ทั้งนี้ ข้ออ้างและเหตุผลที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ใช้กล่าวอ้างว่าไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะซ้อนทับและรุนแรงนั้น เป็นข้ออ้างที่เกินไปกว่าความจริงมาก เศรษฐกิจของไทยไม่ได้เลวร้ายรุนแรงถึงขนาดนั้น หรือหากจะหาเหตุผลมาอธิบายเพื่อให้มีน้ำหนักในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพที่เลวร้ายจนเกินไปก็ได้ เพราะเงินกู้ที่จะนำไปเยียวยาประชาชน 2 แสนล้านบาท ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 30 ล้านคน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท และเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5.2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 4 เดือนงบรวม 1.72 แสนล้านบาท เป็นการแจกไปทั่วทั้งคนรวย คนจน โดยไม่แยกแยะให้เฉพาะกลุ่มเปราะบาง จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่มากกว่า SME ใช่หรือไม่
ส่วนเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ยังไม่ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ถึงขนาดต้องออกเป็น พ.ร.ก. แต่กลับยัดไส้เข้ามาเพื่อเอื้อธุรกิจกลุ่มทุนพลังงานหรือไม่ ถ้าไม่ทำตอนนี้จะเกิดผลกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจเชียวหรือ ทั้งๆที่สามารถนำไปใส่ไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ก็ได้ แต่สอดไส้มาอยู่ในการกู้ด่วนมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงแต่ไม่บอกประชาชนหรือไม่