อดีตรอง พปชร.แนะรัฐบาลแก้จริงใจ-จริงจังปัญหาฝุ่น PM2.5
22 เม.ย. 2569

อดีตรอง พปชร.แนะรัฐบาลแก้จริงใจ-จริงจังปัญหาฝุ่น PM2.5 บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย-การท่องเที่ยว
ข่าว
22 เม.ย. 2569

อดีตรอง พปชร.แนะรัฐบาลแก้จริงใจ-จริงจังปัญหาฝุ่น PM2.5 บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย-การท่องเที่ยว
นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะนักการเมืองอิสระ แสดงความเป็นห่วงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือว่า ฝุ่น PM 2.5 มีผลโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน ดังนั้น รัฐบาลต้องมีความจริงใจและจริงจังในการจัดการปัญหา และต้องเข้าใจว่า ปัญหาฝุ่นเกิดจาก 4 เรื่องใหญ่ ๆ คือ
1.เกิดจากการเผา ทั้งขยะ และเผาซังข้าว พืชไร่ในที่โล่ง
2.เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยมลพิษ
3.เกิดจากการก่อสร้าง ทั้งภาครัฐหรือเอกชน
4.เกิดจากท่อไอเสียที่ถูกปล่อยออกมาจากรถยนต์หรือรถอื่น ๆ
นายสุรเดช ยังเสนอการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยการเผานั้น รัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายห้ามเผาอย่างเด็ดขาด ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รู้ถึงบทลงโทษหนัก และต้องหามาตรการรองรับให้ประชาชนด้วยว่า ถ้าห้ามเผาแล้วจะให้ประชาชนทำอย่างไรกับขยะ ซังข้าวหรือพืชไร่เหล่านั้น อาจจะแนะนำให้มีการฝังกลบ โดยกำหนดพื้นที่ในการฝังกลบเป็นจุด ๆ ในแต่ละพื้นที่
ส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมนั้น นายสุรเดช เห็นว่า รัฐบาลต้องเข้มงวดในเรื่องของการควบคุมให้โรงงานต่าง ๆ ต้องมีเครื่องสกัดมลพิษ ซึ่งปกติหลายโรงงานก็จะมีอยู่แล้ว แต่ภาครัฐโดยกระทรวงอุตสาหกรรมควรจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจดูแต่ละโรงงานอุตสาหกรรมทุกสัปดาห์ หากพบโรงงานใดไม่ติดตั้งเครื่องสกัดมลพิษ ก็ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด อาจถึงขั้นปิดโรงงาน
ส่วนเรื่องมลพิษที่เกิดจากท่อไอเสียรถยนต์ที่วิ่งกันอยู่บนถนนนั้น นายสุรเดช เห็นว่า ปัจจุบันรถยนต์ใหม่ทุกคันจะมีระบบควบคุมการปล่อยมลพิษในตัวถังรถยนต์อยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องมีการควบคุมในส่วนของรถยนต์เหล่านี้อย่างเคร่งครัด ส่วนรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานมานาน ก็ควรออกกฎข้อบังคับต่าง ๆ ให้ติดตั้งเครื่องควบคุมมลพิษด้วยเช่นกัน เป็นต้น
นายสุรเดช กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย มีโครงการฟ้าใสซึ่งเป็นโครงการของภาคเอกชนที่น่าสนใจรัฐบาลควรนำมาใช้ และโครงการนี้ยังเป็นเทคโนโลยีที่คนไทยทำเองด้วย ดังนั้น ควรจะสนับสนุนให้โครงการนี้กระจายไปในทุกพื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่น หรือรัฐบาลอาจจะซื้อหอคอยกรองอากาศจากต่างประเทศ ซึ่งอาจมีราคาสูงหน่อยมาเป็นแบบแล้วให้นักประดิษฐ์คนไทย ศึกษาเพื่อมาดัดแปลงเป็นของคนไทยเอง ซึ่งราคาถูกกว่าต่างประเทศแน่นอน หรือหอคอยกรองอากาศ ซึ่งในต่างประเทศนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นเนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ หรือกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย รวมถึงเยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษก็ใช้หอคอยฟอกอากาศมาช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลมาก
นายสุรเดช กล่าวว่า จากสาเหตุทั้งหมดนี้ ต้องถามรัฐบาลว่า มีความจริงใจและจริงจังแค่ไหน หากรัฐบาลมีความจริงใจที่แท้จริง ก็ต้องเร่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก่อน และช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพราะเมื่อรัฐบาลอาสาประชาชนเข้ามาแล้ว ก็ต้องเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา อย่าให้ประชาชนเสียความรู้สึกว่าพูดแล้วทำไม่ได้ โดยควรมีกำหนดให้ชัดเจนว่าจะสามารถแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้คลี่คลายได้เมื่อใด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยและการท่องเที่ยว
ข่าวล่าสุด