อดีต รมว.ดีอีเอส กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และมิจฉาชีพออนไลน์ แม้กระทรวงดีอีเอสจะเป็นเจ้าภาพหลัก แต่ต้องประสานงานร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอ นอกจากการประสานงานที่ดีแล้ว ตนเห็นว่าควรนำเงินกองทุนดีอีไปจัดซื้อซอฟต์แวร์ ซื้อระบบ หรือสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่หน่วยงานปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามมิจฉาชีพเหล่านี้
“อันดับแรก ต้องสื่อสารกับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อให้เข้าใจแนวคิดและนโยบายของกระทรวงดีอี เพราะการดำเนินโครงการต่างๆ หากประชาชนไม่เข้าใจอาจนำไปสู่การตีความในแแง่ลบ เช่น โครงการ AI Passport ที่เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ติดตามข่าวสารมองว่า เป็นเรื่องไม่โปร่งใสหรือมีการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งหากโครงการนี้มีประโยชน์จริงก็ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ
ประการที่สอง การใช้งบประมาณแผ่นดินหรือเงินกองทุนฯ อยากให้ระมัดระวัง อย่าตั้งงบประมาณสูงเกินไป ควรแบ่งการดำเนินงานเป็นระยะ เช่น ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 และไม่ควรรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานราชการหรือภาคเอกชนมากเกินไปว่า โครงการเหมาะสมหรือไม่ ฟุ่มเฟือยสิ้นเปลืองหรือไม่ แต่ต้องพิจารณาให้รอบด้าน” อดีต รมว.ดีอี แนะนำ รมว.ดีอีคนใหม่ นายไชยชนก ชิดชอบ