เนชั่นทีวี

ข่าว

“ภัณฑิล” จี้ กกต. แจงปม “แสวง” สอบตกประเมิน หวั่นใช้อ้างแช่แข็งคดีฮั้ว สว.

05 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

“ภัณฑิล” จี้ กกต. แจงปม “แสวง” สอบตกประเมิน หวั่นใช้อ้างแช่แข็งคดีฮั้ว สว.

“ภัณฑิล” สส. พรรคประชาชน โวย กกต. เบี้ยวเข้าชี้แจง กมธ. จี้เปิดเผยสถานะประเมิน "แสวง บุญมี" เลขาฯ กกต. หวั่นถูกใช้เป็นข้ออ้างแช่แข็งคดีฮั้ว สว. และเป่าสำนวนทิ้ง

“ภัณฑิล” สส. พรรคประชาชน โวย กกต. เบี้ยวเข้าชี้แจง กมธ. จี้เปิดเผยสถานะประเมิน "แสวง บุญมี" เลขาฯ กกต. หวั่นถูกใช้เป็นข้ออ้างแช่แข็งคดีฮั้ว สว. และเป่าสำนวนทิ้ง

KEY

POINTS

  • จี้ กกต. เคลียร์ปมประเมินงาน: นายภัณฑิลตั้งคำถามต่อกระแสข่าวเลขาฯ กกต. ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมิน หากเป็นเรื่องจริงขอให้ กกต. เปิดเผยหลักเกณฑ์และสาเหตุให้ชัดเจน ไม่ใช่การปล่อยข่าวโยนหินถามทาง

     
  • หวั่นใช้เป็นเกมแช่แข็งคดี: กังวลว่าการเปลี่ยนตัวเลขาฯ อาจถูกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อยื้อเวลาหรือเป่าคดี “ฮั้ว ส.ว.” ที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ให้สำนวนอ่อนแรงหรือจบลงอย่างคลุมเครือ

     
  • กดดันเข้าชี้แจง กมธ.: หลังจากตัวแทน กกต. เบี้ยวการประชุมครั้งที่ผ่านมา อ้างติดงาน กทม.-พัทยา กรรมาธิการฯ ย้ำให้มาแจงในสัปดาห์หน้า ทั้งเรื่องความคืบหน้าคดีฮั้ว ส.ว. และแนวทางการป้องกันไม่ให้การเลือกตั้งเกิดสุญญากาศ

5 มิถุนายน 2569 กระแสข่าวร้อน เลขาฯ กกต. ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินปี 68 กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตาอย่างหนักว่า มีนัยยะแอบแฝงหรือไม่ ท่ามกลางวิกฤต คดีฮั้ว สว. ที่ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ล่าสุด “ภัณฑิล น่วมเจิม” สส. พรรคประชาชน จึงต้องเร่งออกมาเบรก กกต. อย่าใช้จังหวะการเปลี่ยนตัวผู้บริหารมาเป็นทางผ่าน เพื่อฟอกขาวหรือแช่แข็งคดีสำคัญของชาติ จนกระทบต่อ ความโปร่งใส ของกระบวนการเลือกตั้งไทยในอนาคต


ที่อาคารรัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส. กทม. พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน กล่าวถึงข่าวประเมินการทำงานของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่า ตนในฐานะกรรมาธิการที่ดูแลเรื่ององค์กรอิสระ ได้เรียกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาชี้แจงในคดีฮั้ว สว. และปัญหาการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้ง สว. และ สส. ซึ่งหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมากันพร้อมเพรียง แต่ กกต. ไม่มา


ซึ่งกรรมาธิการทำหนังสือเชิญล่วงหน้า 2 สัปดาห์ แต่ได้รับข้อความตอบกลับเพียง 2 วันก่อนการประชุมว่า ติดภารกิจในการจัดการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ และนายกเมืองพัทยา ซึ่งเรื่องนี้น่าจะมอบหมายงานกันได้ เลขาฯ กกต. ก็ไม่ได้ลงไปจัดการการเลือกตั้งด้วยตัวเอง เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ประธานกรรมาธิการจึงใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียก ให้มาประชุมในนัดถัดไป

นายภัณฑิล น่วมเจิม สส. กทม. พรรคประชาชน

 

นายภัณฑิลกล่าวว่า จากข่าวเมื่อวานเรื่องการประเมินการทำงานของนายแสวง ไม่ใช่คำถามว่า เลขาฯ กกต. จะอยู่หรือจะไป แต่คำถามที่ใหญ่กว่านั้น คือ กกต. กำลังทำให้การเลือกตั้งในประเทศไทยเกิดสุญญากาศหรือไม่ เพราะการจัดการเลือกตั้ง สว. ก็มีปัญหา ซึ่งคดีนี้เป็นผลพวงมาจากการเลือกตั้ง การเปลี่ยนตัวผู้บริหารสูงสุดของ กกต.จะกระทบต่อความต่อเนื่องของสำนวนหรือไม่

จากรายงานข่าวบอกว่า นายแสวงอาจจะไม่ผ่านผลการประเมิน และอาจจะไม่ได้ไปต่อในฐานะเลขาธิการ กกต. ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งตามสัญญาจ้าง มีการประเมินรายปี และมีข้อมูลจากนักวิชาการและอดีต กกต. ว่า หากคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 60 คะแนน อาจนำไปสู่การยกเลิกสัญญาจ้างได้ ซึ่งภาคประชาสังคมได้เปรียบเทียบการเลือกตั้งของประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ โดยประเทศไทยมีคะแนนประเมินต่ำกว่า 50 ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์

 

แต่คำถามที่สำคัญคือ ถ้าเป็นการประเมินผลงานการเลือกตั้งเมื่อปี 2568 ทำไมถึงมีข่าวความชัดเจนออกมาช่วงปี 2569 มีนัยสำคัญอะไร การประเมินที่ล่าช้าแบบนี้สะท้อนปัญหาการบริหารภายใน กกต. เองหรือไม่ หรือปล่อยข่าวโยนหินถามทาง

 

ทั้งนี้ ถ้าเลขาฯ กกต. ถูกประเมินว่าสอบตก ประชาชนก็มีสิทธิ์ถามต่อ และคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลเลขาฯ กกต.อีกทีหนึ่ง ต้องรับผิดชอบต่อผลงานนี้อย่างไร เพราะเลขาฯ ไม่ได้ทำงานลอย ๆ แบบไม่มีผู้กำกับดูแล เขารายงานกลับไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน

 

"ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ที่สังคมกำลังกังวลว่า จะมีการเป่าคดีฮั้ว สว. หรือไม่ เพราะมีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเกี่ยวข้องด้วย หรือจะทำให้มันจบเร็วหรือทำให้มันอ่อนแรงลงเป็นสุญญากาศ อาจจะไม่มีความชัดเจนวันที่ 11 มิถุนายนนี้ ก็อยากให้จับตาดูว่า ครบ 90 วันแล้ว ก็ยังคลุมเครืออยู่ว่า จะเกิดอะไรขึ้น ทำให้ประชาชนอาจเข้าใจผิดว่า จบหมดแล้วทุกคดี ทั้ง ๆ ที่สำนวนของ DSI และอัยการสูงสุด อยู่บนฐานกฎหมายคนละตัวกัน เช่น เส้นทางฟอกเงิน อั้งยี่ การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงต้องบอกว่าไม่จบง่าย ๆ แน่ เพราะประชาชนจับตาเรื่องนี้อยู่" นายภัณฑิล กล่าว 

 

 

นายภัณฑิล น่วมเจิม สส. กทม. พรรคประชาชน

 

นายภัณฑิล ยังฝากถามถึง กกต. ว่า การประชุมคณะกรรมาธิการครั้งหน้าจะมาหรือไม่ จะมีการแถลงหรือมีมติใดเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ต้องบอกประชาชนให้ชัดว่า มีกี่คน มีหลักฐานใดบ้าง และมตินั้นมีผลต่อสำนวนของ DSI ตามกฎหมายข้อใด และสำนวนคดีฮั้ว สว. เข้าสู่ที่ประชุมของ กกต. ชุดใหญ่แล้วหรือยัง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อยู่ในมือของ DSI แล้ว ไม่ผิดไม่ได้ เพราะมีเส้นทางทางการเงินและบันทึกการสื่อสารในกลุ่มไลน์ หากมีการเปลี่ยนเลขาฯ กกต. ใครจะรับผิดชอบการบรรจุวาระ ส่งสำนวนประสาน DSI อัยการ และชี้แจงต่อรัฐสภา

 

อย่าให้ข้ออ้างการเปลี่ยนตัว กกต. มาเป็นเหตุสำคัญให้คดีนี้ถูกแช่แข็งเอาไว้

 

ทั้งนี้ หากประชุม กมธ. แล้ว กกต. ไม่มาตอบ เรื่องความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นของประชาชนก็จะยิ่งเสียหาย เพราะนี่เป็นเครื่องยืนยันว่า ไม่กล้ามาตอบ ซึ่งการเรียกมาให้ชี้แจงไม่ได้ต้องการตรวจสอบบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เพื่อตอบคำถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า และการได้มาซึ่ง สว. ในครั้งหน้า ไม่อยากให้มีปัญหาแบบนี้อีก ดังนั้น งานของกรรมาธิการจึงต้องนำไปสู่การแก้กฎหมายและระเบียบให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไม่มาเจอกับปัญหา และคำถามเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ประชาชนจะเชื่อได้ขนาดไหนว่า คดีเลือกตั้งจะได้รับการพิจารณาบนมาตรฐานเดียวกันหรือไม่