เนชั่นทีวี

ข่าว

“อนุทิน” แจงกัมพูชาเข้าใจไทยเลิก MOU 44 เตรียมใช้หลัก UNCLOS เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลใหม่

08 พ.ค. 2569

“อนุทิน” แจงกัมพูชาเข้าใจไทยเลิก MOU 44 เตรียมใช้หลัก UNCLOS เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลใหม่

“อนุทิน” แถลงผลหารือ 3 ฝ่ายที่ฟิลิปปินส์ แจงกัมพูชาเข้าใจไทยเลิก MOU 44 เตรียมใช้หลัก UNCLOS เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลใหม่ ยันชายแดนสงบมา 5 เดือน พร้อมเดินหน้ากรอบ JBC-GBC ย้ำรักษาผลประโยชน์ชาติไทยเต็มที่

8 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้  (7 พฤษภาคม 2569) เวลา 19.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ โรงแรม Shangri-La Mactan เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และพลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมแถลงผลการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ณ เมืองเซบู

“อนุทิน” แจงกัมพูชาเข้าใจไทยเลิก MOU 44 เตรียมใช้หลัก UNCLOS เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลใหม่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์มีความประสงค์ให้ภูมิภาคอาเซียนดำรงบรรยากาศแห่งความร่วมมือและความเข้าใจอันดี จึงได้เชิญผู้นำไทยและกัมพูชาร่วมหารือกัน โดยฝ่ายไทยได้นำคณะผู้แทนด้านการต่างประเทศและฝ่ายความมั่นคงเข้าร่วม เพื่อยืนยันจุดยืนของประเทศไทยที่ยึดมั่นในแนวทางสันติภาพ ควบคู่กับการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าของมาตรการด้านความมั่นคง รวมถึงการประสานความร่วมมือทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ โดยตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือนที่ผ่านมา ไม่ปรากฏเหตุการณ์ความรุนแรงตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ

“อนุทิน” แจงกัมพูชาเข้าใจไทยเลิก MOU 44 เตรียมใช้หลัก UNCLOS เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลใหม่

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ฝ่ายไทยได้ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงเหตุผลในการยกเลิก MOU 2544 ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้รับทราบและเข้าใจในจุดยืนของไทยแล้ว พร้อมทั้งเห็นพ้องร่วมกันว่า ทั้งสองประเทศจะยึดถือหลักการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เป็นกรอบแนวทางสำคัญในการดำเนินการในอนาคต แม้รายละเอียดในทางปฏิบัติยังจำเป็นต้องหารือร่วมกันต่อไป

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เริ่มต้นกระบวนการหารือในทุกระดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งในกรอบ JBC และ GBC รวมถึงการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยย้ำว่าการเจรจาทุกขั้นตอนจะต้องยึดถือข้อตกลงหยุดยิงและแนวทางที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพและความไว้วางใจระหว่างกัน

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การหารือครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงแนวโน้มในการเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างไทยและกัมพูชา พร้อมย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาล มิใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลความปลอดภัยของประชาชนไทยในกัมพูชา และประชาชนกัมพูชาในประเทศไทย ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้ไทย–กัมพูชาใช้กรอบทวิภาคีในการหารือ บนพื้นฐานของการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากแรงกดดันจากประเทศที่สาม เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์นำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ในการหารือครั้งนี้ ยังไม่มีการเจรจาเรื่องการกำหนดเขตแดนหรือการเปิดพรมแดน โดยเป็นเพียงการเห็นพ้องให้เริ่มต้นหารือในระดับปฏิบัติการก่อน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรองเสนาธิการทหารของไทยจะดำเนินการหารือในรายละเอียดต่อไป

ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยจะรักษาเกียรติภูมิ อธิปไตย และผลประโยชน์ของประชาชนไทยอย่างเต็มที่ โดยจะดำเนินทุกแนวทางด้วยความรอบคอบ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเกิดความสูญเสียจากกระบวนการเจรจาในครั้งนี้