เนชั่นทีวี

ข่าว

ชำแหละปมร้อน! ครม.เลิก MOU 44 ฝ่ายเดียว งานนี้จบจริงหรือเจ๊ง?

02 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ชำแหละปมร้อน! ครม.เลิก MOU 44 ฝ่ายเดียว งานนี้จบจริงหรือเจ๊ง?

อดีตรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ กางอนุสัญญากรุงเวียนนา ชี้ชัด ครม.เลิก MOU 44 ฝ่ายเดียวอาจเป็นแค่เกมการเมือง จี้รัฐบาลแจงด่วนเข้าเงื่อนไขข้อไหน ก่อนไทยเสียเปรียบสากล

อดีตรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ กางอนุสัญญากรุงเวียนนา ชี้ชัด ครม.เลิก MOU 44 ฝ่ายเดียวอาจเป็นแค่เกมการเมือง จี้รัฐบาลแจงด่วนเข้าเงื่อนไขข้อไหน ก่อนไทยเสียเปรียบสากล

KEY

POINTS

  • ปมข้อกฎหมาย: การยกเลิก MOU 44 ฝ่ายเดียวต้องอ้างอิงเงื่อนไขตาม "อนุสัญญากรุงเวียนนา" 6 ข้อ หากไม่เข้าเงื่อนไข MOU อาจยังมีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ

     
  • สถานะทางกฎหมาย: พลเอกกฤษณะตั้งข้อสังเกตว่า มติ ครม. ครั้งนี้อาจเป็นเพียงการแสดง "เจตจำนงทางการเมือง" มากกว่าการสิ้นผลบังคับใช้จริงตามหลักสากล

     
  • ข้อเรียกร้อง: รัฐบาลต้องเร่งชี้แจงต่อสังคมว่าการยกเลิกครั้งนี้เข้าเงื่อนไขข้อใด และมีการแจ้งความประสงค์อย่างเป็นทางการตามกรอบเวลา 12 เดือนหรือไม่ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อสิทธิอธิปไตยของไทย

2 มิถุนายน 2569 วิเคราะห์เจาะลึกกรณี ครม. สั่งยกเลิก MOU 44 แบบสายฟ้าแลบ ท่ามกลางข้อกังขาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลทางปฏิบัติ หรือเป็นเพียงแค่ เจตจำนงทางการเมือง ที่อาจสั่นคลอนความมั่นคงใน พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ของไทยในระยะยาว


กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก “บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทย-รัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน” หรือที่รู้จักกันในชื่อ MOU 2544


ล่าสุด พลเอก กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ ได้นำเสนอข้อสังเกตเชิงลึกเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ถึงผลกระทบทางกฎหมายระหว่างประเทศจากการตัดสินใจครั้งนี้

 

พลเอก กฤษณะ ระบุว่า แม้การยกเลิกเรื่องนี้จะอยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรี โดยไม่จำเป็นต้องเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบ แต่ยังมีประเด็นสำคัญว่าการยกเลิกฝ่ายเดียวนั้น จะส่งผลให้ MOU 44 สิ้นผลบังคับใช้จริงหรือไม่

พลเอก กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ

 

เปิดเงื่อนไขเหล็ก "อนุสัญญากรุงเวียนนา" ในการยกเลิกสนธิสัญญา ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ. 1969 การจะยกเลิกหรือระงับสนธิสัญญา (ซึ่งรวมถึง MOU) จะทำได้ต้องเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งใน 6 ข้อ ดังนี้:

 

  • ความยินยอมของภาคี: ทุกฝ่ายยินยอมหรือมีเจตนายอมรับให้ยกเลิกตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
     
  • การละเมิดสนธิสัญญาอย่างร้ายแรง: หากฝ่ายหนึ่งละเมิดข้อตกลง อีกฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกหรือระงับใช้ทั้งหมดหรือบางส่วนได้
     
  • ความเป็นไปได้ในการปฏิบัติตาม: เมื่อเกิดกรณีพ้นวิสัยที่จะปฏิบัติต่อกัน หรือวัตถุที่เป็นสาระสำคัญถูกทำลายไปอย่างถาวร
     
  • พฤติการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง: เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ระดับรากฐานที่คู่ภาคีไม่ได้คาดหมายไว้ จนส่งผลให้พันธกรณีเปลี่ยนไปอย่างมาก
     
  • การยุติความสัมพันธ์ทางการทูต: โดยปกติจะไม่มีผลกระทบต่อพันธุกรรมทางกฎหมาย เว้นแต่ความสัมพันธ์ทางการทูตนั้นจำเป็นต่อการบังคับใช้สนธิสัญญา
     
  • ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่ไม่อาจละเมิดได้ (Jus Cogens): หากมีกฎหมายระหว่างประเทศใหม่เกิดขึ้นแล้วสนธิสัญญาเดิมขัดต่อกฎหมายใหม่นั้น สนธิสัญญาจะตกเป็นโมฆะทันที

 

 

ชำแหละปมร้อน! ครม.เลิก MOU 44 ฝ่ายเดียว งานนี้จบจริงหรือเจ๊ง?  

รัฐบาลต้องแจง! เลิกฝ่ายเดียวเข้าเงื่อนไขข้อไหน?

 

พลเอก กฤษณะ ตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า หากการดำเนินการเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ภาคีฝ่ายที่ต้องการยกเลิกจะต้องส่งหนังสือแจ้งความประสงค์อย่างเป็นทางการล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 12 เดือน ตามที่อนุสัญญากำหนด

 

ประเด็นที่สังคมกังขาคือ การที่ ครม. มีมติยกเลิก MOU 44 ฝ่ายเดียวนั้น สอดคล้องกับเงื่อนไขในข้อใดบ้าง

 

หากไม่เข้าเงื่อนไขตามที่อนุสัญญากรุงเวียนนาระบุไว้ MOU 44 อาจจะยังมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป หรือมติ ครม. ดังกล่าวอาจเป็นเพียงการแสดง “เจตจำนงทางการเมือง” (Political Will) ระหว่างประเทศเท่านั้น 

 

 

ชำแหละปมร้อน! ครม.เลิก MOU 44 ฝ่ายเดียว งานนี้จบจริงหรือเจ๊ง?