เนชั่นทีวี

ข่าว

อาจารย์อุ๋ยโต้ "พรรคส้ม" หยุดบิดเบือนหลักการ! "องคมนตรี" คือฟันเฟืองช่วยราษฎร

21 พ.ค. 2569

อาจารย์อุ๋ยโต้ "พรรคส้ม" หยุดบิดเบือนหลักการ! "องคมนตรี" คือฟันเฟืองช่วยราษฎร

อาจารย์อุ๋ยโต้ "พรรคส้ม" หยุดบิดเบือนหลักการ! "องคมนตรี" คือฟันเฟืองช่วยราษฎร ไม่ใช่การแทรกแซงการเมือง

21 พฤษภาคม 2569 นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่า 

 

 

 

 

โต้พรรคส้ม: หยุดบิดเบือนหลักการ! องคมนตรีคือฟันเฟืองช่วยราษฎร ไม่ใช่การแทรกแซงการเมือง

 

อาจารย์อุ๋ยโต้ "พรรคส้ม" หยุดบิดเบือนหลักการ! "องคมนตรี" คือฟันเฟืองช่วยราษฎร นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย

 

 

 

“ผมเห็นข้อความที่พรรคประชาชนออกมาตีโพยตีพายเรื่องคณะองคมนตรีเข้าร่วมประชุมรับมือภัยแล้งแล้ว ผมในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ ยอมรับว่า "เพลียจิต" กับการพยายามจับแพะชนแกะเพื่อสร้างความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง โดยแกล้งลืมบริบททางกฎหมายและจารีตประเพณีที่ดีงามของไทยไปเสียสิ้น

 

เพื่อให้สังคมไม่สับสนกับวาทกรรม "บริหารซ้อนบริหาร" ผมขอโต้แจ้งเป็นประเด็นๆ ดังนี้ครับ

 

1. หน้าที่องคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 10 และ 11
ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 10 บัญญัติชัดเจนว่า คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง และ มาตรา 11 ให้การแต่งตั้งเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

 การที่องคมนตรีลงพื้นที่หรือร่วมประชุมเชิงข้อมูล ไม่ใช่การ "ชิงอำนาจ" แต่คือการปฏิบัติภารกิจเพื่อนำข้อมูลความเดือดร้อนของราษฎรในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (ซึ่งมีมากกว่า 5,000 โครงการทั่วประเทศ) มาประมวลผลเพื่อถวายรายงานให้ทรงทราบถึงสถานการณ์จริง นี่คือกลไกการเชื่อมโยงระหว่าง "สถาบันฯ" กับ "พสกนิกร" ที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้

2. "คำแนะนำ" คือซอฟต์พาวเวอร์เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ "ข้อสั่งการ":
พรรคส้มพยายามอ้างเรื่อง Accountability แต่ลืมไปว่าการบริหารราชการแผ่นดินในวิกฤตการณ์อย่าง "ภัยแล้ง" ต้องอาศัยการบูรณาการ องคมนตรีหลายท่านเป็นอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์และสายสัมพันธ์ในพื้นที่อย่างกว้างขวาง การให้คำแนะนำคือการส่งต่อ "องค์ความรู้" (Know-how) ไม่ใช่ "อำนาจสั่งการ" (Power) หากรัฐบาลเห็นว่าดีก็ทำตาม หากไม่ทำตามก็ไม่มีโทษทางกฎหมาย ดังนั้น ความรับผิดชอบยังอยู่ที่คณะรัฐมนตรีเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์!

3. หลักการ "The King can do no wrong" กับการให้คำปรึกษา:
ในระบอบ Constitutional Monarchy พระมหากษัตริย์ทรงครองราชย์แต่ไม่ได้ทรงปกครอง (Reigns but does not rule) แต่ไม่ได้หมายความว่าสถาบันฯ ต้อง "ถูกตัดขาด" จากความเดือดร้อนของประชาชน 

การมีองคมนตรีเข้ามาร่วมสังเกตการณ์คือการสร้างความมั่นใจว่า นโยบายรัฐบาลกับโครงการพระราชดำริจะเดินไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ซ้ำซ้อน และประหยัดงบประมาณแผ่นดิน นี่คือประสิทธิภาพทางการบริหารที่พรรคประชาชนมองข้าม

4. พรรคประชาชนต้องก้าวข้ามมายาคติ "พื้นที่การเมือง":
การประชุมภัยแล้งไม่ใช่เรื่อง "อุดมการณ์ทางการเมือง" แต่เป็นเรื่อง "ปากท้องและความอยู่รอด" การที่องคมนตรีเข้าร่วมประชุม บกปภ.ช. จึงเป็นการทำหน้าที่ "ที่ปรึกษาของแผ่นดิน" มากกว่า "นักการเมือง" อย่าพยายามลากทุกเรื่องเข้าสู่สนามการต่อสู้ทางอำนาจจนทำให้การทำงานเพื่อประชาชนต้องหยุดชะงัก

5. บทเรียนจากอารยประเทศ: พระมหากษัตริย์กับบทบาทการบริหาร:
พรรคส้มชอบอ้างต่างประเทศนักใช่ไหมครับ? งั้นลองมาดูโครงสร้างทางกฎหมายและจารีตของประเทศพัฒนาแล้วในยุโรปกัน:

• สหราชอาณาจักร (UK): สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (เมื่อครั้งเป็นเจ้าชาย) ทรงมีบทบาทอย่างมากในองค์กรการกุศลและให้คำแนะนำด้านสิ่งแวดล้อมแก่รัฐบาลอย่างต่อเนื่องผ่านทางจดหมาย (Black Spider Memos) ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสังคม

• เนเธอร์แลนด์ (Netherlands): ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (Grondwet) มาตรา 73 และ 74 บัญญัติให้มี "สภาแห่งรัฐ" (Council of State หรือ Raad van State) ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลและรัฐสภาในด้านกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมี พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาแห่งรัฐ โดยตำแหน่ง ในทางปฏิบัติ พระมหากษัตริย์จะทรงเข้าร่วมประชุมในวาระสำคัญ และสภาแห่งรัฐนี้มีหน้าที่โดยตรงในการให้คำแนะนำแก่รัฐบาลเกี่ยวกับร่างกฎหมายทั้งหมดก่อนจะเสนอต่อรัฐสภา รวมถึงสนธิสัญญาระหว่างประเทศ 

สะท้อนว่ากลไกที่ปรึกษาของสถาบันพระมหากษัตริย์สามารถทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารได้อย่างเป็นระบบตามกฎหมาย

• สเปน (Spain): ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสเปน พ.ศ. 2521 มาตรา 56, 62 และ 107 กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมานฉันท์และความต่อเนื่องของชาติ และมี "สภาแห่งรัฐ" (Consejo de Estado) เป็นองค์กรที่ปรึกษาสูงสุด 

ในทางปฏิบัติ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 ทรงใช้บทบาทนี้ในการพระราชทานคำแนะนำและเป็นตัวกลางประสานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ร้ายแรง เช่น วิกฤตการณ์การแยกตัวของกาตาลุญญาในปี พ.ศ. 2560 รวมถึงการบริหารจัดการและบูรณาการสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อรักษาความมั่นคงและประโยชน์ของประชาชนโดยไม่ได้แทรกแซงอำนาจบริหารส่วนหน้า

สรุป: การที่คณะองคมนตรีเข้าร่วมประชุม ไม่ใช่การละเมิดประชาธิปไตย แต่เป็นการตอกย้ำว่าในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย "เราไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง" และทุกฝ่ายพร้อมร่วมมือกันเพื่อความสุขของประชาชน เลิกเอาทฤษฎีในตำรามาตีความบิดเบือนเพื่อสร้างความแตกแยกได้แล้ว!”


เฟซบุ๊ก ประพฤติ ฉัตรประภาชัย (อ. อุ๋ย)
 

อาจารย์อุ๋ยโต้ "พรรคส้ม" หยุดบิดเบือนหลักการ! "องคมนตรี" คือฟันเฟืองช่วยราษฎร