ทั้งนี้ พรรคยังคงหลักการให้มี สสร. โดยมาจากการคัดเลือกเบื้องต้นของประชาชนในแต่ละจังหวัด ก่อนให้รัฐสภาคัดเลือกจาก 300 คน เหลือ 100 คน พร้อมเปิดให้ภาคส่วนต่างๆ เสนอชื่อบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็น สสร. เพิ่มอีก 52 คน รวมเป็น 152 คน เพื่อสะท้อนความหลากหลายทางความคิดของสังคม
นายชูศักดิ์ ย้ำว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมกำหนดหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กลไกตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การปราบปรามทุจริต หลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
สำหรับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยเสนอให้ สสร. ใช้เวลายกร่าง 300 วัน ก่อนส่งให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติในขั้นสุดท้าย โดยรัฐสภาสามารถเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมได้ และหาก สสร. ยืนยันร่างเดิม ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 เพื่อยืนยัน
นายชูศักดิ์ ยังระบุว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องใช้เสียงสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือประมาณ 100 เสียงจาก ส.ส. ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีเสียงอยู่ 74 เสียง จึงต้องประสานขอความร่วมมือจากพรรคการเมืองอื่นร่วมลงชื่อ โดยย้ำว่าเป็นเรื่องของประเทศชาติ ไม่ควรแบ่งฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกพรรคการเมืองอย่างดียิ่ง เพราะเป็นประโยชน์ของประเทศชาติแท้จริง