เนชั่นทีวี

ข่าว

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” จิบกาแฟ จับเข่าคุยนักธุรกิจ ถกอนาคตปัตตานี

25 พ.ค. 2569 | prisana_tha

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” จิบกาแฟ จับเข่าคุยนักธุรกิจ ถกอนาคตปัตตานี

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เปิดวง “สภากาแฟ” ปัตตานี จับเข่าคุยนักธุรกิจท้องถิ่น-นักวิชาการ ถกสันติภาพ-เศรษฐกิจชายแดนใต้ สะท้อนปัญหา SME ทุนใหญ่รุก เงินไหลออกนอกพื้นที่

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เปิดวง “สภากาแฟ” ปัตตานี จับเข่าคุยนักธุรกิจท้องถิ่น-นักวิชาการ ถกสันติภาพ-เศรษฐกิจชายแดนใต้ สะท้อนปัญหา SME ทุนใหญ่รุก เงินไหลออกนอกพื้นที่

KEY

POINTS

  • พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ร่วมวงสนทนาที่ร้านมหานม24 จ.ปัตตานี กับนักวิชาการและแกนนำพรรคประชาชาติ เน้นแนวทางแก้ปัญหาชายแดนใต้ผ่าน “สันติภาพ-ลดเงื่อนไขรัฐ-สร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกัน” ย้ำต้องศึกษากระบวนการพูดคุยกับ BRN อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความขัดแย้ง
  • ผู้ประกอบการท้องถิ่นสะท้อนปัญหา “ทุนใหญ่-ร้านสะดวกซื้อ” ทำร้านโชห่วย และ SME ปัตตานีแข่งขันลำบาก พ.ต.อ.ทวี เสนอใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าและภาษีคาร์บอน เพื่อช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ชี้ปัญหาใหญ่คือ “เงินไหลออก” เมื่อคนใช้จ่ายในร้านทุนใหญ่ เงินไม่หมุนเวียนในปัตตานี
  • เสนอใช้ “ฟุตบอล” เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ดึงแฟนบอลและเม็ดเงินจากต่างจังหวัดเข้าสู่พื้นที่ ภาคธุรกิจท้องถิ่นพร้อมสนับสนุนทีมฟุตบอล เพื่อสร้างภาพลักษณ์และเศรษฐกิจเมือง

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” เปิดวงคุย “สภากาแฟ” กลางร้านดัง สะท้อนปัญหา SME-ทุนใหญ่-เศรษฐกิจชายแดนใต้ พร้อมชี้ทางรอดผ่าน “ฟุตบอล-เศรษฐกิจท้องถิ่น-สันติภาพ” เพื่อดึงเงินกลับสู่ชุมชน

 

ร้านกาแฟและชาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือจุดเช็กอินตามไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น "สภากาแฟ" แหล่งแลกเปลี่ยนทรรศนะทางการเมือง เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตระดับรากหญ้า

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” จิบกาแฟ จับเข่าคุยนักธุรกิจ ถกอนาคตปัตตานี

 

วันนี้ ณ ร้าน มหานม24 (สาขาโรงเหล้าสาย ข) ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี ได้เปิดพื้นที่ต้อนรับวงสนทนาสำคัญ นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยวงนักวิชาการและแกนนำพรรคประชาชาติ เพื่อหารือถึงทิศทางการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ในมิติที่จับต้องได้จริง

   

วงสนทนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ผศ.ไฟซอล ดาโอ๊ะ รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี, อ.ฮาฟิส สาและรองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานีและ ผอ.ศูนย์สมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา, นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ และ พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ร่วมพูดคุย นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังได้ ร่วมพูดคุยกับ นายอภิรักษ์ บัวเพ็ชร เจ้าของแบรนด์ธุรกิจท้องถิ่นในเครือ สภากาแฟ36, มหานม24 และมหาชง24 อีกด้วย

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” จิบกาแฟ จับเข่าคุยนักธุรกิจ ถกอนาคตปัตตานี

 

ประเด็นแรกที่มีการแลกเปลี่ยนกับนักวิชาการ คือ กระบวนการพูดคุยสันติภาพ พ.ต.อ.ทวี เน้นย้ำว่า การปฏิบัติงานในพื้นที่ต้องมีเป้าหมายหลักคือ "การทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น" โดยมีแนวทางสำคัญ ลดเงื่อนไขของรัฐ รัฐต้องยอมรับความจริงว่า ในหลายกรณีความขัดแย้งเกิดจากการที่รัฐเป็นผู้สร้างเงื่อนไขและความไม่เป็นธรรมขึ้นมาเอง จนเกิดการผลิตซ้ำวาทกรรมความขัดแย้ง

   

สร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกัน ต้องจัดสรรและเปิดพื้นที่ให้ทุกคนในสังคมทุกกลุ่ม สามารถมีส่วนร่วมและอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง และ ย้ำความจำเป็นในการศึกษากระบวนการพูดคุยกับกลุ่ม BRN อย่างจริงจัง

    

นอกจากประเด็นความมั่นคง วงสนทนายังเจาะลึกถึงไลฟ์สไตล์การทำธุรกิจในปัตตานี นายอภิรักษ์ ในฐานะผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้สะท้อนความยากลำบากของร้านโชห่วยและ SME ที่ต้องเผชิญหน้ากับการเข้ามาของกลุ่มทุนระดับโลก (Global) และร้านสะดวกซื้อ

     

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” จิบกาแฟ จับเข่าคุยนักธุรกิจ ถกอนาคตปัตตานี

 

"ร้านโชห่วยในพื้นที่ตายหมดเลย พอมีกลุ่มทุนใหญ่เข้ามา เขาสามารถหั่นราคาตัดหน้าได้มากกว่า..."นายอภิรักษ์ ระบุ

 

พ.ต.อ.ทวี ย้ำประเทศอื่นเขาจะเก็บภาษีคนรวยที่สุด แบ่งมาเจือจุนให้คนข้างล่าง... เราสามารถใช้ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า และการเก็บภาษีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้มาเป็นภาษีท้องถิ่นได้

     

ปัญหาใหญ่ของ SME ในพื้นที่คือ ระบบกระแสเงินสด (Cash Flow) พ.ต.อ.ทวี ชี้ให้เห็นว่า ทุนใหญ่ที่รับของไปขายมักจะดึงเครดิตยาวถึง 6 เดือน ทำให้ SME ขาดสภาพคล่องและไปต่อไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาที่คนปัตตานีและรัฐต้องร่วมกันแก้ไข

      

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าตกใจ คือ ภาวะเงินทุนไหลออก พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ปัจจุบันร้านสะดวกซื้อมีกว่า 15,000 จุดทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านจับจ่ายใช้สอย เงินสดเหล่านั้นไม่ได้หมุนเวียนในปัตตานี แต่วิ่งตรงเข้าสู่กรุงเทพฯ ทันที ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นฝืดเคือง ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจบางแห่งประเมินว่าทุนใหญ่ควบคุมตลาดค้าปลีกและค้าส่งไปแล้วถึง 70 เปอร์เซ็นต์

      

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” จิบกาแฟ จับเข่าคุยนักธุรกิจ ถกอนาคตปัตตานี

 

ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ พ.ต.อ.ทวี ได้เสนอทางออกที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนปัตตานี นั่นคือ กีฬาฟุตบอล โดยชี้ว่าคนปัตตานีชื่นชอบฟุตบอลและมีแฟนบอลเข้าชมเต็มสนาม หากทีมปัตตานีได้แข่งขันในลีกสูงขึ้น จะมีทีมเยือนจากต่างถิ่นอย่างน้อย 16 ทีม (เช่น การท่าเรือ, เชียงราย) เดินทางมาเยือน ซึ่งหมายถึงการจับจ่ายใช้สอยและเม็ดเงินที่สะพัดในจังหวัด

 

นายอภิรักษ์ เห็นด้วยอย่างยิ่ง พร้อมเผยถึงแนวทางสนับสนุนในแบบฉบับของธุรกิจท้องถิ่นว่า "เวลาที่มีทีมฟุตบอลจากต่างถิ่นเดินทางมาแข่งขัน ผมจะให้นักฟุตบอลทีมเยือนเข้ามารับประทานอาหารที่ร้านได้ฟรีทุกสาขาครับ อย่างตอนที่ทีมบุรีรัมย์มาเยือนคราวก่อน เราก็ดูแลต้อนรับเลี้ยงอาหารอย่างเต็มที่ในฐานะที่คนปัตตานีเป็นเจ้าบ้าน"

    

บทสนทนายังครอบคลุมถึงวิถีชีวิตชาวเลที่เปลี่ยนไป พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่าอุตสาหกรรมห้องเย็นและประมงปัตตานีซบเซาลงมากตั้งแต่ยุค คสช. ที่มีการจัดระเบียบใหม่ ทำให้เรือประมงไทยออกจับปลาไม่ได้เหมือนเดิม หลายลำต้องเปลี่ยนสัญชาติ หรือต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากการทำประมงในน่านน้ำอินโดนีเซียหรือมาเลเซีย

     

นายอภิรักษ์ เสริมในมุมมองของผู้ประกอบการว่า การประมงเคยเป็นรายได้หลักของพื้นที่ “เมื่อก่อนเวลาเรือประมงออกที เขาจะซื้อของตุนไว้เยอะมาก พอกลับเข้าฝั่งก็จะเที่ยว จะช้อปปิ้งกันเยอะมาก แต่พอตรงนี้หายไป รายได้ของร้านค้าในพื้นที่ก็หายวับไปด้วย”

    

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” จิบกาแฟ จับเข่าคุยนักธุรกิจ ถกอนาคตปัตตานี

 

ในช่วงท้ายของการพูดคุย บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อนายอภิรักษ์ เล่าถึงภูมิหลังของตนเองที่เป็น "มูอัลลัฟ" (คนไทยพุทธที่เข้ารับอิสลาม) ซึ่งทำให้เขามีความเข้าใจในวิถีชีวิตที่หลากหลายของสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้เป็นอย่างดี

 

"ผมเป็นมูอัลลัฟ พ่อแม่เป็นไทยพุทธ แล้วได้ภรรยาเป็นมุสลิม เราจึงเข้าใจดีว่าการอยู่ร่วมกันเป็นอย่างไร ผมพยายามขยายธุรกิจในพื้นที่ปัตตานี แม้รู้ว่าไปเปิดที่หาดใหญ่อาจจะขายดีกว่า แต่เพราะอยากสร้างงานให้น้องๆ เด็กจบใหม่ในพื้นที่ได้มีงานทำ เพราะเด็กปัตตานีบางทีก็ไม่กล้าไปทำงานที่อื่นด้วยข้อจำกัดทางศาสนา"

       

การลงพื้นที่และร่วมจิบน้ำชาของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ร้านมหานม24 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การพบปะทางการเมือง แต่เป็นการรับฟังเสียงสะท้อนจาก "คนหน้างาน" ที่พยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการรักษาไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตพหุวัฒนธรรมของปัตตานี ให้เดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน