นอกจากปัญหาที่อยู่อาศัย สส.อุตรดิตถ์ ยังได้นำเสนอความเสียหาย ของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ อำเภอทองแสนขัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและปากท้องของเกษตรกร โดยมีรายละเอียดความเสียหายสำคัญ สะพานคลองตรอน , สะพานบ้านบุ่งประชานิมิต และสะพานห้วยน้ำมืด สะพานส่งน้ำชลประทาน ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการกระจายน้ำ
จากการสำรวจพบว่า ความเสียหายของระบบส่งน้ำส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 10,000 ไร่ และเกษตรกรกว่า 2,600 ครัวเรือน ทำให้ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ตามปกติ รายได้เกษตรกรลดฮวบต่อเนื่องมานานหลายเดือน
น.ส.รสรินทร์ เปิดเผยข้อมูลจากการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ พบว่า กรมชลประทาน และ กรมทางหลวงชนบท มีความพร้อมในการซ่อมแซมและฟื้นฟู แต่ติดปัญหาใหญ่คือ "ไม่มีงบประมาณ" เนื่องจากความเสียหายมีมูลค่าสูงเกินกว่างบปกติของหน่วยงาน
จึงได้เรียกร้องผ่านประธานสภาฯ ไปยังรัฐบาล ให้เร่งพิจารณาจัดสรรงบประมาณใน 2 ส่วน คือ งบประมาณฉุกเฉิน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า งบกลาง เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและระบบชลประทานให้กลับมาใช้งานได้ถาวร
"หน่วยงานมีความพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา แต่ยังติดขัดเรื่องงบประมาณ อยากให้รัฐบาลช่วยเร่งรัด เพราะชาวบ้านรอกันมาครึ่งปีแล้ว รอไม่ไหวแล้ว" น.ส.รสรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย