1.การเรียกรับสินบนส่วนหนึ่งมาจากการใช้อำนาจในการขออนุญาตหรือใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่: ซึ่งต้องยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัย ลดใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น รวมถึงขั้นตอนและระยะเวลา
2.เปลี่ยนวิธีการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: รวมถึงแก้ไขกฎกระทรวงที่ทำให้ลดการแข่งขัน เช่น กรณีการจ้างต่ำกว่า 500,000 บาท ซึ่งมีหน่วยงานที่ได้รับสิทธิพิเศษและจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง มูลค่าประมาณ 4 แสนล้านบาท ถ้าสามารถดำเนินการได้จะประหยัดงบประมาณได้ 10%
3.ต้องจัดให้มีการคุ้มครองผู้ที่ให้เบาะแสการเรียกรับสินบนหรือว่าทุจริต: ซึ่งนี่เป็นหลักการสำคัญ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ซึ่งจากการสำรวจของ กกร. ประชาชนไม่มั่นใจที่จะให้ข้อมูล ซึ่งรัฐต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นใจ
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบแต่ทำไมถึงมีการทุจริตคอร์รัปชันและติดสินบนอยู่ พรรคประชาชนจึงมีข้อเสนอว่า จะต้องนำเรื่องหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาใช้ เป็นแบบเดียวกับที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ใช้ เพื่อให้การตัดสินใจของผู้มีอำนาจจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบระมัดระวังและด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
นางสาวเพียงพนอ เห็นว่ารัฐบาลพยายามผลักดันประเทศไทยเป็นสมาชิก OECD ทางพรรคเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาลตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายไว้ และองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบจะต้องเป็นอิสระและเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน
ขณะที่ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันที่ดีที่สุดคือการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ แล้วให้ภาคประชาคมหรือภาคประชาชนได้ใช้ทักษะเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาวิเคราะห์ ซึ่งทุกวันนี้ภาคประชาชนพร้อมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ติดขัดอยู่คือภาครัฐ พรรคประชาชนเคยเสนอคือ
1.ข้อมูล EGP: ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปิดเผยอยู่แล้วแต่อยากให้เปิดเผย API ของ EGP ซึ่งเป็นของกรมบัญชีกลาง เพื่อให้ภาคประชาชนสามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้แบบเรียลไทม์
2.การจดทะเบียนบริษัทต่าง ๆ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า: หากใครต้องการข้อมูลลึก ๆ จะต้องจ่ายเงินและการเข้าไปดูรายชื่อผู้ถือหุ้นก็ยังมีข้อจำกัดและเข้าถึงยาก รวมถึงข้าราชการระดับสูงที่ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ฐานข้อมูลไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงบัญชีทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ป.ป.ช. มีการขยายเวลาให้เข้าไปดูข้อมูลแล้ว แต่ก็ยังจำกัดอยู่ ซึ่งเราสามารถเอาข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เพื่อทำให้การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐโปร่งใสเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งอาจจะมีธงแดงในโครงการที่ส่อว่าฮั้วประมูล มีนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งเหล่านี้จะทำให้การเลือกรับผลประโยชน์ลดลงไปได้ในที่สุด เพราะการแข่งขันจะเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น
3.การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่: ซึ่งเรื่องนี้มี 2 กระทรวงที่ขึ้นชื่อว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์อยู่ในอันดับที่ 10 กว่า ๆ คือ กระทรวงแรงงานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทรวงแรงงานพยายามที่จะใช้ e-WorkPermit (ระบบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวทางอิเล็กทรอนิกส์) ใช้งบประมาณสูงถึง 7 พันล้านบาทในการทำแพลตฟอร์มนี้ แต่ทุกวันนี้ในการขอใบอนุญาตของแรงงานต่างด้าวมีการเรียกรับผลประโยชน์อยู่ ดังนั้นจึงมีการถ่วงเวลาเพื่อให้ระบบนี้ล่าช้าลงไป
รวมถึงระบบ e-ticket ที่อยู่ภายใต้กระทรวงทรัพยฯ แล้วต้องกำกับดูแลโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โครงการนี้ก็มีมาหลายปีแล้วแต่ทุกอุทยานก็ยังไม่นำไปประยุกต์ใช้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะการเรียกเก็บค่าเข้าอุทยานบางที่เรียกเป็นเงินสด ซึ่งสามารถเอาเข้ากระเป๋าได้เลย
ที่ผ่านมามีอธิบดีบางกรมของกระทรวงทรัพยฯ ถูกจับ ดังนั้นก็จะใช้กลไกของคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ ในการเรียก 4 หน่วยงานมาให้ข้อมูลเพื่อผลักดันเปิดฐานข้อมูลภาครัฐ โดยต้องการที่จะให้ภาคประชาสังคมเข้ามาดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้เลย รวมถึงจะผลักดันการใช้ e-WorkPermit และ e-ticket ให้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า พรุ่งนี้พรรคประชาชนเตรียมเปิดตัวนโยบายกรุงเทพฯ โปร่งใส AI จับโกง
#ครมเงา #พรรคประชาชน #ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #รักชนกศรีนอก #เพียงพนอบุญกล่ำ #ลดทุจริต #ปราบโกง #ส่วยแรงงาน #ส่วยอุทยาน #ข่าวการเมือง #AIจับโกง