“กังฟู วสวรรธน์” ซัด กสม. โลกสวย! เมินคนชายแดน-จี้แจงงบ PR พุ่ง 171%
09 พ.ค. 2569

หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง อภิปรายเดือดจี้ กสม. เลิกนั่งห้องแอร์ออกแถลงการณ์ สั่งลุยพื้นที่ชายแดนดูความเดือดร้อนจริง พร้อมกางตัวเลขงบพีอาร์พุ่งปรี๊ด 171% ขัดแย้งผลงาน
ข่าว
09 พ.ค. 2569

หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง อภิปรายเดือดจี้ กสม. เลิกนั่งห้องแอร์ออกแถลงการณ์ สั่งลุยพื้นที่ชายแดนดูความเดือดร้อนจริง พร้อมกางตัวเลขงบพีอาร์พุ่งปรี๊ด 171% ขัดแย้งผลงาน
9 พฤษภาคม 2569 จับตาการอภิปรายงบประมาณสุดร้อนแรงเมื่อ #วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เปิดฉากฉะ #กสม ปมใช้งบประมาณไม่โปร่งใส โดยเฉพาะ #งบพีอาร์ ที่พุ่งสูงสวนทางประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมจี้ให้ความสำคัญกับ #สิทธิมนุษยชน ของคนไทยตามแนวชายแดนที่ต้องเผชิญภัยสงครามและทุ่นระเบิดมากกว่าเพียงแค่การออกเอกสารแถลงการณ์ประณามต่างชาติ
โดย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ได้ลุกขึ้นอภิปรายตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงาน และทิศทางการใช้งบประมาณของ กสม. โดยเฉพาะปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
นายวสวรรธน์ เริ่มต้นการอภิปรายด้วยการสะท้อนเสียงจากคนในพื้นที่ชายแดน โดยระบุว่าปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการเยียวยาและความเชื่อมั่น แม้ กสม. จะมีการระบุถึงปัญหา Fake News และการละเมิดสิทธิในรายงาน แต่สิ่งที่คนพื้นที่ต้องการมากกว่า "กระดาษแถลงการณ์" คือการลงพื้นที่จริง
"ผมอยากเสนอแนะให้นอกเหนือจากการนั่งแถลงประณามกัมพูชาแล้ว อยากให้ท่านลงพื้นที่ไปดูพี่น้องประชาชนว่า เดือดร้อนอะไรบ้าง ตั้งแต่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเสียขาที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ไปจนถึงช่องระวี อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ รวม 13 ราย ไม่เห็นกัมพูชาจะเคารพอนุสัญญาเจนีวาอะไรเลยจนถึงวันนี้"
นายวสวรรธน์ ยังกล่าวด้วยถ้อยคำดุดันว่า ชาวบ้านในพื้นที่มีคำถามส่งผ่านมายังตนว่า "ทำไมพวกนักสิทธิฯ ถึงโลกสวยจัง" เพราะในความเป็นจริง ข้อเรียกร้องเรื่องสิทธิต่างๆ ฝ่ายตรงข้ามไม่เคยรับฟัง แต่ กสม. กลับกังวลเพียงเรื่องภาพลักษณ์ และการถูกต่างชาติประณาม จนหลงลืมความทุกข์ยากของคนตาดำๆ ตามแนวชายแดน
ประเด็นที่น่าสนใจจากการอภิปราย คือการเปิดเผยตัวเลขงบประมาณของ กสม. ที่มีความผิดปกติในหลายหมวด โดยนายวสวรรธน์ ระบุว่า จากการตรวจสอบคำของบประมาณระหว่างปี 2567 และ 2568 พบว่า มีการจัดสรรงบประมาณในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือประชาชนโดยตรง เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ค่าประชาสัมพันธ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 171 (ปรากฏในหน้า 128 ของเอกสารงบประมาณ) ค่าใช้สอย เพิ่มขึ้นร้อยละ 116 ค่าจัดหาสินทรัพย์มูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 229
หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ตั้งคำถามว่า งบประมาณเหล่านี้จะมากหรือน้อยไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ประเด็นคือ "ความคุ้มค่า" และการนำไปใช้เพื่อดูแลคนชายแดนมีสัดส่วนเท่าใด พร้อมเรียกร้องให้ กสม. ชี้แจงรายละเอียดในการทำคำของบประมาณปี 2570 เพื่อให้ครอบคลุมการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนตั้งแต่ จ.สระแก้ว จนถึง จ.อุบลราชธานี รวมถึงชายแดนภาคตะวันออก
นอกจากประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา นายวสวรรธน์ยังได้ติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ชาวอุยกูร์ ที่ถูกกักตัวในไทย โดยระบุว่า จากรายงานปี 2568 มีการส่งตัวกลับไปแล้ว 40 คน แต่ยังเหลือค้างอยู่อีก 8 คน ซึ่งตนต้องการคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการอย่างไร
ทั้งนี้ นายวสวรรธน์ ได้หยิบยกกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ในขณะนั้น) ได้เดินทางไปดูพื้นที่จริงในซินเจียง ประเทศจีน และยืนยันว่า มีความปลอดภัย ดังนั้นการส่งตัวกลับจึงเป็นทางออกที่เหมาะสม ทั้งในแง่ของมนุษยธรรมที่พวกเขาไม่ต้องถูกกักขัง ในสถานที่ที่มีสุขอนามัยไม่ดี และยังเป็นการประหยัดงบประมาณของประเทศอีกด้วย
"ผมหวังจะเห็นรายละเอียดการทำงานที่เข้าถึงพี่น้องชายแดนจริงๆ ในงบประมาณปีต่อๆ ไป ไม่ใช่เพียงการนั่งอยู่ในห้องแอร์แล้วออกแถลงการณ์" นายวสวรรธน์ กล่าวทิ้งท้ายก่อนจบการอภิปราย
ข่าวล่าสุด