ผลการสำรวจดังกล่าว ป.ป.ช.ต้องไม่นิ่งเฉย เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงผลงานหรือประสิทธิผลของ ป.ป.ช.ว่าได้ทำหน้าที่ในการกำจัดการทุจริตคอร์รัปชันได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 234-235 และ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ให้อำนาจ ป.ป.ช.ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจากนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง ได้อย่างเต็มที่
รวมทั้งต้องไม่ลืมว่า “ปรบมือข้างเดียวย่อมไม่ดัง” เพราะภาคเอกชนก็เป็นกลไกที่สำคัญที่ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันยังคงเบ่งบานและงอกงามอยู่ เพราะต่างก็อยากได้ความสะดวก อยากได้งาน อยากชนะคู่แข่ง อยากได้สัญญา อยากได้ใบอนุญาต หรืออยากให้ปิดหูปิดตาต่อการกระทำผิดของตนกันทั้งสิ้น
ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงทำเรื่องมาแจ้งให้ ป.ป.ช.ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 30-31 แห่ง พรป.ป.ป.ช.2561 ในการเรียกข้อมูลการสำรวจทั้งหมดจาก กกร.มาเจาะข้อมูลในรายละเอียด เพื่อเชื่อมโยงไปถึงตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในหน่วยงานรัฐดังกล่าว เพื่อดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลในการสร้างมาตรการในการป้องกันหรือปิดช่องโหว่ในการทุจริตต่อไป