“สีหศักดิ์” สรุปผลเยือนเมียนมา-เตรียมเปิดด่านฟื้นค้าชายแดน
23 เม.ย. 2569

“สีหศักดิ์” ย้ำเยือนเมียนมาเพื่อประโยชน์ไทย - เตรียมเปิดด่านชายแดนฟื้นการค้าไทย-เมียนมา 80% - หวังลดการสู้รบหวั่นกระทบอธิปไตยไทย – เผยเมียนมาพร้อมร่วมมือแก้ PM2.5
ข่าว
23 เม.ย. 2569

“สีหศักดิ์” ย้ำเยือนเมียนมาเพื่อประโยชน์ไทย - เตรียมเปิดด่านชายแดนฟื้นการค้าไทย-เมียนมา 80% - หวังลดการสู้รบหวั่นกระทบอธิปไตยไทย – เผยเมียนมาพร้อมร่วมมือแก้ PM2.5
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าแสดงความยินดี ที่เมียนมาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ระหว่างวันที่ 21-22 เมษายนที่ผ่านมาว่า ได้มีการพบกับผู้นำคนสำคัญของฝ่ายเมียนมา ตั้งแต่ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา รองประธานาธิบดี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ซึ่งได้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง อาทิ ความสัมพันธ์ทวิภาคี ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ และเรื่องความมั่นคงชายแดน เนื่องจากไทยและเมียนมา มีชายแดนร่วมกัน 2,400 กิโลเมตร ซึ่งการค้าชายแดน ที่ผ่านมาที่เมียวดี-แม่สอด ได้หยุดชะงักไป เนื่องจากมีการปิดด่าน แต่ได้ทราบในการระหว่างมาเยือนครั้งนี้ว่า จะมีการเปิดด่านหลักที่แม่สอดในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งถ้าเปิดได้ ก็จะเป็นการส่งเสริมการค้าชายแดน ซึ่งคิดเป็น 80% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดระหว่างไทย-เมียนมา
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าแสดงความยินดี ที่เมียนมาจัดตั้งรัฐบาลใหม่
ส่วนสถานการณ์การสู้รบภายในเมียนมานั้น นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า ฝ่ายไทยไม่อยากให้การสู้รบซึ่งกระทบฝั่งไทย และอยากให้เมียนมา หาทางลดความรุนแรงในการสู้รบในพื้นที่ เพราะมีหลาย ๆ ครั้งที่กระทบเข้ามาในเขตไทยด้วย เช่น หากเครื่องบินล้ำเข้ามา จะมีการประท้วงต่อเมียนมา และเรื่องที่มากระทบกับอธิปไตยของไทย
นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ได้หารือกับฝ่ายเมียนมาถึงความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพราะการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ทั้งหลายมีความจำเป็น เพราะมีคนถูกบังคับทำงานมากมาย และปีที่แล้วมีการส่งเหยื่อแรงงานกลับกว่า 13,000 คน ซึ่งขบวนการสแกมเมอร์อยู่ได้ เพราะประเทศไร้มนุษยธรรม พร้อมฝากถึงประเทศกัมพูชาขอให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงการเจรจาเพื่อแก้มลพิษทางอากาศ ซึ่งสถานการณ์ปีนี้ค่อนข้างจะหนัก สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือว่า ทางการเมียนมา พร้อมจะให้ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ทั้ง ไทย เมียนมา และ สปป.ลาว โดยทางฝ่ายไทย พร้อมให้การสนับสนุนอุปกรณ์และเทคโนโลยี รวมถึงแผนที่ภาพถ่ายทางดาวเทียม ที่รู้ว่าเขตไหนเสี่ยงที่สุด รวมถึงปัญหามลพิษทางน้ำ ที่ไทยอยากมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน ซึ่งจะทำงานด้านเทคนิค และไทยหวังให้เมียนมามาทำงานร่วมกันในอนาคต
ส่วนเรื่องการค้า การลงทุนนั้น นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า การเยือนครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญภาคเอกชนไทย ที่มีความเชี่ยวชาญ หลายสาขา ทั้งการเกษตร วัสดุก่อสร้าง ภาคบริการ ธนาคาร โรงพยาบาล มาร่วมหารือกับรองประธานาธิบดีเมียนมา โดยทางฝ่ายไทย เชื่อว่า เมื่อเมียนมามีรัฐบาลใหม่ ก็จะมีการเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจ โดยไทยย้ำว่า อยากจะเป็นหุ้นส่วน เพื่อการพัฒนาและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ซึ่งภาคเอกชนไทย มีความสนใจลงทุนในเมียนมาแน่นอน และมีโอกาสในเมียนมาสูง พร้อมยืนยันว่า ฝ่ายไทยต้องการช่วยเหลือเมียนมาในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะหากประชาชนมีความกินดีอยู่ดี จะทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งและเป็นผลประโยชน์ต่อประเทศไทยด้วย และเสนอให้ความช่วยเหลือผ่าน กรมพัฒนาความร่วมมือของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีแผนการในการให้ความช่วยเหลือทั้งในเรื่องสาธารณสุข เรื่องการเกษตร การศึกษา สิ่งแวดล้อมการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs
นายสีหศักดิ์ ยังระบุอีกด้วยว่า เรื่องที่สำคัญในการไปเยือนครั้งนี้ เพราะอาเซียนและไทย มีความเป็นห่วงถึงสถานการณ์ภายในเมียนมา ซึ่งยืดเยื้อหลายปี และไทยเห็นความสำคัญว่า ควรที่จะรื้อฟื้นการมีปฏิสัมพันธ์ ระหว่างเมียนมากับอาเซียน เพื่อดึงเมียนมากลับสู่อาเซียน พร้อมตอบสนองต่อฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนต่อเมียนมา ทั้งการลดความรุนแรง ใช้กระบวนการพูดคุย ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งประเด็นเหล่านี้ไทยอยากสนับสนุนให้เมียนมา ในฐานะเพื่อนบ้านของไทย กลับสู่อาเซียน ทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็งในช่วงที่โลกกำลังปั่นป่วน จะต้องระดมพลังของภูมิภาคมากขึ้น
นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ในกาพูดคุยได้หยิบยกเรื่องของนางอองซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เป็นข้อกังวลของอาเซียนเกี่ยวกับความเป็นอยู่ โดยประธานาธิบดีเมียนมา ยืนยันว่า ขณะนี้ นางอองซาน ซูจี ได้รับการดูแลที่ดี และทางรัฐบาลเมียนมา กำลังพิจารณาในสิ่งที่ดี ซึ่งน่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดี และเมียนมากำลังทำให้เห็นว่า กำลังไปทางที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นกับการกลับสู่อาเซียน แต่ไทยจะช่วยเมียนมาไม่ได้ ถ้าเมียนมาไม่ช่วยตัวเองด้วย พร้อมย้ำว่า เรื่องภายในเมียนมา ทั้งเรื่องสันติภาพและความปรองดอง มันเป็นเรื่องที่คนเมียนมาต้องหาทางแก้ปัญหากันเองให้ได้
ส่วนที่มีการมองการเยือนเมียนมาครั้งนี้ ทำให้ไทยอาจถูกครหาเรื่องการสนับสนุนรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมานั้น นายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่า การเยือนในครั้งนี้ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ซึ่งผลประโยชน์ด้านความมั่นคงชายแดนรอคอยไม่ได้ และการมาพูดคุยในครั้งนี้ ไทยสนับสนุนให้เมียนมา เดินหน้าในกระบวนการสันติภาพ ซึ่งต้องยอมรับว่า เมียนมาจัดการเลือกตั้งแล้ว และหวังว่า การจัดการเลือกตั้งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ พร้อมทั้งเรียกร้องให้เมียนมาเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ถือเป็นความปรารถนาดี และต้องอยู่ในโลกของความจริง มองไปข้างหน้าความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเมียนมาด้วย
ข่าวล่าสุด