เนชั่นทีวี

ข่าว

“ศรีสุวรรณ” บุก ป.ป.ช. สอย “อนุทิน-เอกนิติ” ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สอดไส้งบพลังงานเอื้อกลุ่มทุน?

08 พ.ค. 2569

“ศรีสุวรรณ” บุก ป.ป.ช. สอย “อนุทิน-เอกนิติ” ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สอดไส้งบพลังงานเอื้อกลุ่มทุน?

“ศรีสุวรรณ” ร้อง ป.ป.ช.สอบ “อนุทิน-เอกนิติ” ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จงใจใช้อำนาจขัดต่อ รธน.หรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกต เงิน 2 แสนล้านที่ใช้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ไม่ถือว่าจำเป็นเร่งด่วน

8 พฤษภาคม 2569 “ศรีสุวรรณ” ร้อง ป.ป.ช. ไต่สวนเอาผิด “อนุทิน-เอกนิติ” พร้อมคณะรัฐมนตรี ปมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อ้างวิกฤตพลังงานส่อขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง จับตาประเด็น "สอดไส้" งบพลังงาน 2 แสนล้าน เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่ หวั่นหนี้สาธารณะพุ่งชนเพดาน 70% ต่อ GDP

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางไปยื่นคำร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็น กรณีรัฐบาลออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ... เมื่อ 5 พฤษภาคม 2569 อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

“ศรีสุวรรณ” บุก ป.ป.ช. สอย “อนุทิน-เอกนิติ” ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สอดไส้งบพลังงานเอื้อกลุ่มทุน?

ทั้งนี้ ข้ออ้างและเหตุผลที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ใช้กล่าวอ้างว่าไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะซ้อนทับและรุนแรงนั้น เป็นข้ออ้างที่เกินไปกว่าความจริงมาก เศรษฐกิจของไทยไม่ได้เลวร้ายรุนแรงถึงขนาดนั้น หรือหากจะหาเหตุผลมาอธิบายเพื่อให้มีน้ำหนักในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพที่เลวร้ายจนเกินไปก็ได้ เพราะเงินกู้ที่จะนำไปเยียวยาประชาชน 2 แสนล้านบาท ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 30 ล้านคน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท และเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5.2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 4 เดือนงบรวม 1.72 แสนล้านบาท เป็นการแจกไปทั่วทั้งคนรวย คนจน โดยไม่แยกแยะให้เฉพาะกลุ่มเปราะบาง จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่มากกว่า SME ใช่หรือไม่

ส่วนเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ยังไม่ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ถึงขนาดต้องออกเป็น พ.ร.ก. แต่กลับยัดไส้เข้ามาเพื่อเอื้อธุรกิจกลุ่มทุนพลังงานหรือไม่ ถ้าไม่ทำตอนนี้จะเกิดผลกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจเชียวหรือ ทั้งๆที่สามารถนำไปใส่ไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ก็ได้ แต่สอดไส้มาอยู่ในการกู้ด่วนมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงแต่ไม่บอกประชาชนหรือไม่

ที่สำคัญการกู้เงินครั้งนี้จะส่งผลให้สถานะหนี้สาธารณะของประเทศ ถีบตัวสูงขึ้น โดยปัจจุบัน ณ สิ้นเดือน ก.พ.69 หนี้สาธารณะคงค้างอยู่กว่า 12 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 66.9% ต่อ GDP และหากมีการกู้เพิ่มอีก 400,000 ล้านบาท คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 68.14% ต่อ GDP เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2570 คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะอยู่ที่ประมาณ 69.44% ซึ่งแม้จะยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% ต่อ GDP แต่ทว่าในอนาคตอันใกล้จะเกิดผลกระทบตามมา หากสงครามตะวันออกกลางที่คิดว่าจะจบ อาจจะไม่จบก็ได้ จะเอาแน่เอานอนอะไรกับทรัมป์ไม่ได้ เพราะถ้าทรัมป์ไปก่อสงครามใหม่กับคิวบา กับเกาหลีเหนือ ไทยก็ต้องกู้และขยายเพดานหนี้สาธารณะออกไปอีกแน่ๆ

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเพื่อเอาผิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และคณะรัฐมนตรีทุกคน ที่จงใจใช้อำนาจขัดต่อมาตรา 172 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ มาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วยหรือไม่ และควรออกหนังสือเตือนไปยัง ครม.ตามที่กฎหมายกำหนดด้วย