เนชั่นทีวี

ข่าว

“อ.อุ๋ย” แนะ “สีหศักดิ์” ใช้การทูตคาบดาบทวงคืนทะเล หลังฉีก MOU 44

07 พ.ค. 2569

“อ.อุ๋ย” แนะ “สีหศักดิ์” ใช้การทูตคาบดาบทวงคืนทะเล หลังฉีก MOU 44

ถอดรหัสการทูตคาบดาบอิหร่านโมเดล อ.อุ๋ย แนะ สีหศักดิ์เลิกเกรงใจกัมพูชา ชูยุทธศาสตร์ทวงคืนอธิปไตยทางทะเล ยันต้องใช้กำลังทหารหนุนโต๊ะเจรจาหลังฉีก MOU 44

7 พฤษภาคม 2569 อาจารย์อุ๋ย แนะ “สีหศักดิ์” ศึกษา บทเรียน "การทูตคาบดาบ" ของอิหร่าน: ถึงเวลาไทยเลิกเดินตามเกมกัมพูชา ทวงคืนอธิปไตยทางทะเลหลังฉีก MOU 44!

ประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรือ อ.อุ๋ย ระบุว่า ในโลกของการเมืองระหว่างประเทศ "อำนาจที่ปราศจากชั้นเชิงคือความบ้าคลั่ง แต่ชั้นเชิงที่ปราศจากอำนาจก็คือความสูญเปล่า" เมื่อมองผ่านเลนส์ของสงครามตะวันออกกลางครั้งล่าสุด เราเห็น "อิหร่าน" แสดงแสนยานุภาพทางการทูตที่โลกต้องตะลึง

ซึ่งไม่ใช่การใช้กำลังเข้าห้ำหั่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการใช้ "การทูตนำการทหาร" อย่างสอดประสาน (Integrated Diplomacy and Deterrence) ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องเร่ง "ถอดรหัส" เพื่อนำมาใช้ในการเจรจาเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชา โดยเฉพาะในวันที่เราตัดสินใจสลัดพันธนาการจาก MOU 2544

“อ.อุ๋ย” แนะ “สีหศักดิ์” ใช้การทูตคาบดาบทวงคืนทะเล หลังฉีก MOU 44

อิหร่านโมเดล: เมื่อ "ทูต" คือผู้กำหนดทิศทาง "กระสุน"

ความโดดเด่นของอิหร่านในสมรภูมิล่าสุดคือการวางตำแหน่งเป็น "ฝ่ายกำหนดเกมการทูต" (Proactive Agenda Setter) อิหร่านไม่ได้รอให้ศัตรูโจมตีก่อนแล้วค่อยแก้ต่าง แต่ใช้เทคนิคการทูตแบบ "คาบดาบ" คือการประกาศจุดยืนที่แข็งกร้าว ยึดถือผลประโยชน์แห่งชาติ (National Interest) เป็นที่ตั้งสูงสุด โดยมีกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป็นฉากหลังที่ทรงพลัง

แม้ในเชิงเปรียบเทียบอิหร่านจะมีกำลังรบด้อยกว่าสหรัฐอเมริกาอย่างมากแต่อิหร่านกลับสร้าง "อำนาจต่อรองที่เหนือกว่า" ด้วยการใช้“ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์” คือการทำให้ฝ่ายตรงข้าม ตกอยู่ในสภาวะ “เดาทางไม่ถูก” ว่าถ้าหากเกิดวิกฤตขึ้นมาจริงๆ เราจะเลือกหงายไพ่ใบไหนกันแน่ ร่วมกับการสื่อสารที่ชัดเจนในทางสัญลักษณ์

ต่างจากไทยที่มีกำลังทางทหารเหนือกว่ากัมพูชาอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่ผ่านมากลับมีท่าที "เกรงใจ" จนถูกกัมพูชาลากเข้าสู่สนามเจรจาที่ไทยเป็นฝ่ายตั้งรับมาตลอด

เปรียบมวย "อับบาส อารักชี" vs "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว": กระดูกคนละเบอร์ หรือแค่คนละสไตล์?

หากจะวิเคราะห์ตัวบุคคล อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รมว.ต่างประเทศอิหร่าน คือนักเจรจาเขี้ยวลากดินที่โตมากับข้อตกลงนิวเคลียร์ ท่าทางของเขาคือ "ความนิ่งสงบที่แฝงด้วยรังสีอำมหิต" เขามีเทคนิคการใช้ภาษาที่นุ่มนวลแต่เนื้อหาเชือดเฉือน ยึดโยงกับกฎหมายระหว่างประเทศอย่างแม่นยำเพื่อสร้างความชอบธรรม (Legitimacy) ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งพร้อมจะปฏิบัติการทางทหารได้ทุกเมื่อ

ในขณะที่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศคนปัจจุบันของไทย คือ "ปรมาจารย์ด้านการทูตพหุภาคี" ผู้มีชั้นเชิงระดับโลก ท่าทางสัญลักษณ์ของเขาคือ "ความเก๋าเกมและบารมี" เขารู้จังหวะจะโคนในการใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อสร้างน้ำหนักให้ตัวตนของไทย

อย่างไรก็ตาม ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ:

• จุดเด่นอารักชี: การใช้ "การข่มขู่ที่น่าเชื่อถือ" (Credible Threat) สอดประสานกับการเจรจา คือการทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ "พังแน่นอน"

• จุดเด่นสีหศักดิ์: การใช้ "เครดิตและความยอมรับ" (Soft Power & Diplomacy) เพื่อดึงพันธมิตรและสร้างความชอบธรรม แต่ "ข้อด้อย" ที่อาจเกิดขึ้นคือความสุภาพตามขนบทางการทูตไทยอาจถูกกัมพูชาตีความว่าเป็นความอะลุ่มอล่วยจนไม่กล้าแตกหัก

 

ยุทธศาสตร์ "ทวงคืนทะเล": 3 เทคนิคอิหร่านที่ไทยต้องนำมาปรับใช้

ภายหลังการยกเลิก MOU 44 ไทยต้องเปลี่ยน "DNA" การเจรจาใหม่ โดยนำเทคนิคความเด็ดขาดของอารักชีมาผสานกับความเก๋าของคุณสีหศักดิ์ เพื่อให้ได้เปรียบเหนือกัมพูชา ดังนี้:

1. Assertive Sovereignty (ประกาศอธิปไตยเชิงรุก): ไทยต้องเลิกกังวลเรื่อง "เสียบรรยากาศ" อิหร่านแสดงให้เห็นว่ายิ่งคุณชัดเจนในจุดยืน ฝ่ายตรงข้ามยิ่งต้องระวังตัว คุณสีหศักดิ์ต้องยึดมั่นอย่างแข็งกร้าวใน "เส้นเขตแดนที่ไทยประกาศในปี 2516" เป็นหัวใจสำคัญหลักในการอ้างสิทธิ์อธิปไตย โดยใช้กฎหมายทะเลระหว่างประเทศ (UNCLOS) เป็นเพียงส่วนเสริมทางเทคนิคเท่านั้น เพื่อยืนยันว่าสิทธิ์ของเรามีความชัดเจนมาแต่เดิมและไม่สามารถเจรจาแบ่งปันได้ในส่วนที่เป็นของไทยโดยชอบธรรม

2. Integrated Hard & Soft Power: แม้ไทยจะมีกำลังทางทหารเหนือกว่ากัมพูชามาก แต่เรามักแยก "การทหาร" ออกจาก "การต่างประเทศ" ไทยควรแสดงให้กัมพูชาเห็นว่าความเหนือกว่าทางทหารคือการ “ประกันความเสี่ยง" บนโต๊ะเจรจา เหมือนที่อิหร่านใช้กองกำลัง IRGC สนับสนุนการทำงานของอารักชี

3. Diplomatic Brinkmanship (การทูตบนขอบเหว): คุณสีหศักดิ์ควรนำเทคนิคการเจรจาที่กดดันอย่างสูงมาใช้ กล่าวคือต้องสื่อสารให้กัมพูชารู้ว่า "ไทยพร้อมจะพัฒนาเขตแดนเพียงลำพัง" หรือ "พร้อมจะระงับการเจรจาถาวร" หากกัมพูชายังไม่ยอมรับความจริงในพื้นที่พิพาท ทั้งนี้ เพื่อให้ไทยสร้างความได้เปรียบในฐานะผู้กำหนดทิศทาง

 

บทสรุป:

ถึงเวลาที่กระทรวงการต่างประเทศต้องเลิกเล่นบท "สุภาพบุรุษผู้ประนีประนอม" แล้วหันมาสวมบท "นักเจรจาผู้กุมอำนาจ" หากคุณสีหศักดิ์สามารถนำความเก๋าเกมระดับสากลมาบวกกับความแข็งกร้าวแบบ รมว. อับบาส อารักชีของอิหร่าน และยืนบนฐานของ เส้นเขตแดนที่ประกาศโดยพระบรมราชโองการ ปี 2516 อย่างไม่ลดละ ทรัพยากรใต้ทะเลมูลค่ามหาศาลจะกลับมาอยู่ในมือคนไทยอย่างภาคภูมิ!

 

ด้วยความปรารถนาดี

https://www.facebook.com/share/1B6YFRjTf2/?mibextid=wwXIfr