เนชั่นทีวี

Business

รัฐบาลยัน “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่ส่งข้อมูลถุงเงินให้สรรพากร!

01 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

รัฐบาลยัน “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่ส่งข้อมูลถุงเงินให้สรรพากร!

รองโฆษกรัฐบาลสยบข่าวลือ ร้านค้าเลิกกังวลภาษีย้อนหลัง “ไทยช่วยไทยพลัส” ย้ำชัดยอดแอปถุงเงินไม่ถูกนำมาประเมินภาษีแบบเจาะจง ชี้รายได้รวมทั้งปีเป็นตัวตัดสินหลัก

รองโฆษกรัฐบาลสยบข่าวลือ ร้านค้าเลิกกังวลภาษีย้อนหลัง “ไทยช่วยไทยพลัส” ย้ำชัดยอดแอปถุงเงินไม่ถูกนำมาประเมินภาษีแบบเจาะจง ชี้รายได้รวมทั้งปีเป็นตัวตัดสินหลัก

KEY

POINTS

  • รัฐบาลยืนยัน: ข้อมูลยอดขายจากแอปถุงเงินในโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะไม่มีการส่งให้กรมสรรพากรเพื่อเรียกเก็บภาษีย้อนหลังรายโครงการ

     
  • เกณฑ์ภาษีชัดเจน: การคำนวณภาษีจะพิจารณาจาก "รายได้รวมทั้งปี" ของร้านค้า ไม่ใช่เฉพาะยอดขายที่เพิ่มขึ้นชั่วคราวจากโครงการ

     
  • สถานะโครงการ: ปัจจุบันมีร้านค้าพร้อมให้บริการกว่า 8.5 แสนร้านค้า และมียอดการใช้จ่ายจากประชาชนสะสมแล้วกว่า 587 ล้านบาท

1 มิถุนายน 2569 รัฐบาลยืนยันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยร้านค้าขยายฐานลูกค้าได้จริง สยบความกังวลเรื่อง ภาษีย้อนหลัง ผ่านแอปถุงเงิน พร้อมแนะวิธีคำนวณ ภาษีเงินได้ ตามเกณฑ์รายได้รวมทั้งปีให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความยั่งยืนของ ร้านค้ารายย่อย ในการดำเนินธุรกิจต่อไป


นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’ วันแรกกระแสตอบรับเป็นไปอย่างคึกคัก จากข้อมูล ณ เวลา 13.00 น. พบว่า มีประชาชนนำสิทธิไปใช้จ่ายจนเสร็จสมบูรณ์แล้วเป็นจำนวน 2,894,994 คน มียอดใช้จ่ายรวมสะสมอยู่ที่ 587.99 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านรูปแบบ “ร้านค้าปกติ”

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า สำหรับร้านค้าที่ลังเลใจและยังสับสนกังวลเรื่องการเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’ ว่าจะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังนั้น รัฐบาลขอยืนยันและให้ความมั่นใจกับร้านค้า "ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง" เพราะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กถึงรายย่อย ซึ่งมักจะมีรายได้ตลอดทั้งปีไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่น่าจะต้องกังวลเรื่องภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด ทั้งนี้ เกณฑ์การเสียภาษีจะดูรายได้เฉลี่ยทั้งปีเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ช่วงที่เข้าร่วมโครงการฯ และมียอดขายพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว

 

ขอให้ร้านค้าอย่ากังวล อย่าหลงเชื่อข่าวเท็จที่มีการพูดกันปากต่อปาก รัฐบาลขอย้ำว่า ข้อมูลยอดขายในแอปถุงเงินจะไม่ถูกส่งไปให้กรมสรรพากรเพื่อนำมาคิดภาษีย้อนหลังแบบเฉพาะเจาะจงอย่างแน่นอน ทั้งนี้ หากร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่สรรพากรกำหนด คือ ยอดขายรวมทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่เฉพาะยอดจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี

 

รัฐบาลยัน “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่ส่งข้อมูลถุงเงินให้สรรพากร!

“ยอดรวมของร้านค้าที่ลงทะเบียนเสร็จสิ้นและกดสิทธิ์ยอมรับเงื่อนไข (T&C) พร้อมให้บริการแล้ว มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 853,004 ร้านค้า ซึ่งประกอบไปด้วยร้านค้าเดิมจำนวน 781,567 ร้านค้า และร้านค้าใหม่อีก 71,437 ร้านค้า นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ กลุ่มที่อยู่ระหว่างรอการกดรับเงื่อนไข T&C 199,990 ร้านค้า และร้านค้าใหม่ที่อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบ 3,620 ร้านค้า ทั้งนี้ มีร้านค้าที่สามารถสร้างยอดขายสำเร็จในระบบไปแล้ว 418,844 ร้านค้า” นางสาวพลอยทะเล ระบุ