกับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อให้เข้าใจแนวคิดและนโยบายของกระทรวงดีอี เพราะการดำเนินโครงการต่างๆ หากประชาชนไม่เข้าใจอาจนำไปสู่การตีความในแแง่ลบ เช่น โครงการ AI Passport ที่เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ติดตามข่าวสารมองว่า เป็นเรื่องไม่โปร่งใสหรือมีการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งหากโครงการนี้มีประโยชน์จริงก็ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ


ประการที่สอง การใช้งบประมาณแผ่นดินหรือเงินกองทุนฯ อยากให้ระมัดระวัง อย่าตั้งงบประมาณสูงเกินไป ควรแบ่งการดำเนินงานเป็นระยะ เช่น ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 และไม่ควรรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานราชการหรือภาคเอกชนมากเกินไปว่า โครงการเหมาะสมหรือไม่ ฟุ่มเฟือยสิ้นเปลืองหรือไม่ แต่ต้องพิจารณาให้รอบด้าน” อดีต รมว.ดีอี แนะนำ รมว.ดีอีคนใหม่ นายไชยชนก ชิดชอบ