เปิดเวทีระดมวิสัยทัศน์ "เมืองแห่งอนาคต" ต้องไม่พัฒนาแบบแยกส่วน
23 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

เปิดเวทีระดมวิสัยทัศน์ "เมืองแห่งอนาคต" ต้องไม่พัฒนาแบบแยกส่วน เชื่อม 3 แกนหลัก "การเดินทาง-น้ำ-เทคโนโลยี"
ข่าว
23 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

เปิดเวทีระดมวิสัยทัศน์ "เมืองแห่งอนาคต" ต้องไม่พัฒนาแบบแยกส่วน เชื่อม 3 แกนหลัก "การเดินทาง-น้ำ-เทคโนโลยี"
นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนการตลาดอุตสาหกรรมไมซ์ ประจำภาคตะวันออก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), นายชุมพล เที่ยงธรรมดีผู้อำนวยการส่วนบริหารและเผยแพร่วิชาการ เมืองพัทยา และนายณัฐชาคร อมรกุล ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ ทรัพยากรน้ำที่ 2 ฉะเชิงเทรา สังกัดสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 กรมทรัพยากรน้ำ และนางสาวปนัดดา ก๋งม้า รองประธานสายงานธุรกิจ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ร่วมกันแสดงวิสัยทัศน์ถึงทิศทางการพัฒนาเมืองและภาคตะวันออกสู่อนาคต และสะท้อนบทบาทของอุตสาหกรรมไมซ์ในการนำองค์ความรู้ การลงทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจเข้าสู่พื้นที่ และร่วมแบ่งปันมุมมองด้านการพัฒนาเมือง และมิติของโครงสร้างพื้นฐาน และการเดินทาง รวมถึงความมั่นคงด้านน้ำ บนเวที VNU Future Cities & Experiences Dinner Talk ที่ บ.วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด จัดขึ้น ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยง 3 องค์ประกอบสำคัญของเมืองแห่งอนาคต ได้แก่ การเดินทางและโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการน้ำ และเทคโนโลยีเพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับเมืองและผู้คน
ทั้งนี้ การพัฒนาเมืองในโลกยุคใหม่ กำลังเผชิญโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น ตั้งแต่การขยายตัวของเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากรและนักท่องเที่ยว ความต้องการใช้ทรัพยากรที่สูงขึ้น ปัญหาการจราจร ไปจนถึงการแข่งขันของเมืองในการดึงดูดการลงทุน ธุรกิจ และผู้คน ดังนั้น จึงจะต้องหาแนวทางทำให้เมืองเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และน่าอยู่ไปพร้อมกัน
สาระสำคัญจากเวทีครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า เมืองแห่งอนาคตไม่สามารถพัฒนาแบบแยกส่วนได้ เพราะการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ รมถึง น้ำ ยังเป็นทรัพยากรพื้นฐานของเมือง ทั้งการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม ขณะที่ เทคโนโลยีด้านแสง เสียง ภาพ และประสบการณ์ มีบทบาทในการสร้างมูลค่าและอัตลักษณ์ให้กับสถานที่ โดยแนวคิดดังกล่าว สอดคล้องกับ 3 แพลตฟอร์ม ระดับนานาชาติที่บริษัทฯ เตรียมจัดขึ้นในประเทศไทย ได้แก่ Prolight + Sound Bangkok 2026 งานเทคโนโลยีแสง เสียง ภาพ และเทคโนโลยีเพื่อการแสดงและสร้างประสบการณ์ จัดวันที่ 30 กันยายน–2 ตุลาคม 2569 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ และ Aquatech Asia 2026 งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำ ซึ่งจะจัดวันที่ 25–27 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ต่อเนื่องด้วย Intertraffic Asia 2027 งานด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการจราจร ความปลอดภัย และการเดินทางอัจฉริยะ จัดวันที่ 28–30 เมษายน 2570 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ ทั้ง 3 งานดังกล่าว มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การนำผู้ที่มีโจทย์จริง มาพบกับผู้ที่มีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และคำตอบ เพื่อให้การพบกันในงานแสดงสินค้า สามารถต่อยอดไปสู่ความร่วมมือ การลงทุน และการนำเทคโนโลยีไปใช้จริงในการพัฒนาเมือง ธุรกิจ และสังคม
สำหรับการจัดงานที่ "พัทยา" ในครั้งนี้ ไม่ได้เพียงเพราะพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ แต่เพราะพัทยา สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของ ภาคตะวันออกและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ได้อย่างชัดเจน เป็นพื้นที่เชื่อมโยง ทั้งเมืองท่องเที่ยว ฐานอุตสาหกรรม โรงแรมและรีสอร์ท ศูนย์ประชุม ท่าเรือ สนามบิน ธุรกิจบริการ และพื้นที่เศรษฐกิจที่กำลังเติบโต เมื่อเมืองและเศรษฐกิจเติบโต โจทย์สำคัญก็เติบโตตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการบริหารการเดินทางและการจราจร การสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้เพียงพอต่อเมืองและภาคการผลิต ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีสร้างอัตลักษณ์และประสบการณ์ใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเมืองท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