3. มาตรการ "รถเก่าแลกรถใหม่" (EV & Hybrid)
ส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้า (EV) และไฮบริดที่ผลิตในประเทศ รัฐสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวม 3 หมื่นล้านบาท
4. การช่วยเหลือกลุ่มอาชีพเฉพาะ
กลุ่มขนส่ง ช่วยเหลือค่าน้ำมันรถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ และวินมอเตอร์ไซค์
กลุ่มประมงสนับสนุน "น้ำมันเขียว" (B20) เพื่อลดต้นทุนการออกเรือ
เกษตรกร โครงการ "ปุ๋ยธงเขียวพลัส" ให้ส่วนลดค่าปุ๋ยเคมี และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่าน ธ.ก.ส.
5. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบการ
โครงการ "คนละครึ่ง พลัส": เตรียมปัดฝุ่นโครงการโดยให้วงเงินสนับสนุน 2,000 บาทต่อคน (เน้นครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายกว้างขึ้น)
ช่วย SMEs วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) 1 หมื่นล้านบาท ผ่านธนาคารออมสิน เพื่อเสริมสภาพคล่อง
6. การควบคุมราคาสินค้าและงานก่อสร้าง
โครงการ "ไทยช่วยไทย": โดยกระทรวงพาณิชย์ เพื่อควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
7.ช่วยผู้รับเหมา ปรับค่า K (ดัชนีราคาค่าก่อสร้าง)
เพื่อช่วยภาคก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากราคาวัสดุที่พุ่งสูงขึ้น
สรุป: เน้นไปที่การ "หยุดเลือดไหล" จากสภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันแพง โดยรัฐบาลพยายามดึงงบประมาณคงเหลือจากปีก่อนมาใช้ประมาณ 1 แสนล้านบาท เพื่อให้มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทันที