เนชั่นทีวี

ข่าว

จี้สอบ 10 หน่วยงานรัฐจ่ายใต้โต๊ะ! "กรมควบคุมมลพิษ-เจ้าท่า" ยอดสินบนพุ่งหลักแสน

15 พ.ค. 2569

จี้สอบ 10 หน่วยงานรัฐจ่ายใต้โต๊ะ!  "กรมควบคุมมลพิษ-เจ้าท่า" ยอดสินบนพุ่งหลักแสน

“ศรีสุวรรณ" ยื่น ป.ป.ช. สอบ 10 หน่วยงานรัฐจ่ายใต้โต๊ะ หลังโพล กกร. แฉยับ! เอกชนต้องจ่ายเงินพิเศษแลกความสะดวก พบ "กรมควบคุมมลพิษ-กรมเจ้าท่า" ครองแชมป์ยอดสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงสุดทะลุ 1 แสนบาท!

15 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการเรียกข้อมูลการสำรวจการทุจริตคอร์รัปชันใน 10 หน่วยงานรัฐ มาไต่สวนสอบสวนเพื่อเชื่อมโยงไปให้ถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการดังกล่าว เพื่อเอาผิดตามครรลองของกฎหมาย หากไม่ดำเนินการจะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่มีการเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยคณะทำงาน Zero Corruption ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดยผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส ในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ที่ระบุว่า มาจากประสบการณ์ตรงของภาคธุรกิจของผู้ขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐ ที่พบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการยื่นขออนุญาต และยืนยันว่าเคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก และต้องจ่ายเงินพิเศษเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญาภาครัฐ ฯลฯ

โดยเฉพาะการระบุถึงตัวเลขการจ่ายใต้โต๊ะหน่วยงานรัฐที่มี “มูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด” 10 อันดับแรก (จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง) คือ

  1. กรมควบคุมมลพิษ เฉลี่ย 102,160 บาท ต่อครั้ง
  2. กรมเจ้าท่า เฉลี่ย 100,000 บาท ต่อครั้ง
  3. กรมสรรพสามิต เฉลี่ย 94,667 บาท ต่อครั้ง
  4. กรมสรรพากร เฉลี่ย 89,498 บาท ต่อครั้ง 5.กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) เฉลี่ย 88,750 บาท ต่อครั้ง
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) / บริการสาธารณสุข เฉลี่ย 74,643 บาท ต่อครั้ง
  6. กรมทางหลวง เฉลี่ย 70,167 บาท ต่อครั้ง
  7. กรมโยธาธิการและผังเมือง เฉลี่ย 70,000 บาท ต่อครั้ง
  8. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เฉลี่ย 68,000 บาท ต่อครั้ง
  9. กรมป่าไม้ เฉลี่ย 67,500 บาท ต่อครั้ง

ข้อมูลดังกล่าว ทำให้ผู้บริหารหน่วยงานที่ปรากฏชื่อดังกล่าวตกใจ ลนลาน และแทบจะทุกหน่วยงานดาหน้ากันออกมาปฏิเสธว่าหน่วยงานของตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลกันแทบทั้งสิ้น แต่ถ้าไม่มีควันจะมีไฟได้อย่างไร

ผลการสำรวจดังกล่าว ป.ป.ช.ต้องไม่นิ่งเฉย เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงผลงานหรือประสิทธิผลของ ป.ป.ช.ว่าได้ทำหน้าที่ในการกำจัดการทุจริตคอร์รัปชันได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 234-235 และ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ให้อำนาจ ป.ป.ช.ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจากนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง ได้อย่างเต็มที่

รวมทั้งต้องไม่ลืมว่า “ปรบมือข้างเดียวย่อมไม่ดัง” เพราะภาคเอกชนก็เป็นกลไกที่สำคัญที่ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันยังคงเบ่งบานและงอกงามอยู่ เพราะต่างก็อยากได้ความสะดวก อยากได้งาน อยากชนะคู่แข่ง อยากได้สัญญา อยากได้ใบอนุญาต หรืออยากให้ปิดหูปิดตาต่อการกระทำผิดของตนกันทั้งสิ้น

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงทำเรื่องมาแจ้งให้ ป.ป.ช.ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 30-31 แห่ง พรป.ป.ป.ช.2561 ในการเรียกข้อมูลการสำรวจทั้งหมดจาก กกร.มาเจาะข้อมูลในรายละเอียด เพื่อเชื่อมโยงไปถึงตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในหน่วยงานรัฐดังกล่าว เพื่อดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลในการสร้างมาตรการในการป้องกันหรือปิดช่องโหว่ในการทุจริตต่อไป