เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE: เจาะลึก 2 ผู้นำมหาอำนาจโลก กับภัยลอบสังหาร "ทรัมป์" หัวเราะกลางวงล้อม — "ปูติน" หวาดระแวงในความมืด

05 พ.ค. 2569

ARTICLE: เจาะลึก 2 ผู้นำมหาอำนาจโลก กับภัยลอบสังหาร "ทรัมป์" หัวเราะกลางวงล้อม — "ปูติน" หวาดระแวงในความมืด

เมื่อสองผู้นำผู้ทรงอิทธิพลของโลกต่างเผชิญภัยลอบสังหาร แต่เลือกตอบสนองต่างกันสุดขั้ว — คนหนึ่งแสดงท่าทีผ่อนคลายผ่านอารมณ์ขัน อีกคนลี้ภัยเข้าสู่บังเกอร์นิรภัยใต้ดิน... สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของผู้นำทั้งสองอย่างไร?

ลองนึกภาพ: คืนหนึ่งในวอชิงตัน ดี.ซี. ท่ามกลางงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยผู้สื่อข่าวหลายร้อยชีวิต เสียงปืนดังขึ้น — และประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกอารักขาออกจากพื้นที่โดยหน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) อย่างเร่งด่วน

 

แต่สิ่งที่ทรัมป์พูดหลังจากนั้น ไม่ใช่คำพูดของชายที่เพิ่งรอดชีวิตจากความตาย

 

มันเป็นเรื่องตลก

 

🔵 [ทรัมป์: ชายที่กังวลต่อภาพลักษณ์มากกว่าภัยคุกคาม]

วันที่ 25 เมษายน 2026 โคล โทมัส อัลเลน วัย 31 ปี ถูกจับกุมก่อนจะไปถึงห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ในงานประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว เขาถูกแจ้งข้อหาพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางคนหนึ่งรอดชีวิตเพราะ "เสื้อเกราะกันกระสุน" — อุปกรณ์ที่ทรัมป์เองกลับไม่ค่อยอยากสวม

 

เหตุผล? เขากังวลว่าตัวเองจะดู "อ้วนขึ้น 20 ปอนด์"

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประธานาธิบดีคนนี้เฉียดความตาย ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ทรัมป์ตกเป็นเป้าหมายการลอบสังหารอย่างน้อย 7 ครั้ง ตั้งแต่เหตุการณ์ชายชาวอังกฤษพยายามแย่งอาวุธปืนที่ลาสเวกัสเมื่อปี 2016, ซองจดหมายพิษริซินที่ส่งตรงถึงทำเนียบขาว, กระสุนปืนที่เฉี่ยวหูขวาในเมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ปี 2024, ไปจนถึงมือปืนรับจ้างที่กองกำลัง IRGC ของอิหร่านส่งมา ซึ่งความพยายามเหล่านั้นล้วนไม่ประสบผลสำเร็จ

 

แต่ทรัมป์ก็ยังคงเป็นทรัมป์

 

"พวกเขาบอกว่าจะตามล่าเฉพาะบุคคลสำคัญเท่านั้น ดังนั้นบางทีผมอาจอยากลดความสำคัญของตัวเองให้น้อยลงหน่อย" เขากล่าวติดตลกหลังเหตุการณ์ที่มาร์-อา-ลาโก

 

คำถามคือ: นี่คือความกล้า... หรือการแสดง?

🔵 [ปูติน: ชายที่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน]

ขณะที่ทรัมป์ออกงานสาธารณะและพูดตลกเรื่องความตาย ผู้นำอีกคนของโลก กำลังทำสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

 

รายงานข่าวกรองจากยุโรปเปิดเผยว่า วลาดิมีร์ ปูติน กำลังยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยส่วนตัวให้เข้มงวดขึ้น พ่อครัว บอดี้การ์ด แม้แต่ช่างภาพส่วนตัว — ห้ามใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ทุกคนที่เข้าพบเขาต้องผ่านการตรวจสอบ 2 ชั้น ผู้ที่ทำงานใกล้ชิดใช้ได้เฉพาะโทรศัพท์ที่ไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น

 

และที่น่าสนใจกว่านั้น — ปูตินเริ่มลดการปรากฏตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นระบบ เขาหยุดไปเยี่ยมบ้านพักตากอากาศที่วัลได ระงับการตรวจเยี่ยมฐานทัพและพื้นที่ทางทหาร แม้สื่อรัสเซียยังคงออกอากาศ แต่ใช้ภาพที่บันทึกไว้ล่วงหน้า โดยที่ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าเขาอยู่ที่ไหน

 

คำตอบที่น่าจะใกล้เคียงที่สุด คือ บังเกอร์ใต้ดินในภูมิภาคคราสโนดาร์ — ในพระราชวังมูลค่า 1.35 พันล้านดอลลาร์ บนหน้าผาริมทะเลดำ ที่ถูกเปรียบว่าเหมือน "ฐานทัพลับของตัวร้ายในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์"

🔵 [ภัยคุกคามจากภายใน: เมื่อคนที่น่ากลัวที่สุดอยู่ใกล้ตัว]

สิ่งที่ทำให้ปูตินหวาดระแวงมากที่สุด ไม่ใช่โดรนของยูเครน

 

แต่คือ คนของตัวเอง

 

ข้อมูลข่าวกรองชี้ไปที่ เซอร์เกย์ ชอยกู อดีตรัฐมนตรีกลาโหมที่เคยเป็นคนสนิท ปัจจุบันถูกลดบทบาทลงแต่ยังมีอิทธิพลในกองบัญชาการทหาร และรุสลัน ซาลิคอฟ คนสนิทของชอยกู ก็เพิ่งถูกจับกุมในเดือนมีนาคม ด้วยข้อหายักยอกและรับสินบน

 

ในขณะเดียวกัน นายพลเกราซิมอฟ เสนาธิการทหารสูงสุด ก็เพิ่งวิจารณ์หัวหน้า FSB ต่อหน้าปูตินในการประชุมลับว่า ล้มเหลวในการปกป้องนายทหารระดับสูง — ภาพการประชุมที่ตึงเครียดจนปูตินต้องขอให้ทุกคน "สงบสติอารมณ์"

 

สำหรับผู้นำที่ครองอำนาจมากว่า 25 ปี สัญญาณความไม่ไว้วางใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากกลุ่มคนใกล้ชิดนั้น อาจน่ากลัวกว่ากระสุนปืนจากภายนอกมากนัก

 

🔵 [อาจหาญ vs หวาดระแวง: สองด้านของเหรียญอำนาจ]

บนฉากหน้า ทรัมป์และปูตินอาจดูเหมือนตรงข้ามกันสุดขั้ว — คนหนึ่งหัวเราะกลางวงล้อม อีกคนหลบซ่อนในความมืด

 

แต่ลองมองอีกชั้น ทรัมป์รู้ว่าภาพลักษณ์คืออำนาจ การที่เขาติดตลกเรื่องความตายคือการส่งสัญญาณว่าตัวเขาไม่อาจถูกข่มขวัญ — มันเป็นทั้งแบรนด์ และยุทธศาสตร์ทางการเมือง แม้จะแลกกับความเสี่ยงส่วนตัวก็ตาม

 

ส่วนปูตินรู้ว่าการอยู่รอดคืออำนาจ การซ่อนตัวในบังเกอร์ไม่ใช่ความขลาดเขลา แต่คือการคำนวณของผู้เล่นที่เข้าใจว่าการตายของเขาจะจุดชนวนอะไรบ้างในรัสเซีย

 

ทั้งคู่เข้าใจเกมเดียวกัน แค่เลือกหมากต่างกัน

 

แล้วคุณล่ะคิดว่า ผู้นำที่ดีควรรับมือกับภัยคุกคามอย่างไร? ระหว่างความกล้าที่อาจกลายเป็นความประมาท กับความระมัดระวังที่อาจกลายเป็นความหวาดกลัว — เส้นแบ่งที่แท้จริงอยู่ที่ไหน?