สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่อแววตึงเครียดหนักขึ้นอีกครั้ง เมื่อกระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกมาระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถตรวจพบขีปนาวุธ (Ballistic Missiles) จำนวน 2 ลูก ที่ถูกยิงมาจากประเทศอิหร่าน มุ่งเป้ามายังพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้รัฐบาลยูเออีประกาศสั่งระงับความสัมพันธ์ทางการค้าและการเงินกับอิหร่านลงทั้งหมดทันที
ขีปนาวุธตกทะเลพุ่งเป้าเรือพาณิชย์ - ยูเออีสั่งตัดธุรกรรมการค้าทั้งหมด
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก และ รอยเตอร์ รายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยกระทรวงกลาโหมยูเออีเปิดเผยว่า ขีปนาวุธลูกแรกตกลงในทะเลนอกเขตน่านน้ำของประเทศ ขณะที่ขีปนาวุธลูกที่สองตกลงภายในเขตน่านน้ำของยูเออี ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นเชื่อว่าขีปนาวุธดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเล่นงานการเดินเรือพาณิชย์ในพื้นที่ โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ทางการเมืองดูไบต้องส่งข้อความแจ้งเตือนภัยขีปนาวุธฉุกเฉินไปยังโทรศัพท์ของประชาชน ก่อนจะประกาศยืนยันสถานการณ์ปลอดภัยในเวลาต่อมา
คล้อยหลังเพียงไม่กี่ชั่วโมง กระทรวงการต่างประเทศของยูเออีได้ออกแถลงการณ์สำคัญ ประกาศยกระดับมาตรการตอบโต้ด้วยการสั่ง "ระงับการค้า การแลกเปลี่ยนพาณิชย์ และธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับอิหร่านจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง" โดยอ้างถึงการยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาคที่กำลังบ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งนับเป็นการสั่งโจมตีทางอากาศน่านน้ำยูเออีโดยตรงจากอิหร่านครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา