เนชั่นทีวี

ข่าว

ทนาย "กมลศักดิ์" บุก ตร.จี้ขยายผลหาตัว "ผู้บงการ" ลอบยิง สส.นราธิวาส

07 พ.ค. 2569

ทนาย "กมลศักดิ์" บุก ตร.จี้ขยายผลหาตัว "ผู้บงการ" ลอบยิง สส.นราธิวาส

ทนาย "กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ" ร้อง ผบ.ตร. ตรวจสอบหลักฐานมัดตัว "ผู้บงการ" คดีลอบยิง สส.นราธิวาส หลังจับ 7 มือปืนแต่ยังไร้เงาคนสั่งการ หวั่นซ้ำรอยคดีทนายสมชาย

7 พฤษภาคม 2569 ความคืบหน้า คดีลอบยิง สส.นราธิวาส ล่าสุดทนายความ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เดินทางยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. จี้กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติให้เร่งรัดการ ตรวจสอบหลักฐาน เชิงลึก ทั้งข้อมูลการสื่อสารและเส้นทางการเงินเพื่อกระชากหน้ากาก ผู้บงการ ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มมือปืน เพื่อคืนความยุติธรรมและป้องกันการทำสำนวนคดีที่อาจซ้ำรอย ทนายสมชาย ในอดีต


ความคืบหน้าภายหลังตำรวจ สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ได้ทั้งหมดแล้ว ล่าสุดวันนี้ (7 พ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายกิจจา อาลีอิสเฮาะ ทนายความของ นายกมลศักดิ์ เดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับนายกมลศักดิ์และพวก รวม 3 คน ในคดีที่ถูกคนร้ายลอบยิงเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่า นอกจากผู้ต้องหาที่สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 7 คน ยังมีผู้บงการคนอื่นอีก โดยมี พ.ต.ท.กิตศรุต แก้วทองเมือง รองผู้กำกับการ กองทะเบียนประวัติอาชญากร (รองผกก.ทว.) นายตำรวจเวรอำนวยการเป็นตัวแทนรับยื่นหนังสือ

ทนาย "กมลศักดิ์" บุก ตร.จี้ขยายผลหาตัว "ผู้บงการ" ลอบยิง สส.นราธิวาส

 

นายกิจจา บอกว่า วันนี้ได้รับมอบอำนาจจากนายกมลศักดิ์ และผู้เสียหายที่ถูกลอบยิงอีก 2 คน ให้มาร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังก่อนหน้านี้เคยร้องเรียนกับคณะพนักงานสอบสวนในพื้นที่ไปแล้วถึง 2 ครั้ง ว่า การแถลงข่าวของพนักงานสอบสวนรู้เพียงว่า ได้ตัวผู้กระทำความผิดครบถ้วน แต่ไม่รู้ว่าจะมีแนวทางการทำสำนวนคดีต่ออย่างไร เพราะผู้เสียหายยังเชื่อว่า คดีนี้มีผู้บงการอีกหลายคน  เช่น การจับกุมผู้ต้องหาเมื่อตำรวจจับชุดแรกได้ 5 คนแล้ว แต่ปรากฏว่าคณะพนักงานสอบสวนไม่ยอม แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่เกี่ยวข้อง 2 คนสุดท้ายมา จนนายกมลศักดิ์ ต้องเข้าแจ้งความให้เอาผิดด้วยตัวเอง ซึ่งขณะนั้นพนักงานสอบสวนก็ส่งเพียงหมายเรียกเท่านั้น

 

ประเด็นต่อมา คือความกังวลเกี่ยวกับการรวบรวมพยานหลักฐาน ของคณะพนักงานสอบสวน เมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คนแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า ศาลจะพิพากษาลงโทษผู้ต้องหาทั้งหมด ต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนหนักแน่นเพียงพอว่า กระทำผิดจริง ดังนั้น ตัวเองจึงมาร้องเรียนให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำกับ ควบคุมการทำงานของพนักงานสอบสวน และเร่งรัดการดำเนินคดี เช่น ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตรวจสอบแอปพลิเคชั่นไลน์หรือแอปพลิเคชั่นการสนทนาต่างๆ รวมถึงสื่อโซเชียลมีเดีย ว่ามีการพูดคุยสนทนาเกี่ยวกับกระบวนการในคดีลอบยิงอย่างไร


รวมถึงให้ตรวจสอบการใช้อาวุธปืน และเส้นทางการใช้รถยนต์ด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า คดีนี้เมื่อเปรียบเทียบกับคดีความมั่นคงอื่นๆ มีความแตกต่างกันมาก คดีความมั่นคงเช่นการวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสวน ทำงานอย่างละเอียดรวดเร็ว 


นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ

 

นายกิจจา บอกว่า ตัวเองไม่อยากให้คดี ของนายกมลศักดิ์ ซ้ำรอยกับคดีของ ทนายสมชาย นีละไพจิตร ที่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่า ใครเป็นผู้บงการ ส่วนของคดีนายกมลศักดิ์ ก็อยากให้ตำรวจได้ตัวผู้บงการจริงๆ ไม่ใช่เพียง 7 คนที่ฝากขังไปแล้ว เพราะจากคำให้การของผู้ต้องหา ส่วนใหญ่บอกว่า ไม่เคยเกี่ยวข้อง หรือมีเหตุโกรธเคืองกับนายกมลศักดิ์ นั่นก็เห็นได้ชัดว่า ผู้ต้องหาถูกว่าจ้างมา ซึ่งส่วนนี้พนักงานสอบสวนก็ต้องรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจนว่า ใครเป็นคนบงการว่าจ้าง และอยากให้ทำสำนวนให้มีน้ำหนัก น่าเชื่อถือได้ 100% เพื่อที่ให้ศาลพิจารณาความผิดผู้ก่อเหตุทั้งหมด ซึ่งในส่วนของผู้ที่บงการก่อเหตุส่วนตัวนายกมลศักดิ์เคยให้ ข้อมูลไปกับพนักงานสอบสวนแล้วว่าสงสัยใคร

 

ส่วนของนายกมลศักดิ์ ขณะนี้อยู่ในการคุ้มครองพยาน มีตำรวจในพื้นที่และตำรวจส่วนกลาง คอยดูแลความปลอดภัย แต่เนื่องจากมีผู้ต้องหา 2คน ที่เป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ และมีตำแหน่งในพื้นที่ ได้รับการประกันตัวทำให้มีความกังวลว่า อาจจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน