คลังกู้ 4 แสนล้านรับไทยช่วยไทยพลัส ลุ้น 30 ล้านสิทธิ พ.ค.นี้
05 พ.ค. 2569

เจาะแผนกู้เงิน 4 แสนล้านลุยไทยช่วยไทยพลัส คลังกางเป้า 30 ล้านคน เตรียมลงทะเบียนปลาย พ.ค. นี้ “เอกนิติ” แจง ทยอยกู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่กู้มากองก้อนเดียว
ข่าว
05 พ.ค. 2569

เจาะแผนกู้เงิน 4 แสนล้านลุยไทยช่วยไทยพลัส คลังกางเป้า 30 ล้านคน เตรียมลงทะเบียนปลาย พ.ค. นี้ “เอกนิติ” แจง ทยอยกู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่กู้มากองก้อนเดียว
5 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเน้นการกู้ตามความจำเป็นเพื่อลดภาระดอกเบี้ย พร้อมดันโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายสูงสุด 30 ล้านคน ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญต่อการบริโภคภายในประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า หลังจากที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ จะต้องเข้าไปยังที่ประชุมรัฐสภา รวมถึงจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ และประชุมเป็นนัดแรก โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ในวันนี้มีการกำหนดกรอบวัตถุประสงค์การออก พ.ร.ก.แบบกว้างๆ ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ซึ่งจะเน้นความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูล ก่อนย้ำว่าทุก โครงการจะต้องเข้าที่ประชุม ครม.
เมื่อถามย้ำว่า การออก พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าวจะนำมาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัสใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ไทยช่วยไทยพลัส เป็นหนึ่งในโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ที่จะนำมาช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งแหล่งเงินจะมาจากตรงนี้ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งมาจาก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลเบื้องต้นแล้ว รวมไปถึงงบฯปกติ
ส่วนจะนำเงินจากการกู้เงินมาใช้เท่าใดขอดูรายละเอียดก่อน แต่ยืนยันว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสมีแน่ ส่วนแหล่งเงินจะมาจากที่ใด กระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณา
นายเอกนิติ ยังระบุอีกว่าใน พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ไม่ได้ระบุรายละเอียดโครงการต่างๆ ที่จะใช้งบประมาณจากส่วนนี้ชัดเจน มีเพียงเป็นวัตถุประสงค์เท่านั้น
ส่วนระยะเวลาการกู้เงินจะเป็นเท่าใด นายเอกนิติ กล่าวว่า จะเป็นการกู้เงินตามระยะเวลา ไม่ใช่เป็นการกู้มากองทีเดียว เพื่อไม่ให้เป็นต้นทุนที่กองไว้
ส่วนความชัดเจนสิทธิของประชาชนในโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะมีจำนวนเท่าใด นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ภาพรวมผู้ได้สิทธิปกติ และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจากการดูงบประมาณในเบื้องต้น คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านสิทธิ แต่อย่างไรก็ต้องดูงบประมาณก่อน ซึ่งส่วนตัวมองว่าจำนวน 30 ล้านสิทธิก็น่าจะเพียงพอ เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่เคยทำมาสามารถทำได้สูงสุด 28 ล้านสิทธิ ส่วนรายละเอียดของผู้ที่จะได้ใช้สิทธิ จะเป็นผู้ที่มีอายุเกินกว่า 18 ปีหรือไม่ ขอพิจารณาอีกครั้งหนึ่งก่อน
เมื่อถามว่า จะสามารถเปิดให้ลงทะเบียน กลุ่มผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ได้เมื่อใดนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า คิดว่าจะทำพร้อมกันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม
ข่าวล่าสุด