เนชั่นทีวี

ข่าว

เช็กอาการ “ กกต. – ป.ป.ช.-ศาลรธน.” องค์กรใด กำลังเข้าขั้นวิกฤต

02 พ.ค. 2569

เช็กอาการ “ กกต. – ป.ป.ช.-ศาลรธน.” องค์กรใด กำลังเข้าขั้นวิกฤต

สแกนอาการ 3 องค์กร "กกต.-ป.ป.ช.-ศาลรัฐธรรมนูญ" หลังสังคมกังขามาตรฐานการตรวจสอบ ชี้ "ป.ป.ช." อาการหนักสุดระดับวิกฤต ปมลงมติสวนคำสั่งศาล หวั่นทำลายศรัทธาประชาชนและฉุดดัชนีคอร์รัปชันไทย

โดย อสนีบาต เนชั่นทีวีออนไลน์

2 พฤษภาคม 2569 แม้ประเทศไทยได้รัฐบาลอนุทิน เข้ามาบริหารประเทศแล้ว แต่เส้นทางการเข้าสู่อำนาจในห้วงเวลาที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า อยู่ในเส้นทางอึมครึม คลุมเคลือ 

โดยเฉพาะกระบวนการคัดกรอง ตรวจสอบ นักการเมืองเข้าสู่อำนาจ ผ่านองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ  ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง  หลังเลือกตั้งจนถึงสถานะการใช้อำนาจ ก็ยังไม่อาจทำให้สังคมเชื่อมั่นบุคคลทางการเมืองที่ประกาศขันอาสาทำงานเพื่อประเทศชาติได้อย่างสนิทใจ 

เพราะด้วยพฤติการณ์ต่างๆ ที่ประจักษ์ชัดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็ยังสร้างความคลุมเคลือ สงสัย  จนทำให้มีการเคลื่อนไหว ของภาคประชาชน ฝ่ายค้าน ตรวจสอบ ยื่นคำร้อง จี้ตรวจสอบองค์กรอิสระตาม รธน.อยู่ในขณะนี้   

อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น ความคาดหวังต่อผลการพิจารณา หลายต่อหลายเรื่องดูจะสวนทาง สวนความรู้สึกประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางคำถาม กำลังเกิดความผิดปกติตรงไหน  

วันนี้ “อสนีบาต เนชั่นออนไลน์” จะขอสวมบทเป็น “หมอการเมือง” เพื่อทำการวินิจฉัยอาการองค์กรอิสระเด่น ๆ ได้แก่  "กกต.  – ป.ป.ช. – ศาลรธน." กันสักหน่อย ว่า ตกอยู่ในสภาพอาการหนักหนาสาหัส แตกต่างกันอย่างไร และ ในบรรดาองค์กรอิสระตามที่ยกตัวอย่างมา องค์กรใด มีอาการหนักระดับวิกฤต  

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

1. กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) เปรียบได้กับอาการ "ไข้รุมๆ จากภาวะอักเสบเรื้อรัง"

อาการวินิจฉัย: กกต. กำลังเผชิญกับภาวะ "ลิ่มเลือดอุดตัน" ในกระบวนการตรวจสอบกรณีฮั้วเลือก สว. การปล่อยเวลาล่วงเลยมานานถูกมองว่าเป็นการ "ดองเค็ม" เพื่อประคองสถานการณ์ทางการเมืองมากกว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างฉับไว

เมื่อใช้ปรอทวัดไข้ พบว่า มีอุณหภูมิระดับ 38.5 องศาเซลเซียส (มีไข้ปานกลางแต่ยืดเยื้อ)

หาก กกต. เลือก "ปล่อยผี" หรือรับรองผลแบบคลุมเครือ จะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำลายความชอบธรรมของ สว. ชุดใหม่ตั้งแต่วันแรก 

สิ่งที่สังคมควรจับตา หากมีการสอย สว. ล็อตใหญ่ในภายหลัง อาจเกิดสุญญากาศทางนิติบัญญัติที่กระทบต่อการพิจารณากฎหมายสำคัญและงบประมาณ

