เนชั่นทีวี

ข่าว

ไทยปิดประตูเจรจา? เคลียร์ปมเขมรซัดฉีก MOU44 ลุ้นใช้กฎหมายโลกสู้

13 พ.ค. 2569

ไทยปิดประตูเจรจา? เคลียร์ปมเขมรซัดฉีก MOU44 ลุ้นใช้กฎหมายโลกสู้

เปิดเบื้องลึกศึกชิงพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล! กรมสนธิสัญญาฯ เคลียร์ชัด ไทยไม่เสียเปรียบกัมพูชาหลังยกเลิก MOU44 มั่นใจหลักฐาน UNCLOS ชี้เส้นผ่าเกาะกูดผิดกฎหมายทะเล

13 พฤษภาคม 2569 เจาะลึกสถานการณ์ พื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา เมื่อปมร้อน MOU44 ถูกยกเลิกจนเกิดกระแสฝุ่นตลบทางกฎหมายและการทูต กรมสนธิสัญญาและกฎหมายกางหลักฐาน UNCLOS ยันไทยถือไพ่เหนือกว่า พร้อมสู้ประเด็น เกาะกูด ที่เขมรลากเส้นทับ บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดว่าแม้กัมพูชาจะเลือกใช้กลไกไกล่เกลี่ยภาคบังคับ แต่ไทยยังมีช่องทางทวิภาคีเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ


มีประเด็นฝุ่นตลบที่ฝ่ายกัมพูชาปั่นขึ้น หลังจากไทยยกเลิก MOU44 และฝ่ายกัมพูชาให้สัตยาบันอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS ทำให้ทั้งสองประเทศอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันคือ UNCLOS


ล่าสุด สมเด็จ ฮุน เซน ออกแถลงการณ์อย่างแข็งกร้าว ไม่ให้กัมพูชาเจรจาทวิภาคีกับไทย ตามที่ไทยเสนอ โดยอ้างว่าไทยปิดประตูการเจรจาทวิภาคีไปแล้ว จากการฉีก MOU44 


ทั้งยังมีข่าวกัมพูชาแอบขึ้นทะเบียนหลักฐาน MOU44 เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการต่อสู้ หากมีข้อพิพาทเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลในอนาคต


ประเด็นฝุ่นตลบเหล่านี้ทำให้หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่า ไทยอาจตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบกัมพูชาอีกรอบ ซ้ำรอยกรณี “ปราสาทพระวิหาร” ในอดีตหรือไม่ 

มเด็จ ฮุน เซน ออกแถลงการณ์อย่างแข็งกร้าว ไม่ให้กัมพูชาเจรจาทวิภาคีกับไทย

 

อย่างไรก็ดี ในการประชุมชี้แจงการยกเลิก MOU44 ของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามกับบรรดาสื่อมวลชนอาวุโส และผู้นำทางความคิด หรือ KOL ตลอดจนนักวิชาการนั้น ทางผู้แทนของกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ได้ตอบข้อกังวลเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าบ้างแล้ว

 

  1. ไทยพร้อมเข้าสู่กลไก UNCLOS เพราะให้สัตยาบันไว้นานแล้ว และเป็นฝ่ายยกเลิก MOU44 ฝ่ายเดียว และเป็นฝ่ายตัดสินใจเอง

 

ส่วนกลไกทวิภาคี แม้ไทยจะยกเลิก MOU44 ไปแล้ว แต่ไทยกับกัมพูชาก็ยังพูดคุยแบบทวิภาคีได้ ทั้งด้วยวิธีสร้างกลไกข้อตกลงใหม่ขึ้นมา หรือจะกระทำในนาม UNCLOS

 

แต่ฝ่ายกัมพูชาแสดงท่าทีตั้งแต่ต้นว่าจะไม่ใช้กลไกทวิภาคีกับไทย แต่จะใช้กลไก “คณะกรรมการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ” ภายใต้ UNCLOS แทน พูดง่ายๆ คือ ต้องการให้มี “คนกลาง” เข้ามาจัดการเรื่องเส้นเขตแดน

 2.หลักฐานแผนที่แนบท้าย MOU ที่เป็น “เส้นเขตไหล่ทวีป” ไม่ได้มีเฉพาะเส้นที่กัมพูชาขีดและอ้างสิทธิ์ แต่เส้นที่ฝ่ายไทยขีด และอ้างสิทธิ์ ตามการประกาศเขตไหล่ทวีป ก็มีเช่นเดียวกัน ฉะนั้นข่าวการแอบขึ้นทะเบียนของกัมพูชาจึงไม่ใช่สาระสำคัญ

 

 3.เมื่อกัมพูชาพร้อมเข้าสู่กระบวนการภายใต้ UNCLOS สิ่งที่กัมพูชาจะต้องสูญเสียทันที คือ เส้นเขตไหล่ทวีปที่ลากผ่านเกาะกูดของไทย เพราะ

 

 - เกาะกูดเป็นของไทยโดยสมบูรณ์ ตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1907 ซึ่งกัมพูชาก็ยอมรับสนธิสัญญานี้

 

 - เส้นเขตไหล่ทวีปที่ลากผ่าเกาะ ถือว่าผิดกฎหมายทะเล ไม่สามารถบังคับใช้ได้ และไม่สามารถใช้เป็น “เส้นมัธยะ” ได้ เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่เส้นเขตแดนจะลากผ่าเกาะ แล้วแบ่งเกาะเป็น 2 ส่วน

 

 4.กลไกทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา ยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งก่อนและระหว่างเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับแล้ว และยังมีโอกาสที่จะเกิดข้อตกลงคล้ายๆ JDA หรือพื้นที่พัฒนาร่วม เหมือนไทย-มาเลเซีย แม้จะตกลงเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลไม่จบ 100% ก็ตาม



ไทยปิดประตูเจรจา? เคลียร์ปมเขมรซัดฉีก MOU44 ลุ้นใช้กฎหมายโลกสู้

 

อาจารย์ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กลไกทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้จะเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับไปแล้ว เพราะเป็นความตกลงกันระหว่างสองประเทศ และเป็นผลประโยชน์ที่สองประเทศต้องตกลงร่วมกัน ส่วนผลของกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ มีกำหนดไว้ว่าต้องจบภายใน 1 ปี นับตั้งแต่เริ่มตั้งคณะกรรมการไกล่เกลี่ยเรียบร้อย แต่เมื่อสรุปผลการไกล่เกลี่ยออกมา ประเทศคู่กรณีอาจไม่ยอมรับก็ได้ ฉะนั้นสำหรับกรณีกัมพูชากับไทย จึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ เวลานั้นว่าแต่ละฝ่ายจะตัดสินใจอย่างไร 



อาจารย์ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์