2. ศาลรัฐธรรมนูญ เปรียบได้กับอาการ "ความดันสูงเฉียบพลัน"
สืบเนื่องจากกรณีพิจารณาบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด (ที่ถูกร้องว่าขัดต่อหลักความลับในการลงคะแนน) เปรียบเสมือนอาการ "ความดันโลหิตสูง" ที่เสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดแตก หากคำวินิจฉัยออกมาว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา "โมฆะ" หรือขัดรัฐธรรมนูญ จะเกิดแผ่นดินไหวทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุด
ใช้ปรอทวัดไข้ ตรวจพบอุณหภูมิ 39 องศาเซลเซียส (ไข้สูงและมีความเสี่ยงวิกฤต)
นี่คือจุดชี้ชะตาความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งทั้งระบบ หากศาลตัดสินว่าผิดพลาดร้ายแรง อาจนำไปสู่การรื้อระบบหรือการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมหาศาล
นี่คือดัชนีชี้วัด "นิติสงคราม" ว่าจะรุนแรงขึ้นหรือคลี่คลาย
3. ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) เปรียบได้กับอาการ "ติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)"
นับเป็นองค์กรที่ตกอยู่ในอาการ "หนักที่สุด" ในเชิงวิชาชีพ ปมการลงมติสวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ถูกมองว่าเป็นอาการ "อวัยวะภายในล้มเหลว" เพราะเป็นการท้าทายหลักกฎหมายสูงสุด (Constitutional Supremacy) การที่ปรมาจารย์กฎหมายอย่าง วิชา มหาคุณ คณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการป.ป.ช. เคยให้ความเห็นผ่านเนชั่นทีวี และ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาเตือน คือสัญญาณชีพที่เข้าขั้นวิกฤต
ใช้ปรอทวัดไข้พบอุณหภูมิสูงถึง 40.5 องศาเซลเซียส (ไข้สูงขั้นวิกฤต เข้าห้อง ICU)
อย่างที่เราทราบกันในตอนนี้ มีการเข้าชื่อตรวจสอบโดยพรรคประชาชนและภาคพลเมือง คือการเริ่มกระบวนการ "ผ่าตัดใหญ่" ป.ป.ช. กำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาที่กู้กลับยากที่สุด
หากกลไกตรวจสอบทุจริตถูกตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานเสียเอง จะทำให้ประเทศไทยเสียคะแนนดัชนีคอร์รัปชันโลก (CPI) ซึ่งกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติโดยตรง
บทสรุป หากต้องเลือกองค์กรที่ "น่าเป็นห่วงที่สุด" หมอการเมืองอย่างอสนีบาต ขอฟันธงไปที่ “ป.ป.ช.”
เนื่องจากอาการของ กกต. และ ศาลรัฐธรรมนูญ ยังเป็นการวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงในเชิงขั้นตอน แต่สำหรับ ป.ป.ช. คือ "โรคแทรกซ้อนทางจริยธรรมและหลักนิติธรรม" การถูกกล่าวหาว่า "แปลงสาร" เพื่ออุ้มฝ่ายการเมือง เป็นการทำลายเกราะกำบังเดียวที่องค์กรอิสระมี นั่นคือ "ความไว้วางใจจากประชาชน"
“อสนีบาต “ขอเตือนว่า ในสภาวะที่ผู้คุมกฎป่วยไข้ "ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นธรรม" คือยาขนานเดียวที่จะช่วยให้ท่านตัดสินใจก้าวข้ามความผันผวนนี้ไปได้
สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือ
- ความเปราะบางขององค์กรตรวจสอบจะนำไปสู่การประท้วงบนถนนหรือการฟ้องร้องที่ยืดเยื้อ
- มีโอกาสสูงที่จะเกิดกระแสการ "ปฏิรูปองค์กรอิสระ" ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะเปลี่ยนภูมิทัศน์อำนาจในอนาคต