แฟ้มภาพ ศาลรัฐธรรมนูญ

2. ศาลรัฐธรรมนูญ เปรียบได้กับอาการ "ความดันสูงเฉียบพลัน"

สืบเนื่องจากกรณีพิจารณาบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด (ที่ถูกร้องว่าขัดต่อหลักความลับในการลงคะแนน) เปรียบเสมือนอาการ "ความดันโลหิตสูง" ที่เสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดแตก หากคำวินิจฉัยออกมาว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา "โมฆะ" หรือขัดรัฐธรรมนูญ จะเกิดแผ่นดินไหวทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุด

ใช้ปรอทวัดไข้ ตรวจพบอุณหภูมิ 39 องศาเซลเซียส (ไข้สูงและมีความเสี่ยงวิกฤต) 

นี่คือจุดชี้ชะตาความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งทั้งระบบ หากศาลตัดสินว่าผิดพลาดร้ายแรง อาจนำไปสู่การรื้อระบบหรือการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมหาศาล 

นี่คือดัชนีชี้วัด "นิติสงคราม" ว่าจะรุนแรงขึ้นหรือคลี่คลาย

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )

3. ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ)  เปรียบได้กับอาการ "ติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)"

นับเป็นองค์กรที่ตกอยู่ในอาการ "หนักที่สุด" ในเชิงวิชาชีพ  ปมการลงมติสวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ถูกมองว่าเป็นอาการ "อวัยวะภายในล้มเหลว" เพราะเป็นการท้าทายหลักกฎหมายสูงสุด (Constitutional Supremacy) การที่ปรมาจารย์กฎหมายอย่าง วิชา มหาคุณ  คณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต  และอดีตกรรมการป.ป.ช. เคยให้ความเห็นผ่านเนชั่นทีวี และ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาเตือน คือสัญญาณชีพที่เข้าขั้นวิกฤต

ใช้ปรอทวัดไข้พบอุณหภูมิสูงถึง  40.5 องศาเซลเซียส (ไข้สูงขั้นวิกฤต เข้าห้อง ICU)

อย่างที่เราทราบกันในตอนนี้  มีการเข้าชื่อตรวจสอบโดยพรรคประชาชนและภาคพลเมือง คือการเริ่มกระบวนการ "ผ่าตัดใหญ่" ป.ป.ช. กำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาที่กู้กลับยากที่สุด 

หากกลไกตรวจสอบทุจริตถูกตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานเสียเอง จะทำให้ประเทศไทยเสียคะแนนดัชนีคอร์รัปชันโลก (CPI) ซึ่งกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติโดยตรง

เช็กอาการ “ กกต. – ป.ป.ช.-ศาลรธน.” องค์กรใด กำลังเข้าขั้นวิกฤต

บทสรุป หากต้องเลือกองค์กรที่ "น่าเป็นห่วงที่สุด" หมอการเมืองอย่างอสนีบาต ขอฟันธงไปที่ “ป.ป.ช.”

เนื่องจากอาการของ กกต. และ ศาลรัฐธรรมนูญ ยังเป็นการวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงในเชิงขั้นตอน แต่สำหรับ ป.ป.ช. คือ "โรคแทรกซ้อนทางจริยธรรมและหลักนิติธรรม" การถูกกล่าวหาว่า "แปลงสาร" เพื่ออุ้มฝ่ายการเมือง เป็นการทำลายเกราะกำบังเดียวที่องค์กรอิสระมี นั่นคือ "ความไว้วางใจจากประชาชน"

“อสนีบาต “ขอเตือนว่า  ในสภาวะที่ผู้คุมกฎป่วยไข้ "ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นธรรม" คือยาขนานเดียวที่จะช่วยให้ท่านตัดสินใจก้าวข้ามความผันผวนนี้ไปได้

 

สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือ

  • ความเปราะบางขององค์กรตรวจสอบจะนำไปสู่การประท้วงบนถนนหรือการฟ้องร้องที่ยืดเยื้อ
  • มีโอกาสสูงที่จะเกิดกระแสการ "ปฏิรูปองค์กรอิสระ" ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะเปลี่ยนภูมิทัศน์อำนาจในอนาคต