ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่า กระบวนการสืบสวนสอบสวนของ กกต. มีความแตกต่างจากตำรวจ เนื่องจากมีขั้นตอนหลายชั้นและต้องผ่านการกลั่นกรองตามระเบียบ โดยคำร้องแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ คำร้องคัดค้านจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือ โดยใช้ถ้อยคำสุภาพและระบุเหตุแห่งคำร้องตามระเบียบ และอีกกรณีคือ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อ กกต., ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด, พนักงานสืบสวนสอบสวน หรือข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐ
เมื่อพนักงานสืบสวนสอบสวนรับเรื่องแล้ว จะทำการตรวจสอบว่าคำร้องดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายหรือมีพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่ ก่อนจะเสนอความเห็นต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดว่าจะรับคำร้องหรือไม่
หากรับคำร้อง จะมีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนจำนวน 3 คน เพื่อทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเสนอความเห็นว่าจะลงโทษหรือยกคำร้อง และหาก กกต. มีมติลงโทษผู้กระทำความผิด จะต้องส่งสำนวนให้ศาลพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง โดยความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งมีทั้งโทษจำคุก ปรับ หรือเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตามแต่กรณี
"กกต. พยายามประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ว่า การรับเงินหรือการซื้อเสียงเป็นความผิดตามกฎหมาย และมีโทษถึงขั้นจำคุก พร้อมย้ำว่าการปราบปรามการซื้อเสียงต้องขยายผลให้ถึงต้นตอ โดยเฉพาะโพยซื้อเสียงที่ต้องขยายผลเหมือนกับคดียาเสพติด” ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าว
ร.ต.อ.ชนินทร์ ยังได้ยกตัวอย่างว่า หากตรวจพบข้าวสารที่มีการเขียนชื่อพรรคการเมือง หรือพบบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลอื่นเกิน 10 ใบ ก็ถือเป็นข้อพิรุธที่ต้องตรวจสอบว่าพกพามาเพื่อวัตถุประสงค์ใด ทั้งนี้ กกต. ได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของบุคคลเป้าหมาย และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้ เนื่องจากหากเปิดเผยไปแล้ว ผู้กระทำความผิดอาจจะรู้ตัวและปรับตัวได้ก่อน
นอกจากนี้ ยังได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาว่า หากต้องการจัดการเรื่องการซื้อเสียงให้ได้ผล ในบางกรณีอาจต้องมีการเข้าตรวจค้นบ้านพัก เหมือนกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช เคยลงพื้นที่จับกุมการซื้อเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งแม้บ้านหลังนั้นอาจไม่ใช่บ้านของผู้แจกเงินโดยตรง แต่หากยอมให้ใช้สถานที่ในการกระทำความผิด เจ้าของบ้านก็อาจมีความผิดด้วยเช่นกัน
พร้อมกันนี้ ร.ต.อ.ชนินทร์ ยังได้กล่าวถึงบทเรียนจากสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาในจังหวัดชลบุรี ว่า
หากเกิดเหตุการณ์บานปลายหรือมีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาบทดดัน เจ้าหน้าที่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ต้องนิ่ง ใจเย็น และใช้ข้อเท็จจริงในการรับมือกับสถานการณ์ "เราสู้ด้วยความจริงและต้องอดทน ใครไม่อดทนถือว่าแพ้
#กกต #ชนินทร์น้อยเล็ก #ทุจริตเลือกตั้ง #ซื้อเสียง #เลือกตั้งพัทยา #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #ปราบซื้อเสียง #ข่าวการเมืองวันนี้